
รวบขบวนการ“ค้ากัญชาข้ามชาติ”ยึดของกลางเพียบ
รวบ 2 ผัวเมีย ผู้ต้องหาขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติยึดของกลางเพียบ ตร.ชี้มีเครือข่าย 20 คน เร่งล่าตัว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. แถลงจับกุมนายอนุชา หรือชา สุมาลัย อายุ 35 ปีและ น.ส.อุษา หรืออุ สุวรรณวงค์ อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง ทองคำ หนัก 10 บาท มูลค่า 200,000 บาท ,รถยนต์อีซูซุดีแมคซ์ไฮแลนเดอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญท- 8784-กรุงเทพมหานคร รถเก๋งซูซูกิ สวิฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3-กร-4457-กรุงเทพมหานคร รถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีครีม หมายเลขทะเบียน บต-8402-หนองคาย มูลค่า 2.5 ล้านบาท, โฉนดที่ดินพร้อมบ้านพัก 4 แปลง รวมประมาณ 25 ไร่ มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, สมุดบัญชีเงินฝากกว่า 30 เล่ม ยอดเงินหมุนเวียน 400 ล้านบาท ,บัตรเอทีเอ็ม 20 ใบ จับกุมได้ที่ 988/77 หมู่ 1 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี
พล.ต.ท.ฤชากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดจับกุมได้จับผู้ต้องหาค้ากัญชารายสำคัญ ในเขตพื้นที่บางนา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ต่อเนื่อง พื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 จากนั้นได้ขยายผลไปถึงเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและเปิดบัญชีรับโอนเงินเครือข่ายยาเสพติด จนสามารถจับกุมสองสามี-ภรรยา คือนายอนุชา และ น.ส.อุษา ได้ที่ 988/77 หมู่ 1 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.กาญจนา สุวรรณวงค์ พี่สาว น.ส.อุษา หลบหนีไปได้
พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวอีกว่า สำหรับเครือข่ายยาเสพติดนี้ เป็นขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ มีเครือข่ายอีกประมาณ 20 คน แหล่งส่งยาเสพติดมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี และจ.หนองคาย กับพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ผู้สนับสนุนช่วยเหลือและร่วมกันกระทำความผิด ร่วมกับชาวไทยลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศไทย และแบ่งหน้าที่กันทำในการกระจายจำหน่ายให้กับชาวไทยแต่ละท้องที่ จากนั้นจะนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ข้ามชายแดนไปซุกซ่อนยังประเทศเพื่อนบ้าน
เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



