ข่าว

อภิสิทธิ์เปิดงานรณรงค์นิยมไทยวอนคนไทยให้ความสำคัญ

อภิสิทธิ์เปิดงานรณรงค์นิยมไทยวอนคนไทยให้ความสำคัญ

05 ต.ค. 2552

"นายกฯ"เปิดงานรณรงค์นิยมไทย วอนคนไทยให้ความสำคัญ แนะควรจะต้องเริ่มสร้างจากระดับเยาวชน

 (5ต.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานในการจัดงานสัปดาห์นิยมไทย ที่ตึกสันติไมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ประกอบการ องค์กรภาครัฐและเอกชน และใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมรางวัลทุนการส่งเสริมกิจกรรมรณรงค์นิยมไทย แก่โรงเรียนต้นแบบนิยมไทย จัดโดย กระทรวงพาณิชย์

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ดำเนินโครงการรณรงค์นิยมไทย มาโดยตลอด นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้มีหลายภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดความรักชาติและแสดงออกซึ่งการนิยมไทย โดยหันมากินและใช้ของไทยเพื่อช่วยเศรษฐกิจของชาติเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การจัดกิจกรรมงานสัปดาห์นิยมไทย สามารถสร้างความรู้สึกร่วมในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นพลังสำคัญของชาติให้มีความรักประเทศไทยและเป็นเยาวชนนิยมไทย อันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการปลูกฝังค่านิยมของเยาวชนในการรักประเทศชาติ และมีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ซึ่งจะส่งผลดีให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและมั่งคั่งทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นต่อไป

 นายกญ รี กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีโรงเรียนเป็นจำนวนมากในทุกภูมิภาคของประเทศที่ได้กำหนดนโยบายส่งเสริม และสนับสนุนให้นักเรียน ตลอดจนบุคลากรภายในโรงเรียนร่วมกันจัดทำกิจกรรมนิยมไทยขึ้น ทำให้นักเรียนได้รับการปลูกฝังความเป็นไทย กินของไทย ใช้ของไทย และรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงามของไทยให้ดำรงอยู่คู่ความเป็นชาติไทยอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่อายุยังน้อย ในขณะที่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างให้ความร่วมมือส่งเสริม และสนับสนุนสมาชิกในเครือข่ายให้เกิดความรู้สึกนิยมไทยและรักในความเป็นไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

 นายกฯ กล่าวถึงรางวัลที่องค์กรต่าง ๆ ได้รับในวันนี้ นอกจากจะเป็นขวัญกำลังใจให้ทุกคนเกิดความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นไทยและร่วมมือร่วมใจที่จะกินของไทย ใช้ของไทย ท่องเที่ยวเมืองไทย และดำรงรักษาเอกลักษณ์ของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนแล้ว ยังเป็นแบบอย่างให้แก่คนไทยทุกคน ตลอดจนองค์กรทั้งหลาย ได้ยึดถือและปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นต่อไป