ข่าว

'หมวดจรูญ'ท้า'ครูปรีชา-แม่ค้า'สาบานศาลหลักเมือง

'หมวดจรูญ'ท้า'ครูปรีชา-แม่ค้า'สาบานศาลหลักเมือง

01 ก.พ. 2561

ตร.ออกหมายเรียกลุงจรูญ รับทราบ 2 ข้อหา ด้านเจ้าตัวเปิดบ้านแถลง ท้าฝ่ายครูปรีชา รวมทั้งแม่ค้า และ ตร.สาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

 

               เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ 1 ก.พ.61 ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ นางลาวัลย์ วิมูล ภรรยา พร้อมด้วยนายศุภกร สุพรรณรังษี ทนายความ ตัวแทนของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม เปิดบ้านพักส่วนตัวแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณี พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เปิดแถลงข่าวสรุปความเห็นกรณีว่า ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 5337265 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงิน 30 ล้านบาทนั้น เป็นของนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษ และจะมีการออกหมายเรียกให้ ร.ต.ท.จรูญ ไปรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหา “ยักยอกทรัพย์ตกหล่น” และข้อหา “รับของโจร” โดยการแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ม.ค.61 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

               สำหรับการเปิดบ้านแถลงข่าวในครั้งนี้มีสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง นอกจากการแถลงข่าวเปิดใจแล้ว ร.ต.ท.จรูญ ยังให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

               ทั้งนี้ ร.ต.ท.จรูญ แถลงว่า หลังจากดูและฟังคำแถลงข่าวของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แล้ว ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมสักเท่าไหร่ เพราะที่จริงแล้วตนเป็นฝ่ายถูก แต่กลับถูกกระทำมาโดยตลอด จึงมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

               ถามว่าอะไรถึงบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็อย่างเช่น ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงออกมาว่าจะสั่งฟ้องตน ทั้งๆ ที่หลักฐานยังไม่เพียงพอ ซึ่งสื่อมวลชนเองก็น่าจะเห็นเช่นกัน สำหรับการสั่งฟ้องทั้งสองข้อหา บอกตามตรงว่าตนยอมรับไม่ได้ เพราะตนเป็นคนซื้อและเป็นคนถูกรางวัล จะยอมรับข้อกล่าวหานี้ได้อย่างไร และเราเชื่อว่าหลักฐานที่เขานำมาอ้างนั้นน่าจะเป็นการสร้างหลักฐานขึ้นมาเอง

               สำหรับหลักฐานที่บอกว่ามีพยานบุคคลที่เห็นตนก้มเก็บลอตเตอรี่ขึ้นมา ซึ่งหลักฐานตรงนี้ก็เช่นกัน ในเมื่อตนซื้อลอตเตอรี่มาเองแล้วจะมีหลักฐานดังกล่าวมาได้อย่างไร เพราะหลังจากที่ซื้อลอตเตอรี่แล้วเสร็จ ตนก็เก็บเอาไว้ในกระเป๋า และไม่มีการไปทำตกหล่นกลางทางอย่างแน่นอน และนอกจากซื้อจากแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่อยู่หลังศาลพระภูมิภายในตลาดเรดซิตี้แล้วก็ไม่ได้มีแม่ค้าคนไหนมาขายให้อีกเลย และก็ไม่ได้ไปซื้อเจ้าอื่นด้วย จากการที่เจ้าหน้าที่ได้แถลงข่าวว่ามีพยานบุคคลเห็นตนเก็บลอตเตอรี่ได้ ตรงนี้ตนเชื่อว่าไม่มีและเป็นไปไม่ได้แน่นอน ขอย้ำว่าเชื่อว่าไม่มี โดยหากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานที่ตนมีเพื่อขอให้นำไปโต้แย้งนั้น ตรงนี้ไม่มีเพราะหลักฐานที่มีอยู่ได้มอบให้กับทางทนายความไปหมดแล้ว แต่ตนไม่สามารถบอกได้ว่าหลักฐานดังกล่าวนั้นคืออะไร หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางทนายความเท่านั้น

               ถามว่ามั่นใจมากน้อยแค่ไหนว่าหลักฐานที่มีอยู่นั้นสามารถนำไปโต้แย้งได้ ซึ่งตอบเลยว่ามีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าจะสามารถนำไปโต้แย้งและลบล้างข้อกล่าวหาได้อย่างแน่นอน ซึ่งอันที่จริงแล้วตนเป็นคนไปซื้อลอตเตอรี่ด้วยตนเอง และโอกาสที่ตนจะไปเก็บของตกหล่นขึ้นมานั้นไม่มีอย่างแน่นอน

