ข่าว

ชี้รถไฟตกรางวิ่งเร็วไม่รับประแจสลับ

ชี้รถไฟตกรางวิ่งเร็วไม่รับประแจสลับ

06 ต.ค. 2552

ม้าเหล็กพยศ รถด่วนตรัง-กทม. ตกรางที่เขาเต่า จ.ประจวบฯ สังเวย 7 ชีวิต เจ็บ 88 "สาทิตย์" เผยวิ่ง 105 กม./ชม. ไม่รับประแจสลับราง มึนสื่อสารกับ พขร.ไม่ได้ ตัดสินใจสลับรางก่อนประสานงารถขบวนสินค้า การรถไฟฯ ตั้งกรรมการสอบ ชี้ผลใน 5 วัน

โศกนาฏกรรมรถไฟสายใต้ตกรางส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ประกาศหยุดเดินรถเที่ยวขึ้น-ล่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมงครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 04.45 น. วันที่ 5 ตุลาคม พ.ต.ต.อุดม ใจนุ่ม สารวัตรเวร สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถไฟ รถด่วนขบวนที่ 84 สายตรัง-กรุงเทพฯ 15 โบกี้ ตกรางที่สถานีรถไฟเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสงเคราะห์หัวหิน หน่วยกู้ภัยเพชรเกษม หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหัวหิน และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเทศบาลเมืองหัวหิน

 ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเสียงร้องดังระงมอยู่ในโบกี้รถไฟ โดยเฉพาะที่ส่วนหัวรถจักรและโบกี้ที่ 2-7 ผู้โดยสารพยายามทุบกระจกออกมา ทุกคนต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนก จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันลำเลียงศพผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลหัวหิน โรงพยาบาลสามร้อยยอด โรงพยาบาลปราณบุรี และโรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการรถไฟฯ ได้จัดรถบัสปรับอากาศและรถบัสธรรมดานับสิบคัน มารับผู้โดยสารออกจากสถานีรถไฟเขาเต่า พร้อมทั้งนำรถเครนขนาดใหญ่มายกหัวรถจักรและโบกี้รถไฟ

สังเวย 7 ชีวิต เจ็บ 88

 ต่อมา นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลหัวหิน พร้อมสั่งระดมแพทย์และเลือดจาก จ.เพชรบุรี และ จ.ราชบุรี มายังโรงพยาบาลหัวหิน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

 นายมานิต ระบุว่า ณ เวลา 12.00 น. พบผู้เสียชีวิต 7 คน เป็นหญิงทั้งหมด ขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลหัวหิน ทราบชื่อแล้ว 5 คน ได้แก่ นางอรพินธ์ ใจจิตร อายุ 42 ปี ด.ญ.กนกลักษณ์ ถาบุญเรือง อายุ 1 ขวบ 11 เดือน นางนฤมาน นายะสุนทรกุล อายุ 50 ปี น.ส.วิมล สมจริง อายุ 43 ปี และน.ส.กัลยากร สมจริง อายุ 41 ปี ส่วนอีก 2 คน อายุประมาณ 30 ปี และ 45 ปี อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์

 ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 88 คน (ชาวต่างชาติ 6 คน) กลับบ้านได้แล้ว 66 คน ที่เหลือรักษาที่โรงพยาบาล 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลปราณบุรี 1 คน โรงพยาบาลซานเปาโล 5 คน และโรงพยาบาลหัวหิน 16 คน ในจำนวนนี้ต้องผ่าตัดด่วน 2 คน และอาการสาหัสนอนห้องไอซียู 1 คน คือ นายคำดี ทองประทัด อายุ 60 ปี ยังไม่ทราบภูมิลำเนา บาดเจ็บที่ทรวงอกและช่องท้องมีเลือดออกในปอด กระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ฉีกขาด แพทย์ใส่ท่อระบายเลือดออกจากช่องปอด และผ่าตัดเย็บซ่อมกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ อาการดีขึ้น

เผยระทึกนาทีเฉียดตาย

 น.ส.รวิชฎา สีสุข อายุ 24 ปี ผู้โดยสาร เล่าเหตุการณ์ว่า ขึ้นรถไฟขบวนดังกล่าวจาก จ.ตรัง เมื่อเวลา 17.00 น. วานนี้ (4 ต.ค.) ระหว่างทางนอนหลับมาตลอด กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. วันนี้ (5 ต.ค.) สะดุ้งตื่น รู้สึกว่ารถไฟโคลงเคลงผิดปกติ จากนั้นไฟในรถก็ดับลง ตามด้วยเสียงดังสนั่นเหมือนรถพุ่งชนอะไรบางอย่าง

