
กะเทาะเปลือกเหยื่อ-โจรปาดคอ 'แท็กซี่'
สังคมเลวร้ายหรือว่าเด็กเหลือขอกันแน่ ที่เป็นสาเหตุทำให้เด็กวัยรุ่นชาย 2 คน วัยแค่ 16 กับ 17 ปี ตัดสินใจว่าจะฆ่าโชเฟอร์แท็กซี่ เพียงเพราะไม่มีเงินติดตัวพอเป็นค่าโดยสารได้ โชคดีที่เหยื่อดิ้นรนจนพบทางรอด และพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน ส่วนอาชญากรเด็กถู
"คม ชัด ลึก" ได้พูดคุยกับ "สุภรณ์ ชัยทิพย์" โชเฟอร์แท็กซี่วัย 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 4 ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ที่มีโอกาสได้มีชีวิตอยู่เห็นและเผชิญกับสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้อีกนานเท่าที่สวรรค์จะบันดาล หลังจากเข้าใกล้ความตายถึงที่สุดและรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างฉิวเฉียด ขณะถูกคนร้ายวัยกระเตาะพยายามฆ่าปาดคอ-ยิง เพื่อชิงทรัพย์เมื่อหัวค่ำวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ความว่า...
วันเกิดเหตุสุภรณ์ขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีส้ม ทะเบียน ทย 2710 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์บวรแท็กซี่ ออกจากอู่ตอน 5 โมงเย็น โดยตระเวนหาผู้โดยสารไปเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยมีผู้โดยสารเรียกสักเท่าไร กระทั่งเวลาประมาณ 1 ทุ่ม เขาขับรถมาถึงหน้าโรงหนังเมเจอร์ สาขาปิ่นเกล้า มีวัยรุ่นสองคนเรียกจอดบอกให้ไปส่งที่บางใหญ่ซิตี้ เมื่อตอบตกลงคนหนึ่งก้าวขึ้นนั่งเบาะหน้า ส่วนอีกคนตรงไปนั่งเบาะหลัง ระหว่างทางสุภรณ์ไม่ได้สนทนาวิสาสะกับผู้โดยสารทั้งสองเลย จนมาถึงบางใหญ่ซิตี้คนนั่งหน้าบอกให้ขับวนสวนหย่อมข้างสนามออกกำลังกายเฉลิมพระเกียรติ บอกว่าจำทางเข้าบ้านไม่ได้ เขาขับวนอยู่ถึง 3 รอบจนเกือบจะ 2 ทุ่ม สุภรณ์เลยบอกว่าจะจอดลงไปปัสสาวะข้างถนน
เมื่อโชเฟอร์แท็กซี่ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เปิดประตูขึ้นรถ วัยรุ่นคนที่นั่งเบาะหลังก็ใช้มือซ้ายล็อกคอ แล้วใช้มีดพับยาวประมาณ 2-3 นิ้วปาดคอสุภรณ์อย่างแรง จนเขาเองก็ตื่นตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นกับตัวเอง จึงพยายามดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอด แต่ก็ถูกจ้วงแทงเข้าที่ไหปลาร้า ข้อมือซ้าย ง่ามมือซ้าย ราวนมซ้าย และศีรษะ อันเกิดจากความพยายามปัดป้องเอาตัวรอด ระหว่างเหตุการณ์ชุลมุน สุภรณ์ยังมีสติพอจะเหลือบไปเห็นคนนั่งหลังคว้าท่อนเหล็กขนาดเล็กคล้ายกับปืนปากกาออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงดังแป๊กๆๆๆ อยู่ 4 ครั้ง
"ผมตกใจมาก" สุภรณ์เล่าด้วยความหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงช่วงวิกฤติ
ตอนนั้นสุภรณ์ได้ยินเสียงคนนั่งหน้าตะโกนว่า "ทำไมยิงไม่แตกว่ะ ทุกครั้งก็ยิงแตกนี่" สุภรณ์จึงรวบรวมสติครั้งสุดท้าย ในใจก็นึกถึงพระคุณเจ้าที่เคารพศรัทธา ทั้งหลวงพ่อคูณและหลวงพ่อจรัล จากนั้นเอื้อมมือไปเปิดประตูข้างออกมาแล้วออกวิ่งได้ไม่ไกลก็ล้มฟุบลงกับพื้นถนน จนมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า
"ผมขอฝากขอบคุณพลเมืองดีที่ช่วยเหลือผมนำส่งโรงพยาบาล ทำให้ผมรอดชีวิตมาได้ ถือว่าเคราะห์ยังดีที่แพทย์บอกว่าบาดแผลถูกแทงไม่ลึก" เมื่อนึกถึงช่วงนี้สุภรณ์บอกไม่ถูกว่าหากเขาเกิดเป็นอะไรไปจริงๆ ลูกชาย 2 คนกับหลานอีก 1 คน จะอยู่กันอย่างไร เพราะเขากับภรรยาได้เลิกรากันไปนานแล้ว ส่วนลูกชายคนโตหน่อยแม้ทำงานแล้วก็ยังไม่มีเงินเก็บ แค่หาเช้ากินค่ำไปวันๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ทันทีที่สุภรณ์รู้ข่าวว่าตำรวจและชาวบ้านได้ช่วยกันล้อมจับสองวัยรุ่นที่ก่อเหตุเอาไว้ได้บริเวณบึงน้ำใกล้สนามออกกำลังกายเฉลิมพระเกียรติ แล้วนำมาควบคุมตัวที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เขาก็ตรงไปที่โรงพัก นอกจากจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังเพื่อสอบถามอาชญากรทั้งสองด้วยว่า เหตุใดถึงมีความพยายามจะฆ่าเขาด้วย
"ผมเจอหน้าวัยรุ่นทั้งสองคนแล้วถามว่า ทำไมถึงอยากฆ่าผม แต่ทั้งสองก็ไม่ตอบคำถาม" สุภรณ์เล่า
ส่วนวัยรุ่นทั้งสองคนอายุ 16 กับ 17 ปี ถูกพนักงานสอบสวนส่งตัวให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จากการสอบถามว่าทำไมถึงต้องลงมืออย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ พวกเขาให้คำตอบอะไรได้ไม่มากไปกว่า โทษชะตาชีวิตและสังคมแวดล้อม
"พวกผมเรียนจบแค่ ป.6 เคยทำงานอยู่ในปั๊มน้ำมันแถวบางใหญ่ บ้านก็อยู่แถวนั้น แต่ผมออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเร่ร่อนนานแล้ว ไปไหนก็ไปด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุผมนัดขายปืนปากกาให้เพื่อนในราคากระบอกละ 500 บาท แต่หาเพื่อนไม่เจอและไม่มีเงินติดตัวเลย ก็เลยตัดสินใจจะชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ ตอนแรกไม่กล้า แต่สบโอกาสตอนที่น้าคนขับแท็กซี่ลงไปฉี่ เลยตัดสินใจว่าจะลงมือทำ ค้นกระเป๋าได้เงินไปแค่ 400 บาท แต่ไม่คิดว่าจะถูกตำรวจจับได้"
บทสรุปแห่งความผิดครั้งนี้ ทั้งสองคนจะถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันพยายามฆ่าและร่วมกันชิงทรัพย์ หมดอนาคตตั้งแต่อายุยังน้อย !?!