               เมื่อถามว่ามีข้อสงสัยตรงที่ว่าในเมื่อไปซื้อลอตเตอรี่และมีการพูดคุยอยู่กับแม่ค้า จำไม่ได้เลยหรือว่าหน้าตาของแม่ค้าคนดังกล่าวนั้นมีใบหน้าอย่างไร ตอบว่าความสงสัยของเขานั้นผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย บอกตามตรงว่าตนจำหน้าแม่ค้าคนดังกล่าวไม่ได้จริงๆ รู้แต่เพียงว่าแม่ค้าคนดังกล่าวนั้นเป็นผู้หญิงเท่านั้น และไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าผมสั้นหรือผมยาว เพราะระหว่างที่เข้าไปซื้อตนก็เลือกหาเฉพาะเลขที่ต้องการเท่านั้น โดยไม่ได้สนใจเลยว่าแม่ค้าคนนั้นจะหน้าตาสวยงามหรือไม่ขนาดไหน และตนไม่เคยมีแม่ค้าประจำ เมื่อต้องการเสี่ยงโชคถ้าเจอที่ไหนก็ซื้อมันตรงนั้น และที่ผ่านมาก็ไม่เคยจำหน้าแม่ค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว จะเล่าย้อนกลับไปให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า อันที่จริงแล้ววันนั้นตนไม่ได้ตั้งใจที่จะไปซื้อสลากฯ เลย แต่ตั้งใจไปตลาดกับภรรยาก็เพื่อต้องการไปซื้อกับข้าว แต่ฉุกคิดได้ว่ารุ่งขึ้นของวันถัดไป (1 พ.ย.60) ลอตเตอรี่ก็จะออกแล้ว ก็เลยคิดว่าจะลองเสี่ยงโชคดู และตั้งใจไว้ว่าจะซื้อเลขท้าย 26 ซึ่งในขณะนั้นเป็นเลขมงคล และไม่เคยคิดว่าจะต้องถูกรางวัลใหญ่ ขอเพียงถูกเลขท้ายสองตัวก็พอแล้วดังนั้นจึงเดินไปดูเลขที่แผงขาย

               เมื่อเจอเลขท้าย 26 ตนก็บอกกับแม่ค้าว่าตนต้องการเลขนี้ แม่ค้ายังบอกกับตนอยู่เลยว่าเลขนี้กำลังดัง แต่ตนก็ไม่ทราบมาก่อนว่าเลขที่ตนจะซื้อนั้นดังมาก่อน แต่มันเป็นเลขที่ตนต้องการจะซื้อ จากนั้นแม่ค้าก็เป็นคนหยิบลอตเตอรี่ขึ้นมาให้ ซึ่งเป็นเลขชุด 5 ใบที่อยู่ในซองพลาสติก ซึ่งตนก็ถามไปว่าขายราคาเท่าไหร่ แม่ค้าก็บอกกับตนว่าขายราคา 700 บาทตามที่ติดราคาเอาไว้ จากนั้นตนก็จ่ายค่ายลอตเตอรี่ไปจำนวน 700 บาท ซึ่งเป็นแบงค์ละ 100 ทั้งหมด จากนั้นตนกับภรรยาก็เดินไปหาซื้อกับข้าวต่อและก็เดินทางกลับบ้านทันที

               ถามว่าขณะซื้อนั้นได้แย้งเรื่องขายราคาแพงหรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้แย้งอะไร แต่มีความรู้สึกขัดแย้งอยู่ในใจเท่านั้นเอง ซึ่งในวันนั้นเองตนก็ไม่รู้นึกคิดอย่างไรจึงอยากซื้อเลขขึ้นมา เมื่อคิดดูแล้วถ้าหากไปเถียงกับแม่ค้าเรื่องราคาก็คงไม่มีประโยชน์เพราะคิดเพียงว่าพรุ่งนี้ (1 พ.ย.60) หวยก็จะออกแล้ว และช่วงระหว่างคุยกับแม่ค้าตนก็ไม่ได้สังเกตใบหน้าแม่ค้าเลย เพราะมัวแต่มองดูลอตเตอรี่และราคาขายเท่านั้น และที่ผ่านมาหลังจากมีปัญหาเกิดขึ้นก็ไม่เคยมีแม่ค้าคนไหนเลยที่ออกมาบอกว่าตนซื้อลอตเตอรี่กับเขา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเรารู้ว่าแม่ค้าคนดังกล่าวอาจจะไปเป็นพยานให้กับฝั่งครูปรีชา ไปแล้วก็ได้

