ข่าว

ระดมตร.กว่า 2 พันนายดูแลงาน ‘อุ่นไอรักฯ’

ระดมตร.กว่า 2 พันนายดูแลงาน ‘อุ่นไอรักฯ’

08 ก.พ. 2561

ผบ.ตร.เผยระดมตร.กว่า 2 พันนายดูแลความเรียบร้อยงาน ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ แนะปชช.ปฏิบัติตามคำแนะนำจนท.เคร่งครัด สั่งเร่งขยายผลผู้เกี่ยวข้อง ‘เปรมชัย’ ล่าสัตว์

 

           เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงการประชุมเตรียมความพร้อมงาน ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ ที่จัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ - 11 มีนาคมนี้ว่า การประชุมวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กำลังตำรวจที่ใช้ดูแลความสงบเรียบร้อยประมาณ 2,300 นาย มีพื้นที่เฝ้าระวัง 3 จุด จุดคัดกรอง 4 จุด และจุดตรวจย่อยอีก 3 จุด ประชาชนที่มาร่วมงานควรเตรียมบัตรประชาชนและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่แนะนำเพื่อไม่ให้เกิดความเสียเวลา

           สำหรับประชาชนที่จะนำรถมาจอดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดูแลเรื่องการโจรกรรมรถให้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดมาร่วมงาน เพราะเป็นงานที่ดี ที่ได้แต่งกายย้อนยุคด้วย

           ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงกรณีการสอบสวนขยายผลคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหาร บ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด กับพวก ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง และอาวุธปืนล่าสัตว์ 3 กระบอก ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ว่า ตำรวจจะเร่งสอบสวนขยายผลในทุกประเด็น ทั้งการครอบครองซากสัตว์ในกรณีอื่น ๆ พฤติกรรมการเดินทางเข้าพื้นที่ทุกครั้งก่อนถูกจับกุมในคดีนี้ รวมถึงประเด็นการได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ให้นายเปรมชัย กับคณะเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุกครั้งที่ผ่านมา หากพบการทำผิดเชื่อมโยง หรือมีส่วนร่วมกับการกระทำความผิด ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไม่มีละเว้น

 

ระดมตร.กว่า 2 พันนายดูแลงาน ‘อุ่นไอรักฯ’

 

           ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้ได้เชิญเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มาสอบสวนในประเด็นการติดสินบนเจ้าพนักงาน ว่าใครเป็นผู้ที่ติดสินบน ส่วนจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้หรือไม่ต้องรอสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯก่อน ขณะเดียวกันจะมีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ด้วยว่า เพราะเหตุใดถึงมีการปล่อยปละละเลยให้กลุ่มของนายเปรมชัย เข้าไปในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้ ส่วนอาวุธปืน 43 กระบอก ที่ยึดได้ในบ้านพักของ นายเปรมชัย เป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องทุกกระบอกหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะบางกระบอกยังไม่ได้หลักฐาน อย่างไรก็ตามเรื่องทะเบียนอาวุธปืนเป็นอำนาจของฝ่ายปกครองตนไม่สามารถก้าวล่วงได้

           รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้ยืนยันว่าไม่มีอุปสรรคใดๆ แม้ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าใครเป็นผู้ที่ยิงสัตว์ แต่จากพยานหลักฐานขณะนี้ก็มีความชัดเจน ที่ผ่านมาตำรวจมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างในคดี ทั้งดีเอ็นเอ เขม่าดินปืน เพียงพอที่จะฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้แล้ว

           “หลักฐานแค่นี้ก็ฟ้องได้แล้ว เหลือเฟือ ไม่จำเป็นต้องมีประจักษ์พยานว่าใครเป็นคนยิงสัตว์ ยืนยันว่าหลักฐานแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่จะไปเที่ยว เป็นที่สาธารณะ คุณเข้าไปไม่ขออนุญาตเจตนาก็ชัดเจนอยู่แล้ว ระเบียบห้ามไม่ให้นำอาวุธปืนเข้าไปคุณเอาเข้าไปก็ชัดเจน ยิ่งพบซากสัตว์อยู่ก็ชัดเจน ตำรวจไม่มีความกังวล ผบ.ตร.ก็กำชับให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันคดีนี้วิ่งเต้นไม่ได้ สำหรับตัวของนายเปรมชัย ขณะนี้ยังอยู่ในประเทศ ไม่ได้หายตัวไปไหน ยังติดต่อได้ ส่วนจะมีออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวนเมื่อใด ตรงนี้ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ” รอง ผบ.ตร. กล่าว

 

ระดมตร.กว่า 2 พันนายดูแลงาน ‘อุ่นไอรักฯ’