ข่าว

กิเลนเจ๊าฉลาม ราชนาวีเฉือนโอสถศึกไทยลีก

กิเลนเจ๊าฉลาม ราชนาวีเฉือนโอสถศึกไทยลีก

05 ต.ค. 2552

ซูเปอร์บิ๊กแมทช์ลุ้นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกเข่นกันไม่ลง “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ตีเจ๊า “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี 1-1 ท่ามกลางคนดูกว่า 2 หมื่นคนที่สนามธันเดอร์โดม ขณะที่ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี ระยอง หนีตาย บุกเฉือน "พลังเอ็ม" โอสถสภา 1-0 ส่วน "


 การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 27 ของฤดูกาลเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา เกมคู่ซูเปอร์บิ๊กแมทช์ลุ้นแชมป์อยู่ที่สนามธันเดอร์โดม “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมนำจ่าฝูงที่มี 55 แต้มเปิดบ้านต้อนรับ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมรองจ่าฝูงที่มี 54 แต้ม เกมนี้ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเข้าชมจนล้นความจุของสนามกว่า 2 หมื่นคนเลยทีเดียว
 เขี่ยบอลมาแค่ไม่กี่วินาทีชลบุรีได้ลุ้นก่อนจาก ไมเคิล เบิร์น ที่หลุดเข้าไปซัดในระยะเผาขน แต่ยังไม่ผ่านมือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายประตูเจ้าถิ่น นาทีถัดมาเป็นเมืองทองฯ ที่ได้ลุ้นบ้าง ทว่าลูกโขกเหน่งๆ ของ ธีรเทพ วิโนทัย ไม่ตรงกรอบ เกมมาถึงนาทีที่ 4 อาทิตย์ สุนทรพิธ เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาไปให้ เจษฎากร เหมแดง วิ่งเข้าโขกที่เสาสองตุงตาข่ายเบิกสกอร์แรกให้ชลบุรีออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0
 หลังเสียประตูเมืองทองฯ พยายามบุกหนักมากขึ้

น นาที 17 ซามูโฮโร ยาย่า กลับตัวซัดเหน่งๆ ในระยะเผาขนบอลเหินข้ามคานแบบน่าผิดหวัง ถัดไปนาที 42 ชลบุรีมีโต้กลับเร็ว อาทิตย์ สุนทรพิธ ตั้งป้อมซัดเต็มข้อที่กรอบเขตโทษแต่ไม่เข้ากรอบ นาที 44 เมืองทองฯ มาตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ ธีรศิลป์ แดงดา พลิกบอลเข้าไปซัดด้วยซ้ายในเขตโทษลูกพุ่งเสียบตาข่ายตีเสมอเป็น 1-1 ท่ามกลางเสียงเฮสนามแทบแตกก่อนจบครึ่งแรกไปแบบสุดมัน
 ช่วงพักครึ่งเกิดเหตุวุ่นวายขี้นเมื่อแฟนบอลชลบุรีมีเรื่องวิวาทกับเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร นอกจากนี้ยังมีแฟนบอลชลบุรีล้นอัฒจันทร์ขยับเข้ามาในสนามทำให้เกมไม่สามารถเริ่มแข่งขันได้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้าไปเคลียร์อยู่นาน และผู้บริหารของทั้งสองทีมต้องหารือกับเจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอล เกมครึ่งหลังต้องเล่นช้าไปกว่าปกติเกือบ 30 นาทีกว่าที่เหตุการณ์จะสงบและกลับมาเริ่มเล่นครึ่งหลังได้
 เกมครึ่งหลังเจ้าถิ่นลุยหนัก นาที 47 ธีรเทพ วิโนทัย ได้โขกเผาขนบอลไปตรงตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล อีก 2 นาทีต่อมา ซามูโฮโร ยาย่า ได้ซัดเหน่งๆ หน้ากรอบเขตโทษลูกเหินข้ามคาน ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมพยายามเดินเกมบุกจะยิงประตูชัยให้ได้แต่ก็ไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดเวลาเสมอกันไป 1-1 แบ่งทีมละแต้มทำให้เมืองทองฯ มี 56 แต้มยังนำจ่าฝูงต่อไป ส่วนชลบุรีมี 55 แต้มยังต้องลุ้นแชมป์กันใน 3 นัดสุดท้าย
 ขณะที่ที่สนาม อบจ.สระบุรี “นายห้างขายยา” โอสถสภา-สระบุรี ดูเหมือนจะทุ่มเป้าหมายไปที่ถ้วยเอฟเอ คัพเสียแล้ว ขนนักเตะตัวสำรองลงสนาม พบกับ “ตะหานน้ำ” ราชนาวี ระยอง ที่กำลังดิ้นรนหนีตายมี 24 แต้ม เท่ากับนครปฐม และจุฬา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 14-15 ของตาราง และเป็นทีมเยือนที่ทำเกมรุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่า เหลือแต่จังหวะจบเท่านั้นที่ยังไม่ลงล็อก หมด 45 นาทีแรกสกอร์ยังไม่ขยับ 0-0


 ครึ่งหลัง ราชนาวี ระยอง ยังคงเล่นได้มุ่งมั่นกว่า และมาได้รางวัลความพยายามในนาทีที่ 64 ติณภพ ศรีสถิตย์ กระชากบอลตัดเข้ามาถึงมุมเขตโทษด้านขวาสับไกบอลพุ่งวาบเสียบตาข่ายเสาสองงดงาม 1-0 จากนั้นเหมือนไปปลุกโอสถสภาให้เร่งเครื่องแต่บอลไปถึงแดนหน้ากลับไม่มีโอกาสส่องเหน่งๆ จบเกมราชนาวี ระยอง เอาชนะ 1-0 ได้ 3 แต้มสำคัญกระโจนหนีกลุ่มตกชั้นขึ้นมา
 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 “กระต่ายบีจี” บางกอกกล๊าส ที่หากเก็บ 3 แต้มเต็มมีโอกาสคว้าอันดับ 3 ไปค่อนข้างแน่หลังจากบีอีซี เทโรศาสน สะดุดพ่าย ศรีราชา พบกับ “แข้งเทพ” บางกอก ยูไนเต็ด ทั้งคู่มาเปิดเกมรุกเข้าใส่กัน เป็นเจ้าบ้านเฮก่อนจากฟรีคิกของ อำนาจ แก้วเขียว ใช้ความแรงอัดชนเสาเด้งมาถูกกองหลังเข้าประตู 1-0 แต่นำแค่ 4 นาที เกมจากกราบซ้ายลุยขึ้นมาถึง กิตติศักดิ์ ศิริแว่น อัดเสียบตาข่ายตีเสมอให้ทีมเยือนเสมอ 1-1 
 ครึ่งหลัง เกมยังเล่นกันได้สนุก มีโอกาสพาบอลเข้าไปกดดันฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา เรียกว่าแฟนบอลหายใจกันไม่ทั่วท้อง กระทั่งนาทีที่ 65 ลูกนิ่งยังคงเป็นทีเด็ดของเจ้าบ้าน คราวนี้เป็น ศุภชัย คมศิลป์ ปั่นเสียบตาข่าย เป็นประตูชัยของบางกอกกล๊าส 2-1 จ่อคว้าอันดับ 3
 ส่วนที่สนามแพท สเตเดี้ยม การท่าเรือไทย เอฟซี เปิดรังพบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก่อนที่ทีมเยือนเอาชนะไปได้ 1-0 จาก สุริยา ดอมไธสง นาที 89