               สำหรับการที่พนักงานสอบสวนเรียกให้ไปพบกับครูปรีชา ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ย.60 ที่ ภ.จว.กาญจนบุรี ซึ่งทางครูปรีชา ก็ได้แต่พูดว่าเราคงทำบุญร่วมกันมา จึงถูกรางวัล และจะแบ่งให้ตนแบบวินๆ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าอะไรแบ่งกันแบบวินๆ แต่ก็ไม่ได้พูดบอกว่าจะแบ่งกันคนละ 15 ล้านบาท เพียงแต่บอกว่าแบ่งกันแบบวินๆ เท่านั้น ซึ่งวันนั้นเราเองก็ไม่ยอมอยู่แล้ว และได้แต่นั่งฟังเขาพูดเฉยๆ เท่านั้น และไม่ได้พูดตอบโต้อะไร ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าเราเป็นคนซื้อมาและถูกรางวัล จะมาแบ่งอะไรแบบวินๆ เป็นใครก็ไม่ยอม

               แต่อย่างไรก็ตาม ถามว่าเมื่อมาถึงจุดนี้แล้วอยากจะฝากบอกไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ว่าอย่างไรบ้าง ร.ต.ท.จรูญ ตอบเชิงประชดว่า ตนรู้สึกซึ้งมากๆ ซึ่งในน้ำใจ เขาคงเห็นเราเป็นแค่ตำรวจเก่าๆ เขาเป็นตำรวจรุ่นใหม่ จึงรู้สึกซึ้งมาก และที่ผ่านมาตนเจอในลักษณะนี้ตั้งแต่วันแรก จึงตัดสินใจเข้าไปหาทางกระทรวงยุติธรรม ไปพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่ออะไร เพื่อให้เขามาขุดคุ้ยเราอย่างนั้นเหรอ  ซึ่งจนถึงขณะนี้ตนเชื่อตามที่ทนายษิทรา เคยบอกเอาไว้ว่าเป็นการกระทำที่เป็นขบวนการจริงๆ ตนเชื่ออย่างนี้จริงๆ เพราะเจอมากับตัวเอง ก็เพราะเช่นนี้ตนจึงวิ่งไปที่กระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ และถึงจุดนี้แล้วก็อยากจะเรียกร้องว่า ขอให้หน่วยงานที่เป็นกลางจริงๆ ลงมาทำคดี ลงมาหาข้อมูลที่แท้จริงว่าใครเป็นคนผิดหรือใครเป็นคนถูกกันแน่ และไม่ต้องมาเชื่อตน แต่ขอให้ไปค้นหาความจริงให้มันปรากฎเท่านั้นพอ

               ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนยอมทำตามเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด เช่น การไปตรวจดีเอ็นเอ ผลก็ออกมาแล้ว และหากต้องการให้ไปเข้าเครื่องจับเท็จอีกครั้งหนึ่งตนก็พร้อมทุกเมื่อ ขอให้บอกมาว่าจะให้ไปทำอะไร ทั้งนี้อยากจะฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าขอให้ส่งหน่วยงานที่มีอำนาจและมีความยุติธรรมช่วยลงมาดูคดีนี้ด้วย และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เป็นพุทธศาสนิกชน นับถือศาสนาพุทธ โดยในวันอาทิตย์ ที่ 11 ก.พ.61 นี้ ตนและครอบครัวจะไปแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการไปสาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดกาญจนบุรี ว่าหากตนโกหก หรือปั้นเรื่องปั้นราวขึ้นมา ก็ขอให้ครอบครัวของตนล่มจมไปเลย และการไปสาบานในครั้งนี้ก็อยากจะท้าฝ่ายตรงข้ามคือครูปรีชา รวมทั้งแม่ค้าขายลอตเตรี่ ที่เป็นพยาน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าข้างฝ่ายตรงข้ามไปร่วมสาบานพร้อมกัน หากใครโกหกก็ขอให้ล่มจมเช่นกัน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามไปยัง พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 ทราบว่าวันนี้พนักงานสอบสวน ได้ทำการออกหมายเรียกให้ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ไปพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเป็นหมายแรกแล้ว

               ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้นำกำลังลงพื้นที่ตลาดสดเรดซิตี้ เพื่อติดตามหากล้องวงจรปิด ตามที่ทางครูปรีชา กล่าวอ้างว่ามี แต่ยังไม่พบกล้องดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่พบเพียงแค่ขาเหล็กสำหรับติดกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ที่เสาไฟฟ้าบริเวณใกล้กับศาลพระพรหม เท่านั้น แต่แม่ค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวบอกว่า กล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ ได้ถูกเก็บไปแล้วตั้งแต่ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา