ข่าว

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

03 ก.พ. 2561

อึ้งกันทั้งตำบล หลังขรก.ระดับสูงในท้องถิ่นยอมทิ้งตำแหน่ง-อายุราชการกว่า 27 ปี ควงปืนบุกเข้าไปจี้แบงก์กรุงไทยกลางห้างดัง ย่านบางปะกง

 

          3 ก.พ.2561 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร ได้เดินทางมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนยังที่ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และชุดสืบสวน สภ.บางปะกง สามารถทำการจับกุมตัว นายรุ่งโรจน์ บุญประกอบ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/5 ม.1 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง ผู้อำนวยการกองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลบางสมัคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ฉะเชิงเทรา ที่ จ.44/2561 ลงวันที่ 2 ก.พ.2561

 

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

 

          หลังจากนายรุ่งโรจน์  ได้ตัดสินใจก่อเหตุสวมชุดดำโม่งใช้หมวกกันน็อกปิดบังปกคลุมใบหน้าบุกเข้าไปใช้อาวุธปืนจี้ชิงเงินจากหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย สาขาห้างสรรพสินค้า ย่านบางวัว ได้เงินไปจำนวน 593,890 บาท เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 31 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา ก่อนถูกทางเจ้าหน้าที่ทำการติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด เมื่อเวลา 02.00 น.วานนี้

 

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

 

          โดยนายรุ่งโรจน์ ได้ให้การยอมรับสารภาพต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงประกอบด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.อ.จักรพงษ์ พันธุ์มงคล ผบ.ร.112 พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก. สภ.บางปะกง และนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เดินทางมาร่วมแถลงข่าวว่า

 

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

          การตัดสินใจก่อเหตุในครั้งเนื่องจากต้องการนำเงินไปใช้หนี้สินแทนเพื่อน ที่ถูกติดตามทวงหนี้สินและมีเส้นตายที่จะต้องใช้ภายในวันที่ 1 ก.พ.2561 นี้ แต่ไม่ยินยอมระบุว่าเพื่อนสนิทที่ยินยอมทิ้งอายุราชการที่ทำงานรับราชการมานานถึง 27 ปีเต็ม และทิ้งตำแหน่งผู้อำนวยการกอง (ระดับ 7) นั้นเป็นใคร พร้อมทั้งยังปฏิเสธด้วยว่าไม่ได้ติดหนี้การพนัน ไม่ได้นำเงินของทางราชการไปใช้ส่วนตัว หลังก่อเหตุได้เงินมาแล้วได้นำเงินไปใช้หนี้สินให้เพื่อนในทันทีทั้งหมด จึงไม่มีเงินจำนวนดังกล่าวเหลืออยู่เลย

          ทั้งยังอ้างอีกด้วยว่า ไม่ได้มีการเตรียมการในการก่อเหตุเอาไว้มาก่อน โดยในวันเกิดเหตุได้เดินวนเวียนคิดอยู่นานในบ้านก่อนตัดสินใจก่อเหตุ โดยเพิ่งทำเป็นครั้งแรก และไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีการจี้ชิงเงินจากทางธนาคารทหารไทยเมื่อปี 2557 และ 2558 จำนวนกว่า 2 ล้านบาทแต่อย่างใด และในขณะก่อเหตุอาวุธปืนไม่ได้มีการบรรจุกระสุนนำไปใช้ก่อเหตุด้วย นายรุ่งโรจน์ กล่าว

 

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

 

          หลังการซักถามสอบปากคำจากนายรุ่งโรจน์ เสร็จสิ้น ทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำพยานหลักฐานทั้งหมด ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า PCX ทะเบียน 1-กฌ-835 ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีการดัดแปลงโดยใช้สติ๊กเกอร์สีดำมาแปะทับสีของตัวรถ จากสีแดงให้เป็นสีดำ, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. พร้อมซองกระสุน เลขทะเบียน กท-5231929, หมวกกันน็อคสีดำ ยี่ห้อ อินเด็กซ์ 811 จำนวน 1 ใบ ถุงมือสีดำ 1 คู่ กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงินเข้ม 1 ตัว และหมวกไหมพรมคลุมหน้า (โม่ง) 1 ใบ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุในทันที

          ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  กล่าวภายหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของ นายรุ่งโรจน์ บุญประกอบ หรือ “เก่ง” ผู้อำนวยการกองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลบางสมัคร ผู้ต้องหาก่อคดีจี้ชิงเงินจากธนาคารกรุงไทย   ว่า หลังการจับกุมตัวได้แล้ว นายรุ่งโรจน์ เป็นคนที่เดินปกติดีไม่ได้ขาเป๋ตามภาพที่เห็นในกล้องวงจรปิด จึงเป็นการแกล้งทำหรือเป็นเทคนิคของคนร้ายจึงทำเป็นคนขาเป๋

 

อึ้งกันทั้งตำบลหลัง“ขรก.ระดับสูง”กลายเป็นโจรจี้แบงก์

 

          ส่วนนายรุ่งโรจน์ จะเกี่ยวข้องกับคดีการจี้ชิงเงินจากธนาคารทหารไทย สาขาบางวัวถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2557 และ 2558 ด้วยหรือไม่นั้น ยังต้องทำการรวบรวมข้อมูลมาดูกันอีกครั้งว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ในเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าลงมือกระทำการในครั้งนี้เพียงคนเดียว ส่วนการนำเงินไปใช้อย่างไรนั้นทางตำรวจมีวิธีการในการติดตามหาเงินของกลางกลับคืนมา คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานคงจะทราบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว