ข่าว

สลด ! เพลิงไหม้กลางกรุง แม่กอด 3 ขวบดับคากองไฟ

สลด ! เพลิงไหม้กลางกรุง แม่กอด 3 ขวบดับคากองไฟ

05 ก.พ. 2561

เพลิงไหม้บริษัทบัญชีชื่อดังย่านบางซื่อ กทม.แม่ลูกหนีออกมาไม่ได้กอดกันตายในกองเพลิง ผอ.เขตบางซื่อ เผย จ่ายค่าทำศพรายละ 1 หมื่นบาท ผู้บาดเจ็บรายละ 3,000 บาท

          เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ขณะที่ พ.ต.ท.ชำนาญ วัยเจริญ สว.(สอบสวน)​ สน.เตาปูน กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ เลขที่ 1296/93 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.นพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน และประสานรถบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
          ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ ปลูกติดกันหลายหลัง สูง 4 ชั้น ต้นเพลิงเกิดที่ชั้น 2 ของบริษัท A.S.N. (ฟิลด์คอร์ เซอร์วิส โซลูชั่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอลแอลซี)​ มีแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากตัวอาคาร โดยไฟได้ลุกลามขึ้นไปยังชั้น 3-4 เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้น้ำดับเพลิงโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
          ตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นผู้สูงอายุ 1 ราย เนื่องจากสำลักควัน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบางโพ และเป็นเด็ก 1 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
จากการตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 2 ของก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี มีนายอำนาจ งามสุริยโรจน์ เป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งหมดสติจากการสำลักควัน เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
          ต่อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่เข้าไปดับไฟภายในตึกแจ้งว่าพบศพผู้เสียชีวิตภายในห้องน้ำชั้น 4 เป็นแม่ลูกกัน ทราบชื่อต่อมาคือ นางณัฎทนันท์ งามสุริยโรจน์ อายุ 36 ปี และด.ช.ฐิติศักดิ์ งามสุริยโรจน์ อายุ 3 ขวบ สภาพศพไหม้เกรียมทั้งคู่
          ทั้งนี้ยังมีเด็กชายอายุ 5 ขวบ มีอาการสำลักควัน เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งวชิรพยาบาล ส่วนชายสูงอายุอีก 1 ราย ตรวจสอบพบเป็นคนข้างบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ภายในตึกจนเกิดอาการสำลักควันเช่นกัน เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวออกมาปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางโพ และยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน
          พ.ต.อ.นพล เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ซึ่งต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.นพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน พร้อมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตบางซื่อ เข้าตรวจสอบเหตุบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ ทั้ง 4 ชั้นได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว
          พ.ต.อ.นพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุเพลิงไหม้ได้ ต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) เวลา 10.30 น. เนื่องจากบริเวณชั้น 2 ของอาคารเพลิงยังดับไม่สนิท เบื้องต้นมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วหลายปาก แต่ต้องรอพยานหลักฐานอื่นประกอบจึงจะสามารถสรุปสาเหตุได้ ส่วนผู้เสียชีวิตยืนยันว่ามี 2 ราย คือแม่ลูกอยู่ในอาคาร เสียชีวิตบริเวณชั้น 4 เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนผู้บาดเจ็บมี 3 ราย หนึ่งในนี้อาการสาหัส
          “กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้แค่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าเนื่องจากตัวอาคารยังมีความร้อนสะสมภายในสูง ทำให้ไม่สามารถเข้าไปภายในตัวอาคารได้ เบื้องต้นได้สอบสวนพยานไปแล้วหลายปากเป็นชาวบ้านที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ยังไม่พบความผิดปกติจากบุคคลภายนอก ส่วนการสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทและญาติยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ แต่มีการนำกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้แล้ว” พ.ต.อ.นพล กล่าว
          ด้าน น.ส.กุลจิรา สาสุขวัฒน์ ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าอาคารแห่งนี้สร้างตั้งแต่ พ.ศ.2533 วันนี้เจ้าหน้าที่หลายส่วนเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยเพราะภายในอาคารยังมีอุณหภูมิความร้อนเนื่องจากผนังเป็นกระเบื้องเก็บความร้อนได้ดี เกรงว่าจะเกิดการปะทุขึ้นมาอีก เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมรถดับเพลิงมาไว้เตรียมพร้อม ทั้งนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
          น.ส.กุลจิรา กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ที่เกิดเหตุในวันนี้เพื่อประเมินสถานการณ์ พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย โดยทราบว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รุดไปถึงที่เกิดเหตุในเวลาไม่เกิน 7 นาที และใช้เวลาควบคุมเพลิงอยู่ประมาณ 30 นาที ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถดำเนินการสรุปได้ แต่พบว่าบริเวณชั้น 2 ของอาคารเป็นห้องเก็บเอกสารไฟลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นไปยังชั้น 3-4 ซึ่งเป็นห้องพักทำให้ได้รับความเสียหายทั้งหมด
          สำหรับผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางณัฎทนันท์ งามสุริยโรจน์ อายุ 36 ปี และด.ช.ฐิติศักดิ์ งามสุริยโรจน์ อายุ 3 ขวบ เขตได้จ่ายค่าทำศพรายละ 1 หมื่นบาท ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจ่ายรายละ 3,000 บาท รวมทั้งยังมีค่าปลอบขวัญให้อีกรายละ 2,000 บาท แก่นายอำนาจ งามสุริยโรจน์ อายุ 65 ปี บิดาของนายนภรณ งามสุริยโรจน์ อายุ 35  ปี สามี และด.ช.ศุภสิทธิ์ งามสุริยโรจน์ อายุ 5 ขวบ ลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิต ส่วนที่มีรายงานข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน โดยชายสูงอายุที่ถูกระบุว่ามีอาการสำลักควันเสียชีวิต คือ นายอำนาจ ซึ่งขณะนี้ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