 "ฉันอยู่โบกี้ที่ 3 พอได้ยินเสียงดังสนั่นรถไฟสั่นสะเทือน ด้วยสัญชาตญาณจึงก้มหัวลง จากนั้นได้ยินเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังระงม พอได้สติฉันพยายามตะเกียกตะกายออกจากโบกี้ ดีใจมากที่รอดชีวิตมาได้" น.ส.รวิชฎา เล่านาทีชีวิต

 น.ส.รวิชฎาเล่าอีกว่า ปกติเดินทางโดยรถไฟตลอด เพราะมีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องเสี่ยงกับพวกปาหินเหมือนการเดินทางโดยรถยนต์ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตกใจและกลัวมาก อาจไม่นั่งรถไฟอีกเลยตลอดชีวิต
 เช่นเดียวกับ นางดาราวรรณ บุตรยิ่ง ได้รับบาดเจ็บ ศีรษะเย็บ 12 เข็ม พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน เล่าด้วยความตื่นเต้นว่า ขึ้นรถจากสถานีรถไฟทุ่งสง นั่งอยู่โบกี้ที่ 3 ระหว่างครึ่งหลับครึ่งตื่นจำได้เพียงว่า ได้ยินเสียงโครม ตนกระเด็นตกจากที่นั่งแล้วหมดสติไป มารู้สึกตัวอีกครั้งก็ได้ยินเสียงคนร้องด้วยความเจ็บปวด

 "ทุกคนพยายามหาทางออกจากโบกี้ให้เร็วที่สุด พอออกมาได้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ นี่คืออุบัติเหตุรุนแรงที่สุดในชีวิตของฉัน" นางดาราวรรณกล่าว

ตั้ง กก.สอบ5วันรู้ผล-สูญกว่า100ล้าน

 นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟฯ ให้สัมภาษณ์ขณะมาตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า ต้องกู้โบกี้เพื่อเปิดเส้นทางเดินรถ ส่วนผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทางล่วงหน้าแต่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถขอคืนตั๋วที่สถานีที่ซื้อ หรือมีเหตุขัดข้องสอบถามข้อมูลเดินรถได้ที่ โทร.1690

 "เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียด ผมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และให้รายงานภายใน 5 วัน ต้องดูว่ารถขบวนดังกล่าวก่อนเกิดอุบัติเหตุวิ่งผ่านสถานีรถไฟวังก์พงมานั้น มีการส่งสัญญาณโต้ตอบกับสถานีรถไฟเขาเต่าอย่างไรบ้าง ส่วนอุปกรณ์ของรถไฟมั่นใจว่าไม่มีชำรุด เพราะมีวิศวกรคอยตรวจสอบ แต่ต้องตรวจสอบว่าความผิดเกิดจากคนหรืออุปกรณ์อาณัติสัญญาณ" นายยุทธนากล่าว

 ส่วนมูลค่าความเสียหาย นายยุทธนา กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

 ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการฝ่าฝืนสัญญาณไฟ ทั้งที่สถานีรถไฟวังก์พงแจ้งมายังสถานีรถไฟเขาเต่าว่า ขบวนดังกล่าวฝ่าฝืนสัญญาณไฟ ซึ่งพนักงานขับรถขบวนดังกล่าวหลบหนีไปแล้ว

นายกฯยันช่วยเหยื่อเต็มที่

 เมื่อเวลา 16.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังสถานีรถไฟเขาเต่า เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถไฟตกราง จากนั้นไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลหัวหิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายอภิสิทธิ์ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุบัติเหตุมีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับส่ายหัวตลอดเวลา

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าขบวนรถไฟดังกล่าววิ่งฝ่าสัญญาณถึง 2 จุด ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ กำลังตรวจสอบ

 "เท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่มีการแจ้งไปยังคนขับให้ชะลอความเร็ว แต่ไม่ได้รับการตอบกลับมา" นายอภิสิทธิ์กล่าว

  ส่วนประวัติการทำงานของพนักงานขับรถไฟเคยมีอุบัติเหตุหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่มีการรายงาน กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ จะเร่งสรุปสาเหตุ ยืนยันว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และญาติผู้เสียชีวิต และอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ที่กระทรวงคมนาคมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งระหว่างที่นายกรัฐมนตรีตรวจพื้นที่จุดเกิดเหตุ นางหม่อย อินทรฤทธิ์ อายุ 73 ปี ชาว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง แม่ของ น.ส.วิมล สมจริง และ น.ส.กันยากร สมจริง พนักงานโรงงานใน จ.นครปฐม ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้มารอพบนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นนายโสภณได้เข้าไปปลอบนางหม่อย และให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น 1 หมื่นบาท

 มีรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 ตุลาคม กระทรวงคมนาคมจะเสนอแต่งตั้งผู้ว่าการการรถไฟฯ คนใหม่ โดยมีรายงานข่าวว่าจะเสนอชื่อ นายชูเกียรติ โพธยานุวัตร รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้ว่าการการรถไฟฯ คนใหม่

วิ่ง105กม./ชม.-มึนพขร.ติดต่อไม่ได้

 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นของการรถไฟฯ ทราบว่า ระหว่างที่รถไฟขบวนที่ 84 วิ่งจาก จ.ตรัง มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ผ่านสถานีรถไฟวังก์พง ด้วยความเร็วสูงถึง 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่รับประแจเพื่อสลับรางก่อนถึงสถานีรถไฟเขาเต่า จากนั้นพนักงานประจำสถานีวังก์พงพยายามส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารกับพนักงานขับรถไฟ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จังหวะเดียวกันนั้น ขบวนรถไฟสินค้าวิ่งออกจากสถานีรถไฟหัวหิน ใกล้ถึงสถานีรถไฟเขาเต่าเข้ามาทุกที

 "พนักงานประจำสถานีวังก์พงรายงานว่า พยายามติดต่อพนักงานขับรถไฟขบวนดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จุดนี้ก็น่าคิดว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งรถไฟวิ่งมาถึงจุดที่จะต้องสลับราง แต่คนขับไม่ได้รับประแจ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เพราะหากปล่อยไว้รถขบวนที่ 84 จะต้องชนประสานงากับรถขบวนสินค้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจสลับรางทันที ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องมีการสอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง" นายสาทิตย์กล่าว

 รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้ให้การรถไฟฯ ดูแลผู้เสียชีวิตเป็นกรณีพิเศษ จากระเบียบที่กำหนดไว้รายละ 8 หมื่นบาท โดยขอให้เพิ่มวงเงินให้มากขึ้น เนื่องผู้เสียชีวิตเป็นผู้ที่อยู่ในวัยทำงานและเป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าการรถไฟฯ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า การรถไฟฯ ต้องมีมาตรการในการตรวจสอบความพร้อมของบุคลากรที่จะเข้ามาทำหน้าที่ปฏิบัติการเดินรถทั้งระบบ พร้อมเสนอให้ผู้ว่าการการรถไฟฯ เพิ่มพนักงานขับรถจากเดิม 2 คน เป็น 3 คน ซึ่งผู้ว่าการการรถไฟฯ รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว

 แหล่งข่าวการรถไฟฯ เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นสันนิษฐานว่า เป็นความประมาทเลินเล่อของพนักงานขับรถ เมื่อมาถึงจุดที่จะสับหลีกขบวนรถได้ฝ่าฝืนสัญญาณเตือนสับหลีกขบวน และไม่ลดความเร็ว เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟตกรางดังกล่าว

 "ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ผู้บริหารการรถไฟฯ เรียกตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว" แหล่งข่าวกล่าว

จวกรัฐไม่สนใจระบบราง

 ที่รัฐสภา นายจารึก อนุพงษ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีขบวนรถไฟตกรางที่หัวหิน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากว่า เรื่องนี้รัฐบาลดำเนินการช้าไป ทั้งที่ควรปรับปรุงประสิทธิภาพของรางได้ก่อนหน้านี้ เช่น เปลี่ยนขนาดรางให้ใหญ่ขึ้น ซ่อมรางเดิมที่เก่าชำรุดและมีร้าวจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้เมื่อเกิดอุบัติเหตุจึงรุนแรงกว่าปกติ

สหภาพรถไฟฯจี้ยกเครื่องรางเก่า

 ขณะที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ กรณีขบวนรถไฟที่ 84 ตกรางที่สถานีรถไฟเขาเต่า โดยระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาระดับนโยบายในการบริหารงานของการรถไฟฯ ที่ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบให้มีศักยภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันรถไฟสายใต้เกิดปัญหารถจักรและรถพ่วงเสียเฉลี่ยวันละ 3 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการถอดชิ้นส่วนสับเปลี่ยนกัน เพื่อให้รถสามารถวิ่งให้บริการได้

 แถลงการณ์ระบุอีกว่า เส้นทางรถไฟช่วงทุ่งสง-หาดใหญ่ เส้นทางมีสภาพเก่าและชำรุด เจ้าหน้าที่ต้องคอยชะลอรถทุกครั้งที่ผ่าน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนต้องระวังเป็นพิเศษ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาระยะยาวให้อย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าการการรถไฟฯ รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น