ข่าว

4ภารกิจโซ่ข้อกลาง

4ภารกิจโซ่ข้อกลาง

06 ต.ค. 2552

สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเปิดตัว “พ่อใหญ่จิ๋ว” เจ้าของฉายา "ขงเบ้งแห่งกองทัพ" ประกาศรีแบรนดิ้ง กลับเข้ามาสู่สังเวียนการเมืองอีกครั้ง

 ท่ามกลางความกังขา ที่หนักไปในทางปรามาส ด้วยเห็นมาแล้วทั้งผลงาน และ "อายุงานที่เหลือ"

 แต่คราวนี้ดูเหมือนว่า พรรคเพื่อไทยหวังเข็นแบรนด์ “โซ่ข้อกลาง”และ “จิ๋วหวานเจี๊ยบ” เชื่อมความสมานฉันท์ลดอุณหภูมิการเมืองอย่างจริงจัง

 โดยมีจุดประสงค์ต้องการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในประเทศให้กลับมาอีกครั้ง

 เพราะแนวทางที่ผ่านมานั้น ได้ทำลายแนวร่วมที่มุ่งต่อสู้อย่างสันติไปกว่าครึ่ง

 เมื่อตกผลึกตรงนี้แล้ว จึงมีการแปลงเป็นภารกิจพิเศษให้แก่ "จิ๋วหวานเจี๊ยบ" 4 ภารกิจ

 เป็นภารกิจที่ถูกส่งตรงมาจากดูไบ จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 1.ต้องสลายขั้วอำนาจจากฝ่ายฮาร์ดคอร์ในพรรคเพื่อไทย

 ภารกิจนี้ดูไปแล้ว น่าจะเป็นกลุ่ม "แนวร่วมพัฒนาชาติไทย" ซึ่งเป็นสายที่ขึ้นตรงกับ จักรภพ เพ็ญแข อดิศร เพียงเกษ และ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์

 ไม่ใช่อะไร แนวคิดของกลุ่มนี้ ฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งฝ่ายความมั่นคง จับตามองความเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นอันตรายต่อการปกครอง

 2.ยึดกุมอำนาจทางการเมืองจากกลุ่มสถาบันประชาธิปไตย

 3.ลดความแตกแยกของบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ที่แบ่งออกเป็นก๊กเป็นเหล่า ซึ่งต่างก็กล่าวอ้างว่าเป็นสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้มาอยู่กับพรรคภายใต้การนำของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

 4.ต้องควบคุมการเคลื่อนไหวของ 3 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ให้มาอยู่ในทิศทางที่ฝ่ายการเมืองของพรรคเพื่อไทยกำหนด ไม่ใช่เคลื่อนไหวโดยอิสระตามอำเภอใจ

 พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่า ความเป็นไปได้ที่ภารกิจในข้อที่ 4 จะมีผลสำเร็จสูง เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต มีความสัมพันธ์อันดีกับ วีระ มุสิกพงศ์ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดยที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้

 ว่ากันว่า หมากเกมนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มดวงตาเห็นธรรม เบนเข็มมาเลือกแนวทางประนีประนอม เนื่องจากที่ผ่านมาถือว่าล้มเหลว และสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมืองจนแนวร่วมค่อยๆ ถอยห่าง

 แต่หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่า ภารกิจของ “พ่อใหญ่จิ๋ว” ครั้งนี้ มีคงวาระซ่อนเร้นหรือไม่

 เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาหยิกแกมหยอกว่า “ไม่รู้ว่าจะได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือไม่”

 วงในที่พูดคุยกันได้ความว่า ภารกิจนี้ "ปิดจ๊อบ" แล้วค่อยว่ากัน

 ยังไม่มีการพูดถึงปัจจัย รวมทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังการนำพาพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง

 อย่างไรก็ตาม การกลับมาในครั้งนี้ “พ่อใหญ่จิ๋ว” คงต้องขจัดความเหมือนที่แตกต่าง โดยหาจุดขายเฉพาะตัว ว่าจะสามารถกำหนดความเป็นตัวตนของตัวเองได้หรือไม่

 ลงได้เห็น "โจทย์" ที่สั่งมาให้ทำ 4 ภารกิจ ให้ลุล่วง ใครจะจะเชื่อว่า "บิ๊กจิ๋ว" จะสลัดพ้นอุ้งมือของ ทักษิณ

 เอาเข้าจริงอาจต่างจาก สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นิดๆ เพี้ยนจากความเป็น สมัคร สุนทรเวช หน่อยๆ

 ทั้งที่เจตนาของ “พรรคเพื่อไทย” มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ขึ้นมาให้ได้

 วันที่จะตัดสิน คงต้องไปดูหลังเลือกตั้งครั้งหน้า ว่าจะ "กระตุ้นยอดขาย" กวาด ส.ส.ไปได้ถึง 178 เสียงในภาคอีสานตามราคาคุยของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หรือเปล่า

 และยังต้องจับตาดูการตั้งเป้าเพิ่ม "ส่วนแบ่งการตลาด" จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ “พรรคมาตุภูมิ” อีกด้วย

 งานนี้ถ้ามองยาวๆ 2 พรรคตัวแปรเดิม ก็น่าจะยังคงรูปแบบนั้น ทั้ง “ภูมิใจไทย” และ “ชาติไทยพัฒนา”

 แต่สำหรับ "โซ่ข้อกลาง" ที่วันนี้เลือกข้างไปแล้วนั้น สังคมไทยน่าจะยังให้โอกาส ถึงแม้ว่า เสียโอกาสไปแล้วเมื่อก่อนหน้านี้ !