กาสิโนดอนซาว “จ้าวเหว่ย-ผู้นำลาว” ปริศนาทุนสีเทา?
"คิงส์ โรมันส์กาสิโน” เกี่ยวข้องกับทางการลาวแนบแน่นผูกพัน ชนิดต้องใช้คำว่าเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เข้มแข็งขึ้นสุดๆ
กรณีข่าวใหญ่เรื่องกระทรวงการคลังสหรัฐ มีคำสั่ง “คว่ำบาตร” กิจการที่เกี่ยวข้องกับจ้าวเหว่ยผู้เป็นเจ้าของกิจการคิงส์ โรมันส์กาสิโนสถานบันเทิงและบ่อนพนันในเขตเศรษฐกิจพิเศษแขวงบ่อแก้วของ สปป.ลาว ซึ่งมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับไทยและเมียนมา บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ
โดยอ้างเหตุผลว่า “จ้าวเหว่ย(Zhao Wei TCO) พลเมืองจีนผู้นี้ได้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในด้านต่างๆ ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา มีเนื้อหาที่ทำเอาหลายคนตกใจเมื่อสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างแดน (OFAC)กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกมาระบุผลการตรวจสอบกิจการข้ามชาติของจ้าวเหว่ยจนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติดรวมถึงการค้าประเวณีโสเภณีเด็ก โดยร่วมมือกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ว้าในเมียนมา
"คิงส์ โรมันส์กาสิโน” ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว แต่จ้าวเหว่ยเอง ก็เกี่ยวข้องกับทางการลาวชนิดแนบแน่นผูกพันชนิดต้องใช้คำว่าเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เข้มแข็งขึ้นสุดๆ
ไล่ย้อนไปดูตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งสัมปทาน “โครงการเขตเศรษฐกิจเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำ” (มีที่ตั้งอยู่ที่ บ้านต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และ จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน) อยู่ในมือของ “กลุ่มดอกงิ้วคำ” จากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ถามว่ากลุ่มดอกงิ้วคำมายังไงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือกลุ่มบริษัทที่ “จ้าวเหว่ย” ในฐานะประธานบริหารบริษัท จิ่นมูเหมิน จำกัด ได้จัดตั้งขึ้นมา เพื่อดำเนินการในโครงการนี้ โดยเขามีตำแหน่งเป็นประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และประธานกลุ่มบริษัท ดอกงิ้วคำ จำกัด
ทั้งนี้ตามสัญญาสัมปทานดังกล่าว เดิมทีกลุ่มดอกงิ้วคำ ได้สิทธิในการเช่าที่ดิน จำนวน 827 เฮกตาร์ หรือราว 5,000 กว่าไร่ จากรัฐบาล สปป.ลาว เป็นเวลา 99 ปี!!
โดยแผนคือ เพื่อสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ครบวงจร ใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วางกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน
แต่หลังจากโครงการของกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ เปิดดำเนินการไปได้ไม่นาน บริษัทได้เสนอขอสร้างสนามบินขึ้นใหม่ หวังเปิดเที่ยวบินตรงนำนักท่องเที่ยวชาวจนมายังโครงการโดยเฉพาะ
เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นการร่วมทุนระหว่าง คือ รัฐบาล สปป.ลาว 20% และบริษัทคิงส์โรมัน 80%
ในส่วนของรายได้จากการบริหาร ส่วนหนึ่งจะนำไปชดเชยต้นทุนการก่อสร้างถนนจากบ้านน้ำเกิ่ง-บ้านมอม กับการก่อสร้างพนังกั้นน้ำโขงในเขตดอนซาว ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทางแผนกโยธาธิการและขนส่ง แขวงบ่อแก้ว ได้ทำไว้กับกลุ่มดอกงิ้วคำ ส่วนรายได้ที่เหลือจะจัดสรรเป็นงบประมาณรัฐ ทั้งในส่วนกลาง และท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน ทางลาวเอง โดย บัวทา ขัดติยะ รองประธานคณะกรรมการเพื่อคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตเศรษฐกิจเฉพาะแห่งชาติ สปป.ลาวยังยอมรับในศักยภาพของกลุ่มดอกงิ้วคำ ถึงขนาดที่เขาเคยเอ่ยปากว่า ในจำนวนเขตเศรษฐกิจพิเศษลาว 13 แห่ง ดอกงิ้วคำนำเม็ดเงินจริงเข้ามาลงทุนมากที่สุด!!
เมื่อ 26 ม.ค.2561 ในงานเทศกาลดอกงิ้วบาน ครั้งที่ 18 บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ปานี ยาทอตู้ กรมการเมืองศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และประธานสภาแห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย สมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการลงทุน
ที่ขาดไม่ได้คือ สมสะหวาด เล้งสะหวัด อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่มีความสนิทสนมกับจ้าวเหว่ย ก็ได้ให้มาร่วมงาน และควงคู่จ้าวเหว่ย ได้ขึ้นเวทีมอบรางวัลนางสาวดอกงิ้วบาน
นอกจากนี้ จ้าวเหว่ย ยังนำพาคณะผู้นำรัฐบาลลาวไปวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างท่าเรือ และด่านสากล ซึ่งอยู่ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรบ้านสบรวก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ด้วยเหตุนี้เอง “จ้าวเหว่ย” จึงไม่หวั่นไหวต่อข่าวถูกขึ้นบัญชีดำ เพราะมั่นใจในการสนับสนุนจากรัฐบาลลาว และล่าสุดวันที่ 3 ม.ค.จ้าวเหว่ยเปิดแถลงข่าวตอบโต้สหรัฐอย่างแข็งกร้าว! สรุปใจความได้ว่า
“การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อประเทศอื่น ก็เป็นพฤติกรรมที่บ่มีเหตุผล และไร้สาระ มีจุดประสงค์อื่นเพื่อแสดงพฤติกรรมขยายอำนาจอิทธิพล พฤติกรรมนี้มันทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ต่อสังคม เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และกลุ่ม บริษัท ดอกงิ้วคำ ขอคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการกระทำที่ไม่มีเหตุเหตผลแบบนั้น”
“เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รัฐบาลลาวอนุมัติให้มีการจัดตั้งขึ้น โดยมีรัฐบาลกลาง องค์กรปกครองท้องถิ่น ของ สปป.ลาว เป็นผู้คุ้มครอง และยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องรับโทษความผิด ตามที่กระทรวงการคลัง สหรัฐ ตั้งข้อกล่าวหาทัั้งหมด”
พร้อมย้ำว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ รัฐบาลลาวให้การคุ้มครอง นั่นยอมหมายถึงการคุ้มครองกาสิโนคิงส์โรมัน ที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำด้วย!!
แปลง่ายๆ ว่า เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เลย และชัดเจนว่าโครงการอภิมหาโปรเจคของเขาจะดำเนินต่อไป เดินหน้าสู่ความเป็น“มาเก๊า”ในย่านสามเหลี่ยมทองคำถึงต้องบอกว่าดูกันต่อไป เพราะเหรียญ ยังมีสันเหรียญด้วย



