
ผบ.ทบ.บอกผู้บังคับหน่วยวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
ผบ.ทบ.บอกผู้บังคับหน่วยให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ย้ำ 3 แนวทางเร่งด่วน คือการช่วยเหลือประชาชน เทิดทูนสถาบันสร้างความสามัคคีของคนในชาติ และเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ และต้องป้องกันไม่ให้ประชาชนตีกัน
(5ต.ค.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวด้วยว่า ในส่วนนโยบายการทำงานของกองทัพบก เนื่องจากเป็นการเริ่มวงรอบการบริหารตามปีงบประมาณใหม่ และมีการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บังคับหน่วยใหม่ การประชุมผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญและวิสัยทัศน์ในการทำงานของกองทัพบก เพื่อให้ผู้บังคับหน่วยใหม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กองทัพบกยังคงเป็นสถาบันหลักในการปกป้องประเทศและช่วยเหลือสังคมให้มีความสงบสุข
“ ผบ.ทบ.กำชับให้ผู้บังคับหน่วยดำรงความต่อเนื่อง ในการปฏิบัติตามนโยบายสำคัญเร่งด่วนได้แก่ ประการแรก การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ ประการที่สอง การเป็นองค์กรหลักที่จะปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ด้วยการใช้ทุกศักยภาพในการขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการปกป้องสถาบันด้วยการใช้เครือข่ายภาคประชาชนและความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองควบคู่ไปกับมาตรการการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำที่หมิ่นเหม่หรือจาบจ้วงสถาบันในทุกช่องทาง ” รองโฆษกกองทัพบก กล่าว
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ประการที่สาม คือ การเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ ให้กับกำลังพลทุกระดับชั้นอย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นพื้นฐานในการปลูกฝังให้คนไทยมีจิตสำนึกในการเสียสละ และทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ส่วนนโยบายเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ กองทัพบกได้ดำเนินตามนโยบายรัฐบาล“ยุทธศาสตร์รั้วชายแดน”ในการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ร่วมกับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของศูนย์วิวัฒน์พลเมืองอยู่แล้ว ทั้งนี้ผบ.ทบ.กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด เน้นการลดความต้องการยาเสพติด ด้วยการใช้ทุกมาตรการรวมถึงการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนการวางตัวทางการเมือง ผบ.ทบ.ได้พูดในฐานะที่กองทัพบกเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมตามรัฐบาลมอบหมายไว้ ซึ่งยังคงยึดถือนโยบายเดิม คือป้องกันไม่ให้ประชาชนปะทะกันหรือทำร้ายกัน ไม่ให้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำตามกรอบกฎหมายที่รัฐบาลมอบหมายให้



