ข่าว

บุกค้นบ้าน 3 ผตห.ร่วม'เปรมชัย'ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ

บุกค้นบ้าน 3 ผตห.ร่วม'เปรมชัย'ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ

07 ก.พ. 2561

จนท.สนธิกำลังบุกค้นบ้าน 3 ผู้ต้องหาบุกรุกล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

 

               จากกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกอีก 3 คน ได้แก่ นายยงค์ โดดเครือ , นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ ถูกควบคุมตัวพร้อมของกลางในการล่าสัตว์ที่บริเวณป่าห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ และส่งตัวให้ สภ.ทองผาภูมิ แจ้งข้อกล่าวหา 9 ข้อหา ซึ่งต่อมาทนายความของนายเปรมชัย ได้ยื่นขอประกันตัว และศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้พิจารณาให้ประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์คนละ 150,000 บาท

               ต่อมาวันนี้ (7 ก.พ.61) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. , เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้ขออนุมัติศาล เพื่อออกหมายค้นบ้านผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบไปด้วย 1. ศาลอาญา ค้นบ้านนายเปรมชัย กรรณสูตร บ้านเลขที่ 12/3 ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 2. ศาลจังหวัดราชบุรี ค้นบ้านนายยงค์ โดดเครือ บ้านเลขที่ 84 หมู่ 8 ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 3. ศาลจังหวัดบัวใหญ่ ค้นบ้านนางนที เรียมแสน บ้านเลขที่ 102 หมู่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา และ 4.ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ค้นบ้านนายธานี ทุมมาศ บ้านเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

               ล่าสุดวันนี้ (7 ก.พ.61) เวลา 12.05 น. พ.ต.อ.สมคิด ทิพยจักรพงศ์ ผกก.ปทส. และ พ.ต.อ.ภูไท เชาว์สูงเนิน ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.3 ได้นำหมายศาลจังหวัดบัวใหญ่ พร้อมกำลังตำรวจ ปทส. และตำรวจสอบสวนกลาง จำนวน 25 นาย บุกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 102 บ้านวังม่วง ม.1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของนางนที เรียมแสน หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ โดยพบเพียงนายวิศิษฐ์ แก้วข้อนอก อายุ 71 ปี และนางแจ้ แก้วข้อนอก อายุ 66 ปี พ่อ-แม่ ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ใช้เวลาค้นประมาณ 30 นาที ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกการให้ปากคำไว้เป็นหลักฐาน

               จากการสอบถามนายวิศิษฐ์ แก้วข้อนอก พ่อของนางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาในคดีนี้ บอกว่า ลูกสาวของตนเดินทางไปกรุงเทพฯ และสมัครทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นต์ จำกัด ซึ่งหลังจากที่ไปทำงานแล้วก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาบ้านนานกว่า 3 ปีแล้ว ส่วนเรื่องการบุกรุกเข้าป่าไปล่าสัตว์นั้น ตนไม่ทราบเรื่องมาก่อน โดยเพิ่งมาทราบข่าวอีกทีก็ตอนที่ญาติๆ มาเล่าให้ฟังว่าลูกสาวของตนเองถูกจับแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนไม่ใช่คนที่ชอบล่าสัตว์ หรือชอบกินเนื้อสัตว์ป่าเป็นพิเศษแต่อย่างใด จึงไม่เชื่อว่าลูกสาวจะร่วมกันออกไปล่าสัตว์ป่าตามที่เป็นข่าวครั้งนี้

 

ราชบุรี - ค้นบ้านผู้ต้องหาที่ร่วมล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร

               เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 ก.พ.61 พ.ต.ท.เพทาย จันทร์ไพร รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 ได้นำกำลังเจ้าชุดสืบสวนภาค 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านโป่ง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จ.กาญจนบุรี พร้อมหมายค้น เลขที่ ค 48/2561จากศาล จ.ราชบุรี มาตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 84 ม.8 ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่งจ.ราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี และนายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี เข้าไปลักลอบตั้งแคมป์พักแรมล่าสัตว์ป่า และมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ ที่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 ก.พ.61 ที่ผ่านมา เพื่อหาหลักฐานในการประกอบสำนวนคดี

