ข่าว

  แก้รธน.ไม่แก้ปัญหา

แก้รธน.ไม่แก้ปัญหา

06 ต.ค. 2552

ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2550 เพื่อตอบโจทก์การสมานฉันท์ของคนในสังคมไทยนั้น ได้บรรลุเป้าหมายขั้นต้นแล้ว โดยมติที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา โดยข้อสรุป 6 ประเด็น ประกอบด้วย การยกเลิก

 ยุบพรรคการเมือง ที่มาของ ส.ส.เปลี่ยนเป็นการเลือกตั้งระบบเขตเดียว เบอร์เดียว สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้ง 200 คน การทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา การให้ ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีได้ รวมทั้งแก้ไขให้ ส.ส.และ ส.ว.สามารถใช้ตำแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงระบบราชการได้ ประเด็นทั้งหมดนี้ จะเสกเป่าให้ปัญหาทั้งปวงหายไปในพริบตาจริงหรือ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อธิบายในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) ว่า เขาไม่ได้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทุกประเด็น แต่เป็นการทำตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อความสมานฉันท์ของคนไทย ฉะนั้น จุดประสงค์ของนายอภิสิทธิ์ จึงน่าจะอยู่ที่การแก้ปัญหาทางการเมือง แก้ปัญหาของนักการเมือง มากกว่าที่จะแก้ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้สังกัดสี เพราะหากนายอภิสิทธิ์ ย้อนหลังไป 5 ปี หลังจากที่เข้ามาสู่การเมือง ก็จะพบว่า เราเคยมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด ฉบับที่สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงมากที่สุดมาแล้ว

 รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 อาจมิใช่รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด และในอดีตหรือกระทั่งมองไปในอนาคต เราก็ไม่อาจมีรัฐธรรมนูญในอุดมคติได้ แต่กระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง ซึ่งเริ่มต้นในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย และสำเร็จในรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา นั้น จะต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 มีหลักการที่มั่นคงที่สุด แนบแน่นกับแนวคิดแบบประชาธิปไตยมากที่สุด แต่หากมองรัฐธรรมนูญฉบับต่อมา คือฉบับที่กำลังจะแก้ไขในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งก็คือการร่างขึ้นเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาเผด็จการรัฐสภา อีกทั้งแก้ปัญหาของอดีตนักการเมืองบางคน ด้วยการตราบทบัญญัติบางมาตรา ให้อำนาจศาลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในการคานอำนาจทางการเมือง

 ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 มีบทบัญญัติว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นครั้งแรก มีภารกิจสำคัญในอันที่จะพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญและมีอำนาจหน้าที่หลายประการที่สำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีบทบาทอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมา หรือที่เรียกกันว่า ตุลาการภิวัฒน์ ในหมวดว่าด้วยศาล ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ก็มีบทบัญญัติว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ และมีบทบัญญัติให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และแผนกคดีอาญานักการเมือง เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักการเมืองบางกลุ่มอย่างมาก ทั้งที่มีที่มาจากนักการเมือง เรื่องของศาลพิเศษนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อธิบายเหตุผลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่อาจแก้ปัญหาของบ้านเมืองที่ลื่นไหลไปตามสถานการณ์ตลอดเวลาได้เลย