ข่าว

อภิสิทธิ์สั่งวางแผนรองรับมาบตาพุดศาลปค.ยืน

อภิสิทธิ์สั่งวางแผนรองรับมาบตาพุดศาลปค.ยืน

05 ต.ค. 2552

นายกฯ ห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุด ทำให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ได้บอกไปแล้วว่าบ้านเมืองเรามีกติกาที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ และรัฐบาลต้องวางแผนรองรับหากศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน

 (5ต.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดกรณีที่ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราวนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดว่า ได้ยื่นอุทธรณ์ไปในโครงการที่อนุมัติไปแล้ว เพราะรัฐบาลถือว่าได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา67 วรรคสอง เพราะโครงการที่อนุญาตไปนั้นใช้ตัววิเคราะห์สิ่งแวดล้อมเป็นเกณฑ์ว่าไม่ใช่โครงการที่มีผลกระทบกับชุมชนอย่างรุนแรง แต่ต้องดูและรอศาลวินิจฉัยอีกครั้ง ขณะเดียวกันตนขอให้หน่วยงานต่างๆเดินหน้ารองรับรัฐธรรมนูญมาตรา67นี้ด้วย ในกรณีที่มีผลกระทบรุนเเรงกับชุมชน

 ส่วนการเร่งรัดให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาดูแลสิ่งแวดล้อมนั้น นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลได้ทำมา2-3เดือนแล้ว ก็พยายามทำอยู่แต่ที่ยังช้าอยู่เพราะมีความเห็นแตกต่างอยู่ว่า ลักษณะองค์กรอิสระนั้นคืออะไร เช่น ครั้งเเรกสอบถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้คำตอบมาว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นด้วยกฎหมายเป็นองค์กรเฉพาะ เพราะสามารถใช้องค์กรใดก็ตามที่ไม่ได้ขึ้นต่อฝ่ายบริหาร ซึ่งก็ให้เข้ามาอยู่ในกติกาหริอขบวนการของผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่บางฝ่ายอยากได้ลักษณะที่มีกฎหมายขึ้นมาดูแลองค์กรนี้

 เมื่อถามว่าเป็นห่วงการนักลงทุนจะย้ายฐานการผลิตออกจากไทยหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่า นักลงทุนพร้อมย้ายไปลงทุนในเวียดนามแล้ว นายกฯกล่าวว่า เป็นห่วง และได้ทำความเข้าใจกับเอกชนมาตลอดว่ากติกาบ้านเมืองเป็นเช่นใด และรัฐบาลจะดูแลให้ชัดเจนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เรื่องกฎหมายนั้นต้องเข้าใจว่าคนชี้ขาดลำดับสุดท้ายคือศาล ส่วนอุตสาหกรรมบางประเภทตนได้ให้ทบทวนแล้วว่า ไทยต้องการหรือไม่ เพราะดูแล้วหลายชุมชนไม่อยากมี หากไปตั้งโรงงานก็อาจเป็นปัญหา หากเราทำตรงนี้ต้องรู้ด้วยว่าเราเสียโอกาสเรื่องแบบนี้ไปแล้วจะได้สิ่งใดตอบแทน

 เมื่อถามว่าจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนกับอุตสาหกรรรมขนาดใหญ่ออกไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในตอนนี้ในลักษณะอุตสาหกรรมหลักที่จะมีผลกระทบนั้นยังไม่มีการอนุญาต เพราะมันต้องผ่านการวิเคราะห์ด้านต่างๆ

 เมื่อถามว่า แผนสำรองที่เตรียมไว้ในกรณีที่เงินการลงทุนหลายไป4แสนล้านบาทจะทำอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเงินจะหายไปขนาดนั้น แต่เราต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน แต่ไม่ว่าอย่างไรนั้นใจของตนอยากให้ศาลเร่งวินิจฉัยออกมา หากวินิจฉัยแล้วรัฐบาลจะมีความชัดเจนและแนวปฏิบัติออกมา โดยทุกอย่างจะง่ายขึ้น เมื่อถามว่าหากศาลปกครองสูงสุดยืนคำสั่งตามศาลปกครองกลาง จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ต้องเร่งรองรับเพื่อให้กติกาที่จะทำให้ทุกฝ่ายทำตามกติกาคือ รัฐธรรมนูญมาตรา67วรรคสองคือหากวินิจฉัยว่า เกือบทุกโครงการเข้าข่ายนั้นต้องมีกระบวนการใดๆออกมาให้เร็วที่สุด