               จากการเข้าตรวจค้น พบนายยงค์ ซึ่งได้รับการประกันตัวออกมา อยู่ที่บ้านกับญาติๆ ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนั้น นายยงค์ จะมาพักอาศัยแค่ช่วงวันหยุด แต่ในช่วงวันทำงานก็จะไปทำงานกับนายเปรมชัย ที่บริษัท อิตาเลียนไทย โดยไม่ยินยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปถ่ายภาพภายในบ้าน จากการตรวจค้นภายในบ้านไม่พบหลักฐานและสิ่งผิดปกติใดๆ ใช้เวลาในการตรวค้นประมาณ 1 ชม.

 

กาญจนบุรี - ค้นบ้าน 1 ใน 4 ผู้ต้องหาขบวนการล่าสัตว์-ถลกหนังเสือ พบเพียงพ่อตา

               เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (7 ก.พ.61) ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้อนุมัติหมายค้น ที่ 102/2561 ลงวันที่ 7 ก.พ.2561 ให้กับ พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ต.เกริก เสนาสำเนียง สว.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร.ต.อ.นัฐพล ดาวเรือง รอง สว.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร.ต.ท.คำรณ บริสุทธิ์ รอง สว.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมพวก ดำเนินการตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 47 บ้านโป่งปัด หมู่ 3 ต.ช่องสะเดาอ.เมือง จ.กาญจนบุรี ของนายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จับกุมพร้อมด้วยนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งนายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี และนางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี ที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทเสือดำ ไก้ฟ้า โดยถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก

               โดยคณะเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจค้นตั้งแต่เวลา 12.00 น.ไปจนถึงเวลา 18.00 น.ของวันนี้ ซึ่งการเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ ตร.กก.5 บก.ปทส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ร่วมเดินทางไปปฏิบัติการด้วย ซึ่ี่งเมื่อคณะเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวปลูกเป็นบ้านปูนชั้นเดียว สภาพค่อนข้างทรุดโทรม ส่วนภายในบ้าน พบนายวิเชียร เอกชะอุ่ม อายุ 79 ปี อยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นให้แก่นายวิเชียร ดูพร้อมอธิบายถึงเหตุผลการมาจนนายวิเชียร เข้าใจ พร้อมกับนำพาคณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นด้วย และจากการตรวจค้นภายในบ้านและพื้นที่โดยรอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

               จากการสอบถามนายวิเชียร ทราบว่า เป็นพ่อตาของนายธานี โดยนายวิเชียร เล่าว่า นายธานี และภรรยา ไปค้าขายอาหารอยู่ที่ตลาดคลองเตย กทม.และพักอาศัยอยู่แถว อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่ง 2-3 เดือน ลูกเขยกับลูกสาวจึงจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้งหนึ่ง และเมื่อคณะเจ้าหน้าที่ทราบ จึงจดทำบันทึกเอาไว้ ก่อนที่จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

               ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือ (กรมอุทยานฯ) เปิดเผยว่า นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือเดินทางมาร่วมตรวจสอบสำนวนการทำบันทึกของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ในการแจ้งความดำเนินคดี โดยขอให้ทำอย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ว่าอันที่จริงแล้วเขาได้เข้าไปหรือไม่ได้เข้าไป และการเข้าไปนั้นได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ วันนี้คือการเข้ามาตรวจสอบในเบื้องต้นของชุดพญาเสือ และจากการตรวจสอบสภาพจริงจากเจ้าหน้าที่แล้วก็พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการเข้าไปดำเนินการล่าสัตว์ป่าจริง ซึ่งของกลางนั้นมีทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน รวมทั้งซากสัตว์ที่ถูกอาวุธปืนยิงด้วย

