ข่าว

กลางวันเป็นพระกลางคืนเป็นโยมขโมยรถแลกยา

กลางวันเป็นพระกลางคืนเป็นโยมขโมยรถแลกยา

05 ต.ค. 2552

วงการสงฆ์เสื่อม ตำรวจพิษณุโลกรวบ 2 เดนคุก กลางวันเป็นพระ จำวัดที่วัดสว่างอารมณ์ พอตกกลางคืนแต่งฆราวาสออกขโมยรถแลกยาบ้า

 เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 5 ต.ค.พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.ประเสริฐ กาฬรัตน์ รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ 2 คน ที่บวชเป็นพระแต่กลับไม่ซึ้งในรสพระธรรม กลางวันปฏิบัติตัวเป็นพระที่วัดสว่างอารมณ์ ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก พอตกดึกแต่งกายเป็นฆราวาส ออกตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ในเขตตัวเมือง เพื่อนำไปแลกยาบ้ามาเสพ

 สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองประกอบด้วย นายมานิตย์ เปรมโพธิ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และนายมานพ หรืออ้อ เหียงแก้ว อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/1 ม .6 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาทั้งสองคน สึกเองโดยอัตโนมัติ เพราะถูกจับกุมได้ขณะแต่งกายเป็นฆราวาส สวมเสื้อยืดกางเกงยีน ขณะตระเวนออกลักทรัพย์ เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 5 ต.ค.ที่บริเวณหน้าห้องน้ำมัน ปั๊มปตท. สาขาสี่แยกวัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่สีแดง ทะเบียน ขฉษ -722 พิษณุโลก ที่ผู้ต้องหาร่วมกันลักมา รถจักรยายนยนต์ ยามาฮ่า วีอาร์ สีแดง ทะเบียน กกม .-38 พิษณุโลก เป็นรถจักรยายนต์ที่ผู้ต้องหาใช้กระทำผิด อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ พร้อมกระสุนเบอร์ 20 จำนวน 2 นัด เหล็กหกแฉบ ขนาดความยาว 12.5 ซม . คีมตัดสายไฟ 1 อัน ไขควง 1 อัน

 ในการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่ามีแก๊งค์ลักจักรยายนต์ ที่บวชเป็นพระอยู่วัดสว่างอารมณ์ มีพฤติกรรมแต่งกายฆราวาสในเวลากลางคืน ออกตระเวนลักรถจักรยานยนต์ โดยนำมาแลกกับยาบ้า กระทั่งวางแผนนำกำลังไปซุ่มจับได้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันลกรถจักรยายนต์ เพื่อนำไปแลกยาบ้ากับนายห้อย โดยก่อเหตุครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2552 ขโมยรถจักรยายนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หลังมหาวิทยาลัยนเรศวร แลกยาบ้าได้จำนวน 17 เม็ด ครั้งที่สองบริเวณแยกต้นหว้า ต.ท่าทอง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2552 กำลังขี่มาส่งมอบแต่ถูกจับกุมได้ก่อน

 ทั้งนี้ นายมานิตย์ เปรมโพธิ์ นั้น ได้มาบวชที่วัดสว่างอารมรณ์ได้ 1 พรรษาแล้ว ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เคยติดคุกมาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งแลกลักทรัพย์เตาแก๊ส ครั้งที่สองพยายามลักทรัพย์เครื่องเสียงรถยนต์ ครั้งที่ 3 จำหน่ายยาบ้า ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี แต่ถูกจำคุกได้ 7 ปี 1 เดือน เมื่อพ้นโทษมาก็มาบวชที่วัดสว่างอารมณ์ และมารู้จักกับนายมานพ เวียงแหง ที่เคยต้องโทษคดีจำหน่ายยาบ้าเช่นกัน ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี แต่ติดคุกจริง 4 ปี 6 เดือน เมื่อพ้นโทษมาตระเวนรับจ้างทั่วไป กระทั่งมาบวชเพื่อแก้บนให้แม่เป็นพระที่วัดสว่างอารมณ์ได้ 2 เดือน

 ผู้ต้องหาทั้งสองรับว่า ติดยาบ้า กลางวันก็ปฏิบัติกิจของสงฆ์ทั่วไป ออกบิณฑบาตรกวาดลานวัด พอตกดึกช่วงประมาณ 23.00 น.ก็แอบแต่งกายเป็นฆราวาส ใช้รถจักรยานยนต์ของนายมานพออกขโมยรถจักรยานยนต์ในเขตตัวเมือง โดยเลือกคันที่ไม่ได้ล็อคคอ แล้วใช้วิธีต่อไฟตรง ขับหลบหนีไปส่งให้นายห้อย เพื่อแลกกับยาบ้ามาเสพ ครั้งแรกได้ 17 เม็ด แบ่งกันเสพในกุฏิหมดภายใน 2 วัน จึงก่อเหตุครั้งที่สองเพื่อแลกกับยาบ้ามาเสพอีก โดยระหว่างบวชและออกมาขโมย พระที่วัดสว่างอารมณ์ไม่มีผู้ใดรู้เรื่องที่หนีออกมาก่อเหตุ