
อำพน กิตติอำพน : ขุนพลของแผ่นดิน
เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ผมฝากความหวังในการแก้ไขระเบียบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในการซ่อม (หรือสร้าง) ถนนหนทางของกรมทางหลวง ที่กำลังจะปล่อยเงินงวดแรกให้ผู้รับเหมานำไปละเลงบนถนนสายต่างๆ
ทั้งๆ ที่ฝนฟ้ากำลังเทกระหน่ำลงมา หรืออาจถูกพายุโซนร้อนโหมกระหน่ำเข้าใส่ในช่วงนี้ไว้กับ คุณอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ที่ได้รับการต่ออายุราชการในตำแหน่งอันสำคัญยิ่งนี้ต่อไปอีก 1 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่า อาจต้องย้ายไปรับตำแหน่งปลัดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งที่เป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศได้กรุณารับไว้พิจารณาหาทางแก้ไข
ทำให้มีคำถามมาจากหลายท่านว่า ทำไมผมจึงไม่ฝากเรื่องนี้ให้รัฐบาลนำไปแก้ไข แต่กลับไปฝากคุณอำพน กิตติอำพน ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ ผมขอตอบคำถามแรกก่อนว่า เพราะผมเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลมือเติบ ชอบใช้เงิน ถ้าพูดภาษาชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องเรียกว่าชอบผลาญเงิน ด้วยการอ้างว่าเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในตลาด เมื่อเงินหมดไปแล้ว ก็จะหาทาง “กู้” มาใช้ใหม่ เหมือนที่อนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน ให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ 10 หน่วยงาน 8 กระทรวง เตรียมก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาใหม่ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านการใช้งบประมาณปี 2553 ไปได้ไม่กี่วัน ขืนฝากเรื่องนี้ไว้ก็คงไม่ต่างไปจากฝากปลาย่างไว้กับแมวนั่นแหละ
ที่ผมให้เกียรติและไว้วางใจคุณอำพน กิตติอำพน เป็นอย่างสูง เพราะเคยเห็นผลงานของท่าน มาตั้งแต่คุณอำพนเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ก่อนที่จะโยกมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ สภาพัฒน์ หน่วยงานที่เปรียบเสมือน “สมอง” ของประเทศ เพราะมีหน้าที่ในการวางแผนเพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นแม่แบบให้พรรคการเมืองต่างๆ นำไปร่างเป็นนโยบายว่าจะทำอะไรบ้าง และมีหน้าที่กลั่นกรองงานต่างๆ ของรัฐบาลทุกรัฐบาลว่าเหมาะสมและถูกต้องหรือไม่...
คุณอำพน เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงที่เข้าประชุมร่วมกับรัฐบาลทุกรัฐบาล จึงรู้เช่นเห็นชาตินักการเมืองมานักต่อนัก ใครมี “กึ๋น” หรือ “ไม่มีกึ๋น” ท่านก็รู้ หลายครั้งจึงปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชนว่าคุณอำพนให้คำแนะนำรัฐบาล (ก็สอนรัฐมนตรีนั่นแหละ-ฮา) ว่า อะไรควร อะไรไม่ควร อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ตั้งข้อสังเกตที่กระทรวงจะตั้งคณะอนุกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แล้วไปตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการเป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งๆ ที่ตำแหน่งดังกล่าวเขาสงวนไว้ให้ปลัดกระทรวง หรือหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง หรือแม้แต่เรื่องการตรวจสอบโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันนั่นก็เหอะ ท่านก็ละเอียดกับประเด็นปลีกย่อย จนผู้เสนอหงอยไปเลย
บางเรื่องที่หลงหูหลงตาท่านไป แล้วมีคนนำมาเสนอให้ทราบ ท่านคงมีเมตตารับไว้ในฐานะที่วันนี้ ท่านคือขุนพลของแผ่นดินที่ต้องรักษาสมบัติของแผ่นดิน ครับผม
ภาณุมาศ ทักษณา