               สำหรับการขออนุญาตตามขั้นตอนนั้นพบว่า กลุ่มบุคคลที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ได้ดำเนินการขออนุญาตจริง แต่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ที่รับผิดชอบ ยังไม่ได้มีการอนุญาตให้เข้าไปแต่อย่างใด แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวก็ได้อาศัยช่องทางอื่นเข้าไปในพื้นที่ โดยไม่ได้เข้าไปตามเส้นทางที่ทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร อนุญาต ส่วนเงื่อนไขทั่วไปในการเข้าไปในพื้นที่นั้น ทางกรมอุทยานฯ ได้มีการอนุโลมให้โดยที่ไม่ได้ยึดปฏิบัติตามเงื่อนไขถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่จริงแล้วหากกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปแล้วและไปพักตามจุดที่ทางกรมอุทยานฯ อนุญาตก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ปรากฎว่ากลุ่มผู้ที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและซากสัตว์ กลับไปกางเต้นท์พักนอกเขตที่ได้รับอนุญาต การกระทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายและผิดระเบียบของกรมอุทยานฯ

               สำหรับผู้ที่ถูกจับกุม เบื้องต้นพบข้อหาที่ต้องถูกดำเนินคดีอย่างชัดเจน คือ ข้อหาพยายามล่า และล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งข้อหาทั้งหมดเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ พ.ศ.2535

               นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ถามว่าหนักใจหรือไม่ในการจับกุมผู้ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศในครั้งนี้ ซึ่งทุกวันนี้การทำงานของกรมอุทยานฯ นั้นค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่า บุคคลใดก็แล้วแต่ที่ทำการบุกรุกป่า ซึ่งกรณีการบุกรุกป่าที่ผ่านมามีการจับกุมเคสใหญ่ๆ มาแล้วก็มี แต่สำหรับกรณีนี้ที่มีการเข้าไปล่าสัตว์ป่ายิ่งชัดเจนยิ่งกว่าการบุกรุกป่า ซึ่งเคสนี้มีเจตนาในการเข้าไปล่าสัตว์ป่า ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงไม่ได้มีความหนักใจเกี่ยวกับการทำงานแต่อย่างใด แต่ผลกระทบที่จะย้อนกลับมาในอนาคต อันนี้ก็ต้องว่ากันไปตามอายุความ

               สำหรับการจับกุมบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับประเทศหรือระดับโลกในครั้งนี้ เมื่อมีการสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำผิดจริง ทางกรมอุทยานฯจะดำเนินการอย่างไร่ต่อไป ซึ่งวันนี้อธิบดีกรมอุทยานฯได้สั่งการให้เรามาควบคุมขั้นตอนการเขียนสำนวนเพื่อใช้ในการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจากการดูบันทึกมันชัดเจนอยู่แล้วว่า วิสัยในการส่อถึงพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นอย่างไรและได้มีการส่งมอบบันทึกให้กับทางพนักงานสอบสวนทุกขั้นตอนว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ในวันไหน และเจ้าหน้าที่เข้าไปกล่าวตักเตือนในช่วงไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้นได้มีการพกพาอาวุธปืนเข้าไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืน จึงเข้าทำการตรวจสอบและพบทั้งอาวุธปืนและซากสัตว์ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจึงส่อเจตนาในการเข้าไปล่าสัตว์ป่าอย่างชัดเจน

               ถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะมีขบวนการเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขบวนการของรัฐมีการปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐของอยู่แล้ว ดังนั้นในเมื่อเราปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้าไปจับกุม ก็ไม่มีใครทราบเลยว่ากำลังจับกุมผู้บริหารระดับสูงคนนี้ ซึ่งหลังจากนี้หากจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลา หากเจ้าหน้าที่ของเรามีเจตนาไม่ด็ก็ต้องรับกรรมไป แต่ถ้าหากกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมกระทำไม่ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ก็ต้องรับกรรมนั้นไป  และหลังจากนี้ทางกรมอุทยานฯจะดำเนินการทางด้านกฎหมายกับกลุ่มผู้ถูกจับกุมอย่างเต็มที่ และคงจะมีการแจ้งความเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้ (7 ก.พ.)เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายจะเข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุหากพบเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติม ก็จะทำการบันทึกเพื่อแจ้งความเพิ่มตามหลักฐานที่พบ ซึ่งต้องขอบคุณ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภาค 7 ที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภาค 7 ลงพื้นที่มาร่วมปฏิบัติงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดนี้เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีฝีมือระดับมืออาชีพที่แท้จริง

