
โจรบุกเดี่ยวลวง-ชิงเก๋งเต็นท์รถมือสอง
คนร้ายอ้างเป็นพันตำรวจเอกประจำสันติบาล ทำทีเข้าไปซื้อรถในเต็นท์รถมือสอง ถนนกาญจนาภิเษก ตลิ่งชัน เมื่อพนักงานขายตายใจ จึงขอลองขับพร้อมให้ช่างเครื่องของเต็นท์นั่งคู่ไปด้วยก่อนจะชักปืนขู่ เชิดรถหนีลอยนวล
เมื่อเวลา 13.00 น.พ.ต.ท.สุวรรณภูมิ อยู่สุวรรณ สว.สส.สน.ศาลาแดง รับแจ้งเหตุคนร้ายจี้ชิงรถยนต์มือสองจากเต็นท์รถบิ๊กคาร์ เซ็นเตอร์ สาขา 5 ตั้งอยู่เลขที่ 24-24/2 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม.รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่สายตรวจ ที่เกิดเหตุเป็นเต็นท์ขายรถยนต์มือสอง พบ น.ส.กานดาชนก พร้อมทรัพย์ อายุ 20 ปี พนักงานขายรถยนต์ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุ มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 50 ปี ลงจากรถแท็กซี่เข้ามาภายในร้าน ทำทีเป็นลูกค้ามาขอซื้อรถยนต์มือสอง โดยคนร้ายอ้างตัวว่าเป็นตำรวจพร้อมกับยื่นนามบัตรให้ดูในบัตรระบุชื่อ ชื่อ พ.ต.อ.จานึก ลิ้มสุวรรณ เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ตนคิดว่าเป็นตำรวจจริงเพราะแต่งกายชุดซาฟารีกางเกงสีน้ำตาลคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
น.ส.กานดาชนกกล่าวต่อว่า จากนั้นคนร้ายบอกกับตนว่า อยากดูรถที่เป็นรถครอบครัว จึงแนะนำให้ดูรถยนต์โตโยต้าวิช สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ศก9739 กทม.ซึ่งคนร้ายได้เดินดูรถในเต็นท์ 4-5 คัน เป็นเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนจะตัดสินใจจะซื้อรถคันดังกล่าวและบอกว่าขอลองขับรถดูได้หรือไม่ จึงไปถามเถ้าแก่ ซึ่งเถ้าแก่ได้อนุญาตให้ลองขับดูได้เฉพาะบริเวณรอบ ๆ เต็นท์เท่านั้น ก่อนที่คนร้ายจะขับรถไป บอกว่าขอให้ตนนั่งไปด้วยเผื่อเกิดอาการขาชาจะได้ให้มาขับรถแทน แต่ตนขับรถไม่เป็นจึงให้ช่างของเต็นท์นั่งไปแทน แต่จู่ ๆ คนร้ายก็ขับรถออกไปจากเต็นท์อย่างรวดเร็ว มาทราบอีกทีก็พบว่าช่างที่นั่งไปด้วยถูกจี้เอารถยนต์ไป
ด้านนายสมศักดิ์ อยู่เนียม อายุ 36 ปี ช่างซ่อมรถยนต์ของเต็นท์รถที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะที่ตนนั่งรถอกไปกับคนร้ายได้บอกว่าให้ขับอยู่บริเวณใกล้ ๆนี้ก็พอ แต่คนร้ายได้ขับรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มเอสโซ่ 200 บาท อ้างว่าเป็นการลองเครื่องยนต์ จากนั้นก็ขับรถขึ้นบนถนนคู่ขนานลอยฟ้า จึงเริ่มเอะใจว่าทำไมขับออกมาไกล จากนั้นคนร้ายได้ขับรถจนมาถึงหน้ากระทรวงวัฒนธรรม และขอให้ตนขับรถแทนเพราะปวดขา โดยบอกให้ตนลงจากรถอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ แต่มีรถสัญจรไปมาจำนวนมากจึงไม่สามารถเปิดประตูลงไปได้ ตนเห็นท่าไม่ดีเอื้อมมือไปดึงกุญแจรถออกแต่คนร้ายก็แย่งกลับไปพร้อมกับบอกว่าไม่มีอะไร แค่จะให้ช่วยขับรถแทนให้
“ผมจึงบอกให้คนร้ายเข้าเกียร์ว่างเอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดประตูด้านซ้ายและลงไปยืนอยู่ด้านข้างโดยจับประตูรถเอาไว้ด้วย แต่จังหวะนั้นคนร้ายปล่อยเบรกและรถไหล ผมจึงรู้ว่าคนร้ายไม่ได้เข้าเกียร์ว่าง จึงพยายามจะเข้าไปในรถและจะแย่งเอากุญแจไว้ แต่คนร้ายกลับเปิดกระเป๋าที่ใส่อาวุธปืนเอาไว้และบอกให้ผมลงจากรถ ด้วยความกลัวจึงลงและรีบโบกรถแท็กซี่เพื่อที่จะตามไปแต่ก็ไม่มีใครรับ ทำให้ตามคนร้ายไปไม่ทัน และไม่ทราบว่าคนร้ายขับรถมุ่งหน้าไปทางไหน จึงรีบโทรศัพท์กลับมาบอกที่เต็นท์”นายสมศักดิ์กล่าว
นายชาตรี จงแจ่ม อายุ 25 ปี ผู้จัดการเต็นท์รถสาขาที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตามระเบียบของเต็นท์รถที่นี่จะไม่มีการยึดบัตรของลูกค้า หรือดูเอกสารใด ๆก่อนที่จะให้เอารถไปลองขับ เพราะเหมือนกับไม่ให้เกียรติลูกค้า ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่จะมีเต็นท์รถในย่านนี้ 2 แห่งที่เคยถูกคนร้ายจี้เอารถไปจากเต็นท์ จากนี้จะต้องเข้มงวดเรื่องเอกสารของลูกค้าและต้องมีการขอบัตรเอาไว้ก่อนที่จะให้นำรถไปลองขับ ถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกเต็นท์
พ.ต.ท.สุวรรณภูมิ กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายทำทีเป็นลูกค้ามาขอซื้อรถและจากนั้นก็ขับรถออกไป แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่และชิงเอารถหลบหนีไป ที่บริเวณย่านปิ่นแกล้าซึ่งอยู่ในท้องที่ของ สน.บางยี่ขัน ตนจึงได้แนะนำให้เจ้าของเต็นท์ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.บางยี่ขัน เพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป



