ข่าว

 เอกชนเพิ่มรถ-เพิ่มคน เร่งขนขยะติดเชื้อเขาไม้แก้ว

 เอกชนเพิ่มรถ-เพิ่มคน เร่งขนขยะติดเชื้อเขาไม้แก้ว

03 ก.พ. 2561

  เอกชนเพิ่มรถ-เพิ่มคน เร่งขนขยะติดเชื้อเขาไม้แก้ว

             จากกรณีปัญหาขยะติดเชื้อตกค้างในพื้นที่โรงกำจัดขยะ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวนกว่า 120 ตัน ซึ่งสร้างปัญหามลพิษรุนแรงจนชาวบ้านร้องเรียนให้เร่งแก้ไข โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยาออกมาระบุว่าปัญหาเกิดจาก พ.ร.บ.การจัดซื้อ-จัดจ้างใหม่ที่ทำให้การทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาล่าช้า แต่ได้เร่งให้ดำเนิน การจัดเก็บขนขยะเหล่านี้ออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนใน 20 วัน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้

                 ขณะที่ทาง อบต.เขาไม้แก้ว ได้แจ้งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข กับผู้รับเหมาที่นำขยะมากองรวมไว้อย่างไม่ถูกสุขลักษณะ 2 กระทง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้เมืองพัทยาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดพักขยะติดเชื้ออีกต่อไปในอนาคตนั้น กระทั่งปัจจุบัน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สสจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องลงพื้นที่เข้ามากำกับดูแล เนื่องจากมองว่าปัญหาดังกล่าวสร้างปัญหาด้านสุขอนามัยของประชาชนนั้น

        ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจความคืบหน้าของการเก็บขนขยะติดเชื้อดังกล่าว ที่โรงกำจะดขยะ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยพบ นายณัฐวุฒิ บุรารักษ์ ผู้จัดการ บ.มิสไนติงเกล เฮลแคร์ จำกัด นำรถขนขยะติดเชื้อจำนวน 2 คัน พร้อมพนักงานเข้าทำการเก็บขนตามกำหนด โดยพบว่าวันนี้มีปริมาณขยะลดน้อยลงกว่าเดิม ก่อนจะใช้เวลาเก็บขนประมาณ 2 ชั่วโมง จนได้ปริมาณขยะตามน้ำหนักที่กฎ หมายกำหนด จึงทำการเคลื่อนย้ายไปทำลายที่เตาเผาในพื้นที่ อบจ.นครสวรรค์ต่อไป

              นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่าหลังเกิดปัญหาทางบริษัทก็นำรถมาวิ่งขนขยะติดเชื้อจากเขาไม้แก้วไปทำลายในปริมาณวันละ 6 ตัน รวมขยะใหม่จากเมืองพัทยาอีก 1 ตัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 20 วันขยะที่กองสะสมเหล่านี้ก็จะหมด แต่ปัจจุบันได้เพิ่มปริมาณรถเพิ่มอีก 1 คันและคนงานเพิ่มอีกบางส่วน ทำให้ขณะนี้จะขนขยะติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นเป็นปริมาณวันละ 14 ตัน ไม่รวมขยะใหม่ที่เมืองพัทยากำหนดให้ไปพักไว้ก่อนที่บ่อกำจัดสิ่งปฏิกูล ในซอยชัยพฤกษ์ครั้งละ 3 วัน เพื่อให้สามารถขนถ่ายขยะที่เขาไม้แก้วได้มากขึ้น ซึ่งกรณีนี้จะทำให้ระยะเวลาของการเก็บขนขยะสั้นลง โดยขณะนี้ได้ขนถ่ายออกไปแล้วจำนวน 40 ตัน และคาดว่าในวันที่ 9 กุม ภาพันธ์นี้จะสามารถขยะติดเชื้อที่สะสมเหล่านี้ออกจากพื้นที่จนหมด ซึ่งเร็ววกว่ากำหนดเดิมประมาณ 6 วัน

                สำหรับการขนถ่ายขยะติดเชื้อนั้น ก่อนหน้านี้นายอำเภอบางละมุงเสนอให้เมืองพัทยาประสานกรมทางหลวงในการขอผ่อนผันการเพิ่มปริมาณการขนถ่ายขยะตามกฎหมายจาก 15 ตันเป็น 20 ตันต่อเที่ยว เนื่องจากรถมีความสามารถบรรทุกได้ แต่เมืองพัทยาเห็นว่าไม่เหมาะสมเพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย จึงใช้วิธีการเพิ่มรถแทน ซึ่งแม้จะทำให้บริษัทเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ก็คงไม่มีปัญหา เพราะตามสัญญาที่ทำไว้กับเมืองพัทยามีอำนาจกำหนดค่าขนไปกำจัดในอัตรา 16 บาทต่อ ก.ก. ซึ่งถือว่ามีอัตราค่าขนถ่ายมากกว่าที่บริษัทได้รับขนถ่ายขยะติดเชื้อจาก รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่อยู่ในอัตรา 11 บาทต่อ ก.ก.เท่านั้น

                นายณัฐวุฒิ เผยต่อไปว่าการทำงานที่ผ่านมาค่อนข้างประสบปัญหาหลายด้าน หลังได้รับเลือกให้เข้ามารับการสัมปทานการเก็บขนขยะติดเชื้อ เนื่องจากราคากลางที่กำหนดไว้อยู่ที่ 18.90 บาทต่อ ก.ก.แต่บริษัทชนะประมูลมาด้วยราคา 16 บาทต่อ ก.ก.หรือในงบประมาณรวม 6.4 ล้านบาทตามสัญญาซึ่งต่ำกว่าของเดิมประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ที่กล่าวเช่นนี้เพราะหลังประมูลได้ก็เกิดปัญหาการร้องเรียนขยะติดเชื้อติดค้างทันที ทั้งๆที่เป็นปัญหาที่เกิดมาก่อนหน้านี้นานนับเดือนและบริษัทไม่ได้เป็นคนสร้างปัญหา

                  อีกทั้งยังต้องถูกกำหนด เวลาการจัดเก็บขยะให้หมดในระยะเวลาจำกัด ขณะที่การชั่งน้ำหนักของรถขนถ่ายก็มีปัญหาที่ไม่สามารถใช้พื้นที่ในโรงพักขยะซอยสุขุมวิท 3 ที่ชาวบ้านไม่ยินยอม และซอยชัยพฤกษ์ได้เพราะต้องเสียเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้นอีกกว่า 30 กม. จึงต้องมาเสียค่าใช้จ่ายการชั่งที่ศูนย์ของภาคเอกชนในอัตราเที่ยวละ 70 บาท ขณะที่เตาเผาขยะติดเชื้อที่ จ.นครสวรรค์ ก็ถูกร้องเรียนว่าไม่ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวง  ทั้งๆที่เป็นโรงมาตรฐานและใช้งานมานาน 6-7 ปีแล้วและก็ไม่เคยมีปัญหามาก่อน ซึ่งกรณีเหล่านี้พอจะทราบว่าเกิดจากปัญหาอะไร และใครแต่ไม่ขอกล่าวถึง แต่ก็พร้อมจะดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่