ข่าว

ศาลเมียนมาเลื่อนตัดสิน'เก้า'คู่หูเปรี้ยวหั่นศพ 14 วัน

ศาลเมียนมาเลื่อนตัดสิน'เก้า'คู่หูเปรี้ยวหั่นศพ 14 วัน

08 ก.พ. 2561

ศาลเมียนมามีคำสั่งเลื่อนตัดสินคดีนายธวัชชัย คู่หูเปรี้ยวหั่นศพ 14 วัน หลัง ป.ป.ส.ขออายัดตัวสอบสวนเพิ่มเติม

 

               วันที่ 8 ก.พ.61 รายงานข่าวจากเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ทางตอนเหนือของ จ.เชียงราย แจ้งว่าจากกรณีศาลเมืองเชียงตุง ได้นัดตัดสินคดีนายธวัชชัย อ้อมชมภู หรือ “เก้า” อายุ 30 ปี ในข้อหามีรถยนต์โดยไม่เสียภาษี เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเมียนมา ขับรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเสียหายไปจำนวน 4 คัน มีอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ไว้ในการครอบครองจำนวน 1 กระบอก และปืนพกสั้นขนาด 9 มม. อีกจำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนกว่า 1,200 นัด และข้อหาเสพยาเสพติด ในเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น

               เมื่อถึงเวลาดังกล่าวทางศาลเมืองเชียงตุง ได้แจ้งเลื่อนระยะเวลาการตัดสินคดีต่อนายธวัชชัย ออกไปอีก 14 วัน โดยนัดตัดสินคดีอีกครั้งในวันที่ 21 ก.พ. การเลื่อนการตัดสินครั่งนี้เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของประเทศเมียนมา ยื่นขอให้มีการแจ้งเลื่อนเพื่อนำตัวนายธวัชชัย ไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยได้ส่งมอบตัวให้กับทาง ป.ป.ส.เมียนมา แต่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในห้องขังของเมืองเชียงตุง อยู่เช่นเดิม

               แหล่งข่าวชายแดนระบุว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เมียนมา ต้องการจะขยายผลจากการสอบปากคำนายธวัชชัย เพิ่มเติมว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายธวัชชัย ยังมีบุคคลใดอีกบ้าง เพราะในการจับกุมที่ผ่านมานายธวัชชัย เพียงแต่ถูกทางตำรวจเมียนมาจับกุมและควบคุมตัวดำเนินคดีส่งฟ้องศาลตามหลักฐานที่มีอยู่เฉพาะหน้า คือ รถยนต์และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน เท่านั้น

               แต่ในวันจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้มีส่วนร่วมในการจับกุมอยู่ด้วย จึงขออายัดตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม โดยยื่นขอจากศาลโดยตรง โดยเป้าหมายคือต้องการขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพราะไม่เชื่อว่านายธวัชชัย จะเป็นเพียงผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองเชียงตุง ตามข้อกล่าวอ้าง เนื่องจากช่วงถูกจับกุมมีอาวุธปืนสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายในเมืองเชียงตุง ด้วยหรือไม่ รวมทั้งต้องการขยายไปถึงหญิงสาวอีก 2 คนที่ร่วมเดินทางไปกับนายธวัชชัย ว่าเกี่ยวข้องกันด้วยหรือไม่อย่างไรอีกด้วย

               สำหรับนายธวัชชัยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานี เมื่อปี 2559 ในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองและหมายจับศาลจังหวัดศรีษะเกษ เมื่อปี 2560 จากประเทศไทย ในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ข้อหาเสพ และเสพแล้วขับขี่ แต่นายธวัชชัย ได้หลบหนีไปอยู่ในเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับชายแดนด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยช่วงหลบหนีได้ไปพัวพันกับ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ “เปรี้ยว” อายุ 25 ปีและพวกที่กำลังถูกดำเนินคดีข้อหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย สาวร้านคาราโอเกะที่ อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้หลบหนีไปยังเมืองท่าขี้เหล็ก เช่นกัน โดยเป็นคนพาไปหาที่พักหลบซ่อนแต่ทนกระแสกดดดันไม่ไหวจึงนำมาปล่อยบริเวณตลาดชายแดน จน น.ส.ปรียานุช และพวก ถูกส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2560 ในที่สุด

               โดยนายธวัชชัย ถูกตำรวจเมียนมาจับกุมได้ที่บ้านผาเขตเมืองเชียงตุง เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 1P-1836 รัฐฉาน พร้อมหญิงสาว 2 คนมุ่งหน้าจะเข้าไปเมืองเชียงตุง แต่ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร พบเห็นด่านตรวจของตำรวจเมียนมา จึงได้หักรถหลบหนีแล้วไปชนรถจักรยานยนต์ชาวบ้านเสียหายจึงถูกล้อมจับตัวเอาไว้ เมื่อตรวจในรถพบของกลางทั้งหมดดังกล่าว เบื้องต้นนายธวัชชัย อ้างว่าจะไปท่องเที่ยวและแวะรับหญิงสาว 2 คนที่สถานบันเทิงที่เมืองแพรก

               จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เมียนมายังทราบว่านายธวัชชัย เข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดเมืองไฮ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองโกและเมืองแพรก ห่างจากท่าขี้เหล็กประมาณ 30-40 กิโลเมตร กับกลุ่มค้ายาเสพติดในประเทศไทย โดยเมื่อมีการตกลงซื้อขายยาเสพติดกันระหว่างทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวแล้ว เครือข่ายยาเสพติดเมืองไฮ จะรับทำหน้าที่ส่งยาเสพติดไปให้ถึงจุดหมายโดยเฉพาะถึงกรุงเทพฯ ครั้งละ 100,000 เม็ด โดยอาศัยความน่าเชื่อถือหรือเครดิตโดยไม่ต้องใช้เงินสดด้วย โดยในปี 2560 ที่ผ่านมาเคยทำมาแล้ว 3 ครั้งในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน ครั้งละมูลค่า 1.5 ล้านบาท