               ด้านนายธรรมรัฐ วงศ์โสภารักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 (บ้านโป่ง)หลังจากเกิดเหตุก็ได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ให้ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบดูเอกสารในรูปคดี ถึงความถูกต้องของข้อกฎหมาย ว่ามีการอนุญาตเข้าพื้นที่โดยชอบหรือไม่ชอบอย่างไร รวมทั้งข้อกฎหมายที่จะต้องตั้งข้อกล่าวผากับผู้ที่กระทำผิดในครั้งนี้ให้ครบถ้วน ซึ่งเรื่องนี้กรมกรมอุทยานฯได้ตระหนักถึงเรื่องการดำเนินคดีเป็นเรื่องสำคัญ และจะต้องให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส่วนเรื่องที่มีการจับกุมบุคคลผู้ที่มีชื่อเสียง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันเฉกเช่นประชาชนทั่วไปแต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

               ถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม ก็ได้ตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน ซึ่งก็สามารถยึดได้ทั้งซากสัตว์ป่า รวมทั้งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก และได้ทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวน และต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการทางด้านกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯนั้นจากนี้ไปก็จะมีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าผลทางคดี ผลสำนวนส่งถึงอัยการ จากนั้นติดตามผลการตัดสินของศาล และจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไปเท่านั้น   ซึ่งโดยหลักการการเข้าไปภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น จะต้องมีการยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตไปที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ซึ่งเคสนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีการยื่นขออนุญาตในรูปแบบที่ยังถูกต้อง เพราะยังขาดเอกสารอยู่หลายอย่าง ซึ่งก็ได้มีการพิจารณาในการกำหนดวันเข้าให้ แต่การพิจารณาก็ไม่ทันตามเวลาที่เขาอนุญาต เพราะว่าเอกสารไม่ครบ ดังนั้นจึงไม่ได้มีการเซ็นต์อนุญาตให้เข้าแต่อย่างใด ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้ว   ซึ่งบุคคลใดได้รับอนุญาตให้เข้าไป จะต้องเดินทางไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ตามที่เขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่นเรศวรได้กำหนดเอาไว้ และเมื่อเข้าไปจะต้องแสดงหนังสือการได้รับอนุญาตด้วย ซึ่งจากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ฯ ก็ทราบว่าการที่ไปพบกลุ่มบุคคลเหล่านี้ครั้งแรกที่แคมป์พัก พบว่าเป็นจุดที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเขตที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปตั้งแคมป์ เจ้าหน้าที่ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป

               ส่วนจะมีการลักลอบเข้าไปด้วยตนเองหรือไม่ ตรงนี้จะต้องเข้าไปพิสูจน์ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าได้เข้ามาตามเส้นทางที่มีด่านตรวจอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการขยายความจากการจับกุมกลุ่มบุคคลในครั้งนี้ ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ล่าสัตว์ชุดนี้ เข้าไปในช่องทางที่ได้รับอนุญาตหรือไม่อย่างไร ส่วนครั้งนี้จะต้องมารับภาระการดำเนินการการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในเรื่องของการล่าสัตว์ป่าก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนประเด็นการเข้าไปในพื้นที่จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งในภายหลัง และจนถึงขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ที่ถูกจับกุมแม้แต่คนเดียว เพราะมันเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

               นายวิเชียร ชินวงษ์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เปิดเผยว่า สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จะมีการชัดชุดลาดตระเวนโดยการใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยกำลังพลชุดนี้เป็นกำลังพลชุดพิทักษ์ป่ามหาราช ก็ได้ออกลาดตระเวฯในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา   กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น.ก็ไปตรวจพบว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปกางเต้นท์พักแรม ซึ่งจุดที่กางเต้นท์ก็อยู่ในเส้นทางที่ทางกรมอุทยานฯอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาเส้นทางทางธรรมชาติได้ เพียงแต่ว่าการพักค้างแรมจะต้องพักอยู่ที่บริเวณที่ทำการจุดพิทักษ์ป่าเท่านั้น จะออกไปกางเต้นท์พักผ่อนตามอัทยาศรัยไม่ได้โดยเด็ดขาด  ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วลาดตระเวนไปพบ ก็ได้เข้าไปพูดคุยพร้อมกับให้คำแนะนำ ให้ไปกางเต้นท์พักแรมที่จุดพิทักษ์ป่า แต่การพูดคุยก็ไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ดังนั้นทางชุดลาดตระเวนจึงวิทยุแจ้งมาที่หัวหน้าหน่วยให้ทราบ จากนั้นหัวหน้าหน่วยก็ได้รายงานให้ตนทราบตามขั้นตอน

