
สนช.ลุย!! ภูเก็ต รับฟังปัญหา ขอบูรณาการท่องเที่ยวยั่งยืน
"อดีต ส.ว.ภูเก็ต" วอน ผลักดันงบพัฒนาจังหวัด สอดคล้องการท่องเที่ยว "ผู้ประกอบการร่ม-เตียง -กีฬาทางน้ำ" โวย จัดระเบียบชายหาด ทำขาดรายได้ รอลุย กทม. จังหวัดสุดท้าย
4 ก.พ.61 - ที่จ.ภูเก็ต "นายพีระศักดิ์ พอจิต" รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ในฐานะประธานกรรมการ ดำเนินโครงการ สนช.พบประชาชน พร้อมด้วยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส , นายกล้านรงค์ จันทิก ประธานคณะกรรมาธิการการเมือง , พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน นายอนุมัติ อาหมัด กรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง และคณะสนช.กว่า 30 คน รวมทั้งผู้แทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่พบปะ ผู้นำชุมชน , ผู้นำท้องถิ่น , ประชาชน , นักศึกษา , ผู้พิการและภาคเอกชน จำนวน 600 คนซึ่งเป็นผู้แทนชุมนชน เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน โดยมีการแบ่งคณะ กระจายพื้นที่ต่างๆ รวม 5 คณะ ขณะเดียวกันยังได้หารือร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตเพื่อนำปัญหาที่ได้รับฟังไปแก้ไขด้วย
ขณะที่การจัดเวทีรับฟังปัญหา จากคนในพื้นที่นั้น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านการท่องเที่ยว การบูรณาการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนใน จ.ภูเก็ต , การคมนาคม จราจร การวางผังเมือง และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งกรณีความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ ในการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินของชาวบ้านแหลมตุ๊กแก และเกาะราชาใหญ่ฯ
โดย "นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย" อดีต ส.ว.ภูเก็ต ได้ขอให้ สนช.ช่วยผลักดันงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัดภูเก็ต เพราะที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยว จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะฯ ซึ่งจังหวัดมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นแสนล้านบาท แต่งบการพัฒนากลับได้น้อยมาก นอกจากนี้ยังขอผลักดันให้ จ.ภูเก็ต เป็นเขตเศรษฐกิจเพื่อการท่องเที่ยวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการลงพื้นที่การจัดระเบียบพื้นที่ชายหาด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจาก จ.ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยกลุ่มผู้ประกอบอาชีพให้เช่าร่ม-เตียง กลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนวอเตอร์สปอร์ต บริเวณชายหาดในจ.ภูเก็ต ก็ได้ร้องเรียนถึงการใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดระเบียบชายหาด ตั้งแต่ปี 2557 ให้เหลือพื้นที่วางร่มเพียงร้อยละ 10 โดยห้ามวางเตียง และวางอุปกรณ์วอเตอร์สปอร์ต ซึ่งกระทบต่อการประกอบอาชีพของคนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากการจัดระเบียบร่ม-เตียงทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีที่พักบริเวณชายหาด หากไม่ใช่ลูกค้าของโรงแรมที่อยู่ติดชายหาด ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง มูลค่าการใช้จ่ายในพื้นที่ลดลง กระทบต่ออาชีพบริหารและค้าขายอื่นๆโดยรอบ แต่ไม่กระทบต่อนายทุนผู้เข้ามาประกอบการและเจ้าของพื้นที่ โดยกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ ได้ขอเพิ่มพื้นที่ในการจัดวางร่ม-เตียงให้เช่า เป็นร้อยละ 30 และขอเพิ่มพื้นที่วางอุปกรณ์เครื่องเล่นทางน้ำ โดย "พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์" หัวหน้าคณะที่ลงพื้นที่ ได้ชี้แจงว่าขณะนี้ จ.ภูเก็ต ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดระเบียบชายหาดขึ้น และดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว และได้มีการผ่อนผันให้สามารถประกอบการในพื้นที่แนวชายหาดไม่เกินร้อยละ 10 ของความยาวชายหาด
ทั้งนี้ในส่วนของ "นายพีระศักดิ์" รอง ปธ.สนช.คนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่รับฟังปัญหาว่า โครงการ สนช.พบประชาชน ใน จ.ภูเก็ตครั้งนี้ ได้ดำเนินการก่อนจะลงพื้นที่กรุงเทพฯเป็นจังหวัดสุดท้าย โดย จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีปัญหาหลายๆ ด้าน ทั้งสาธารณสุข , สิ่งแวดล้อม , การท่องเที่ยว ซึ่งสนช.ได้แบ่งคณะออกเป็น 5 คณะเพื่อลงพื้นที่รับฟังปัญหาแต่ละด้าน คือ 1.ปัญหาด้านที่ดินทำกิน 2.ด้านการจัดระเบียบการจัดการพื้นที่ชายหาด 3.ด้านการวางผังเมือง การคมนาคม smart city และปัญหาอุทกภัย 4.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้านการบูรณาการการท่องเที่ยว 5.ด้านการสาธารณสุข
เมื่อถามว่า การวางผังเมืองและการขยายตัวของผังเมือง จ.ภูเก็ต ประสบปัญหาบ้างหรือไม่ "นายพีระศักดิ์" กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัญหาที่คณะสนช.ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังและนำข้อสรุปมาพิจารณาในการแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป ซึ่งปัญหาต่างๆที่ส่วนราชการและประชาชนสะท้อนมา สนช.จะใช้กระบวนการนิติบัญญัติเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหา
สำหรับโครงการสมาชิก สนช. พบประชาชนได้ดำเนินการมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 41 โดยจ.ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ 76 จากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั้งสิ้น 10,490 ราย สามารถดำเนินการจนได้ข้อยุติแล้ว จำนวน 8,170 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.88 และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 2,320 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.12