สลด ! เพลิงไหม้กลางกรุง แม่กอด 3 ขวบดับคากองไฟ

          วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัท ไทยกอง จำกัด เลขที่ 85 หมู่ 6 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ โดยเพลิงได้ลุกไหม้อาคารเก็บคลังสินค้าซึ่งเป็นถุงมือที่ผลิตแล้วและเป็นวัตถุเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองกันตัง อบต.ควนธานี และเทศบาลนครตรังรวม 6 คัน ต้องระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงนานกว่า 4 ชั่วดมง ซึ่งทำได้แค่ควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด แต่ยังไม่สามารถฉีดน้ำระงับเพลิงไหม้ได้ทุกด้าน เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและมีลมแรง โดยเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
          ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของบริษัทและคนงานจำนวนกว่า 200 คนวิ่งหนีตายจ้าละหวั่นออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ประสานผ่านทางสถานีดับเพลิง สนามบินตรัง เพื่อนำรถดับเพลิงของสนามบินตรังให้รีบเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน
          สำหรับโรงงานไทยกอง เป็นบริษัทกลุ่มทุนจาก กทม.ด้วยทุนจดทะเบียน 625 ล้านบาท โรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์แห่งแรกใน จ.ตรัง กำลังการผลิต 4,000 ล้านชิ้นต่อปี ใช้น้ำยางข้นปีละกว่า 30,000 ตัน ปัจจุบันมีคนงานกว่า 2,000 คน ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการประเมิน
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ไฟไหม้บริษัท ไทยกอง จำกัด ผ่านไปประมาณ 8 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากเป็นโกดังขนาดใหญ่และเกิดกระแสลมพัดหวนอย่างรุนแรงเป็นระยะๆ ปกคลุมบริเวณพื้นที่ และรถดับเพลิง ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากต้องถอยร่นเวลาเกิดกลุ่มควันพัดเข้าหา หรือเคลื่อนย้ายรถดับเพลิง และเครื่องจักรหนีไฟไปสกัดในจุดที่ปลอดภัย นักผจญเพลิงก็ยังไม่สามารถเข้าไปภายในโกดังได้ ทำให้บริเวณพื้นที่ส่วนหน้าซึ่งเป็นโกดังเก็บถุงมือยางและตู้คอนเทนเนอร์ถูกเพลิงไหม้วอด ขณะเดียวกันเกิดกระแสลมพัดหวนอย่างรุนแรงตลอดเวลา ทำให้กลุ่มควันเข้าปกคลุมบ้านเรือนของประชาชนต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ส่งผลกระทบกับสนามบินจังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กม.เครื่องบินไม่สามารถลงจอดทางด้านทิศตะวันตกได้ ต้องขึ้นลงทางด้านทิศตะวันออกแทน เพื่อหลบทิศทางกลุ่มควัน
          ต่อมา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เดินทางมายังบริเวณที่เกิดเหตุและกล่าวว่า สั่งอพยพประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่อาศัยอยู่ทางทิศทางใต้ลม ในรัศมีประมาณ 4-5 กม.ไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว เนื่องจากมีกลุ่มควันที่เกิดจากเพลิงไหม้ปกคลุมทั่วบริเวณและมีกลิ่มเหม็น ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตามในส่วนของจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานไทยกองมีการระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนช่วยกันสกัดเพลิงอย่างเต็มที่ แต่ด้วยถุงมือยางและกระดาษลังเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้การดับเพลิงล่าช้า
          “เปลวเพลิงยังลุกไหม้อยู่บางส่วนแต่ไม่มากนัก แต่ที่มีเยอะคือควันที่เกิดจากการเผาไหม้ยาง ลมที่พัดแรงอาจจะทำให้เพลิงไหม้รวดเร็วขึ้น จังหวัดถือว่าโชคดีที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และระบบการทำงานที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถควบคุมเพลิงได้รวดเร็วระดับหนึ่ง และยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนความเสียหายคิดว่าไม่น่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท และยังไม่ยังสาเหตุที่แน่ชัดในการเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้” ผู้ว่าฯ ตรัง กล่าว