
จับทาง "มาร์ค"สยบคลื่นใต้น้ำ!
ในที่สุด "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ก็หาวิธีสยบคลื่นใต้น้ำภายในพรรคประชาธิปัตย์ ให้สงบราบคาบลงได้
หลังเกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค เพื่อเขย่าให้ "อภิสิทธิ์" ปรับเก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของพรรค จากผลพวงพิษปมแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ จนทำให้ "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" รองหัวหน้าพรรค ตัดสินใจไขก๊อก ออกจากเก้าอี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยไม่ฟังเสียงเกลี้ยกล่อมจากใครหน้าไหนทั้งสิ้น
ทำให้ "หนุ่มมาร์ค" สุดจะหาทางยื้อ ปล่อยให้ "นิพนธ์" เดินตามทางที่ต้องการ
และเมื่อทุกอย่างบีบให้ "อภิสิทธิ์" ต้องตัดสินใจเลือก คนที่ไว้ใจได้มากที่สุดมาไว้ข้างกาย นาทีนี้ คงหนีไม่พ้น "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองนายกรัฐมนตรี
จึงได้เห็นภาพ "หนุ่มมาร์ค" มุดบ้าน "กอร์ปศักดิ์" เพื่อจับเข่าคุยปมปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรค เพราะคลื่นใต้น้ำก่อหวอด เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แนวทางที่จะสยบคลื่นใต้น้ำทั้งภายในและภายนอกจากพรรคร่วมที่รุมเร้าในยามนี้ "อภิสิทธิ์" จึงต้องเลือกแนวทางการปรับเล็ก ทั้งๆ ที่ในใจไม่อยากปรับจนกว่าจะบริหารครบรอบขวบปี
ทั้งๆ ที่รู้ว่า การตัดสินใจลาออกของ "นิพนธ์" ครั้งนี้ เพื่อต้องการบีบให้ "หนุ่มมาร์ค" ปรับ "กอร์ปศักดิ์" พ้น ครม.เพื่อมารับหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ตามแรงบีบของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการเขี่ย "กอร์ปศักดิ์" เสี้ยนหนามเบอร์หนึ่งในการขวางขบวนการสะสมกระสุนดินดำ
จะว่าไปแล้ว "กอร์ปศักดิ์" เองก็ไม่อยากเข้ามารับงานนี้ตั้งแต่ต้น แต่ต้องจำใจอยู่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพรรค และทำตามบัญชาของ "หนุ่มมาร์ค"
ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาพูดเป็นนัยว่า "ผมไม่มีปัญหา ต้องไปถามนายกฯ แล้วแต่นายกฯ จะตัดสินใจ"
แต่เมื่อ "หนุ่มมาร์ค" ไม่มีทางเลือกจึงต้องหาคนที่ไว้ใจได้ที่สุด จึงจำเป็นต้องดึง "กอร์ปศักดิ์" มาช่วยงานในตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ
นั่นเพราะ "อภิสิทธิ์" มองซ้ายมองขวาค่อนข้างตีบตัน เพราะเดิมทีอยากได้ "จุติ ไกรฤกษ์" ส.ส.พิษณุโลก มานั่งเก้าอี้เลขาธิการนายกฯ จะได้ไม่ต้องปรับ ครม. แต่ติดเงื่อนไข "เสี่ยไก่" เป็น ส.ส.ระบบเขต หากลาออกในสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยงยิ่ง
สุดท้าย "อภิสิทธิ์" จึงต้องเลือกแนวทางการ ปรับ ครม.ซึ่งจะทำให้ วิน-วิน กันทุกฝ่าย แม้ว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้จะทำให้ขุมกำลังของสายใกล้ชิด "อภิสิทธิ์" หายไปหนึ่งเก้าอี้ แต่งานนี้ถือว่าได้มากกว่าเสีย และคุ้มค่ากับการลงทุนสุดๆ
เพราะในยามที่ "อภิสิทธิ์" บาดหมางใจกับ "สุเทพ-นิพนธ์" บวกกับกระแสกลุ่มการเมืองภายในพรรคไม่พอใจบทบาทของ พี่เมีย-น้องเขย ที่ล้ำเส้นจุดยืนของพรรค เอาใจพรรคร่วมเกินเหตุ โดยเฉพาะภูมิใจไทย
ทำให้ "อภิสิทธิ์" ต้องหันมาจับมือกับ "กลุ่มทศวรรษใหม่" ภายใต้การนำของ บัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค
จะเห็นได้ว่าระยะหลังจุดยืนของ "อภิสิทธิ์" และ "บัญญัติ" มีแนวทางที่สอดคล้องกันโดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ดังนั้นการปรับ "กอร์ปศักดิ์" ออก แล้วดัน "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ส.ส.สัดส่วน และประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ขึ้นเสียบแทน จึงเป็นทางออกที่ลงตัวที่สุดในยามนี้
สยบความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาลที่จ้องเขี่ย "กอร์ปศักดิ์" ออกจากเก้าอี้ตลอดเวลา
ซื้อใจสร้างความสัมพันธ์ให้แนบแน่นมากขึ้นกับ "กลุ่มทศวรรษใหม่" เพื่อหากำลังภายในพรรคสนับสนุน หลังจาก "สุเทพ-นิพนธ์" เริ่มลอยแพ "หนุ่มมาร์ค"
สยบคลื่นใต้น้ำภายในพรรค ที่มีเหล่าบรรดาแก๊งอกหัก เตรียมออกมาทวงเก้าอี้ เพราะ "ไตรรงค์" ถือเป็นขุนพลคนสำคัญของกลุ่มทศวรรษใหม่ และเป็นผู้ใหญ่ของเหล่าบรรดา ส.ส.ในก๊วนเดียวกันที่ให้ความเคารพนับถือ
โอกาสที่รัฐมนตรีแถวสองจะออกมาก่อหวอดอีกครั้งก็ลดลงไปโดยปริยาย เพราะมีบางส่วนพยายามเคลื่อนไหวให้มีการปรับมากกว่าเก้าอี้เดียว
ซึ่งอาจจะลามไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" ที่ภายในพรรคประเมินว่าล้มเหลว
รวมไปถึงปมร้อนๆ ข่าวฉาวทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ส่งผลให้เก้าอี้ "รมว.สาธารณสุข" ของ "วิทยา แก้วภราดัย" ต้องสั่นสะเทือนตามไปด้วย
ดังนั้นเมื่อเพิ่มโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีให้ "กลุ่มทศวรรษใหม่" คลื่นลมแรงภายในพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่คลื่นลมจะสงบลง
แต่ว่ากันว่า งานนี้อาจจะไม่เป็นไปตามเกมของ "หนุ่มมาร์ค"
นั่นเพราะ "สุเทพ" ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดัน "ไตรรงค์" ขึ้นรองนายกฯ เพราะเท่ากับว่าเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กลุ่มทศวรรษใหม่ และที่สำคัญยากต่อการควบคุม
งานนี้ "อภิสิทธิ์" กับ "สุเทพ" จึงต้องงัดข้อกันอีกสักตั้ง ว่าใครจะมีพลังเหนือกว่ากัน
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอย่าเพิ่งตีปีกดีใจกันไป แม้ว่าที่สุดแล้ว "กอร์ปศักดิ์" จะถูกโยกมาเป็นเลขาธิการนายกฯ
เพราะภารกิจสำคัญที่ "หนุ่มมาร์ค" วางไว้ก็คือ การเอกซเรย์งาน ก่อนส่งถึงมือนายกรัฐมนตรีนั่นเอง!
**บัญชา แข็งขัน **