               ดังนั้นตนจึงสั่งการให้รองหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนำกำลังเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ประจำวันของเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อให้เขาเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกำหนด เมื่อไปถึงก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากกลุ่มดังกล่าวเช่นเดิม  เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเดินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณจุดที่กางเต้นท์ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้เสียงอาวุธปืนดังขึ้น จึงรีบเข้าไปตรวจสอบจุดที่ได้ยินเสียงปืน ปรากฏพบผู้ชายหนึ่งคน กำลังเล็งกระบอกไปไปที่สัตว์ป่าที่กำลังหากินอยู่บนยอดไม้ เจ้าหน้าที่จึงรีบแจ้งให้หยุดเพื่อรักษาชีวิตของสัตว์ป่าที่กำลังถูกยิงเอาไว้และได้ควบคุมชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้  และได้คุมตัวชายดังกล่าวมาสมทบรวมกันกับกลุ่มชายที่กางเต้นท์อยู่ และระหว่างทางเดินประกฎว่าเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 ตกอยู่ และห่างจากจุดที่พบปลอกกระสุนประมาณ 15 เมตร ก็พบเศษชิ้นเนื้อลักษณะคล้ายกับเครื่องในของสัตว์กองอยู่พร้อมกับถุงใส่เกลือหล่นอยู่ จำนวน 2 ห่อ เจ้าหน้าที่ที่พบจึงเกิดเอะใจ เพราะตามปกติแล้วสำหรับเกลือไม่น่าจะมาตกหล่นอยู่ในป่า

               เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานได้ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวน่าจะมีการล่าสัตว์ป่า และเมื่อนำตัวชายดังกล่าวมาถึงเต้นท์เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากทุกคนเพื่อขอให้เปิดกระเป๋า รวมทั้งกระติกน้ำแข็งให้เจ้าหน้าที่ดู ผลปรากฏว่าพบซากไก่ฟ้าป้า และเนื้อหมูป่าแช่อยู่ในถังน้ำแข็ง เมื่อพบสิ่งของดังกล่าวจึงเป็นสิ่งแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าเหตุการณ์นั้นเริ่มไม่เป็นปกติแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้พยายามค้นหาสิ่งเทียมประเภทอาวุธปืนว่าจะซุกซ่อนเอาไว้ตรงไหนบ้าง

               เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นตัวชายคนที่ถูกจับได้ครั้งแรกพร้อมอาวุธปืน ปรากฎว่าที่กระเป๋ากางเกงมีกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 2 นัด และเข็มขัดบรรจุกระสุนปืนขนาด .22 คาดอยู่ที่เอวอีกประมาณ 50 กว่านัด ยิ่งพบของกลางมากขึ้นเจ้าหน้าที่ยิ่งเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้มีเจตนาไม่ได้มาท่องเที่ยวเพื่อศึกษาเส้นทางทางธรรมชาติ หรือเพื่อมาพักผ่อนอย่างแน่นอน

               เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแบ่งกำลังกันออกค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย จนกระทั่งพบอาวุธปืนไรเฟิลรวมทั้งอาวุธปืนลูกซองเพิ่มอีก ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ของเราก็ได้พยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ด้วยจากช่วงนั้นดึกและมืดแล้ว จึงเป็นอุปสรรคทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานค่อนข้างลำบาก จึงเชิญตัวบุคลทั้งสี่มาที่สำนักงานที่ทำการเขตฯทุ่งใหญ่ เพื่อสอบถามข้อมูลนำไปประกอบการในการร่วมกันพิจารณาว่าจะดำเนินการกับคนกลุ่มนี้ตามกฎหมายได้หรือไม่ อย่างไร

               จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 5 ก.พ.เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ก็ได้เดินทางกลับไปตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมที่บริเวณกางเต้นท์ ปรากฏพบถุงดำอยู่ 1 ถุงจึงเปิดออกมาดู พบซากหนังเสือดำอยู่ 1 ซาก ซุกซ่อนอยู่ภายใน ห่างไปประมาณ 5 เมตรพบเครื่องกระสุนปืนอยู่ในกระเป๋าที่มีใบไม้ใบหญ้าทับเอาไว้ และห่างไปอีกประมาณ 5 เมตร คราวนี้เจ้าหน้าที่พบถุงอีก 1 ใบ ภายในเป็นเนื้อของเสือดำ หนักประมาณ 20 กิโลกรัม เมื่อได้ของกลางทั้งหมด จึงรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวตามกฎหมาย

               ถามว่าชายคนที่ถูกคุมตัวครั้งแรกใช้นายเปรมชัย กรรณสูตร ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งหนึ่งใช่หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ขอให้เป็นให้เป็นขั้นตอนการพิสูจน์ของพนักงานสอบสวนจะดีกว่า แต่ระหว่างการเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหานั้น ครั้งแรกไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีผู้บริหารบริษัทฯที่มีชื่อเสียงใหญ่โตมาก่อน เพราะที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดความขัดแย้งกับชาวบ้านเท่านั้น ซึ่งความขัดแย้งก็เป็นเพียงแค่ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะต่างฝ่ายก็ทำหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ซึ่งชาวบ้านเองก็จำเป็นต้องพึ่งป่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็มีหน้าที่รักษาผืนป่าเอาไว้ เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกก็เป็นมรดกของโลก จึงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมาเจอคนที่มีชื่อเสียงในระดับนี้   แต่เมื่อเราจับกุมตัวมาแล้ว ก็ไม่ได้วิตกหรือเกรงกลัวกลุ่มใดกลุ่มเข้ามากดดันหรือแทรกแซงการทำงาน เพราะที่ผ่านมา นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ก็ได้ให้นโยบายและกล่าวย้ำมาเสมอว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่จะต้องทำด้วยความจริงจัง โดยจะต้องไม่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้มีอิทธิพลโดยเด็ดขาด

               สำหรับส่วนตัวแล้วไม่ได้มีความหวั่นไหว และเชื่อว่าคณะเจ้าหน้าที่และทีมงานทุกคนก็ต้องการที่จะอยากเห็นภาพนี้ ภาพที่เกิดขึ้น และการทำงานรักษาป่า อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ของเราไม่ได้มีการจับกุมเฉพาะชาวบ้านที่กระทำผิดกฎหมายเท่านั้น โดยคนที่มีความพร้อม หรือมีฐานะทางด้านการเงินที่ดี เมื่อพลาดเข้ามากระทำผิด เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุม การปฏิบัติก็ต้องเท่าเทียมกันกับชาวบ้านหรือประชาชนทุกคน  สำหรับสภาพความอุดมสมบูรณ์เรื่องสัตว์ที่มีอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในปัจจุบัน ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ในระดับ 1 ใน 10 ของประเทศและที่นี่ถือว่าเป็นผืนป่าผืนใหญ่ เป็นมรดกโลกติดกับเขตรักษาพันสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และมีแนวเขตติดต่อกับอีกหลายอุทยานฯ ซึ่งผืนป่าด้านตะวันตกมีเนื้อที่ประมาณ 11 ล้านไร่เศษ เพราะฉะนั้นสัตว์ป่าจึงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งบางครั้งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะมีสัตว์ป่าบางชนิดเกิดการขยายพันธุ์ขึ้นมา

               ในส่วนปริมาณของเสือดำนั้น ตนขอใช้คำว่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก จะพูดอะไรมากไปกว่านี้ก็ไม่ได้เพราะมันอาจจะกลายเป็นดาบสองคมสำหรับสัตว์ป่า แต่ก็พูดได้เต็มปากว่า เสือดำเสือชนิดที่ถูกยิงนั้นยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้ 16 เดือนก็ไม่เคยเห็นกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว