ส่องรัฐฉาน “เจ้ายอดศึก” ยอดนักกลยุทธ์?
หากพูดถึง "เจ้ายอดศึก" ต้องบอกว่า สมชื่อจริงๆ เพราะท่าน ช่ำชองเชิงเจรจา เป็นนักกลยุทธ์ที่เข้าใจสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ และเป็นนักสื่อสารการตลาด
คนไทยที่ติดตามข่าวสารเพื่อนบ้านมาหลายสิบปี คงเข้าใจว่า “เจ้ายอดศึก” เป็นผู้นำการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรัฐฉาน เพราะมีข่าวความเคลื่อนไหวของเขา ปรากฏอยู่ในสื่อไทยอย่างสม่ำเสมอ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2561 เจ้ายอดศึก ผู้นำสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) ได้เข้ารับประทานปริญญาบัตรจากพระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในระดับปริญญาโทคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยปทุมธานี
สำนักข่าวใหญ่น้อยพร้อมใจกันนำเสนอข่าวครึกโครม เหมือนเมื่อปี 2558 "เต็งเส่ง" อดีตประธานาธิบดีเมียนมา จัดพิธีลงนาม "ข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ" (National Ceasefire Agreement-NCA) กับผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์ 8 กลุ่มที่เนปิดอว์ และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
ปรากฏว่า “เจ้ายอดศึก” ขนกองทัพนักข่าวไทยและเทศตามไปรายงานสถานการณ์การลงนามหยุดยิงถึงเนปิดอว์ นี่เป็นลักษณะพิเศษของผู้นำการเมืองคนดังแห่งรัฐฉานใต้
การต่อสู้กอบกู้เอกราชรัฐฉานนั้น มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธมานานกว่า 60 ปี จากยุคกองกำลังปฏิวัติแห่งชาติรัฐฉาน(SURA) จนมาถึงยุคกองทัพเมืองไต (MTA) อันเกรียงไกรของ “ขุนส่า”
25 ม.ค.2539 ขุนส่าเข้าสวามิภักดิ์ต่อทางการพม่า และส่งมอบอาวุธของกองทัพเมืองไตให้กับกองทัพพม่า ส่งผลให้ผู้นำกองกำลังบางส่วนไม่ยอมวางอาวุธ พร้อมกับแยกตัวออกไปตั้งกองกำลังกู้ชาติขึ้นใหม่
เจ้ายอดศึก พากำลังพลมาอยู่ที่ดอยไตแลง บนสันเขาชายแดนเมียนมา-ไทย ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เขตรอยต่อระหว่างเมืองปั่นและเมืองโต๋น รัฐฉาน โดยใช้ชื่อองค์กรการเมืองว่า “สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน” และมีกองทัพชื่อ “กองกำลังรัฐฉานใต้” (SSA-S)
ส่วน “ป่างฟ้า” เป็นผู้นำพรรคก้าวหน้าแห่งรัฐฉาน (SSPP) และผู้บัญชาการกองกำลังรัฐฉานเหนือ (SSA-N) โดยมีฐานที่มั่นอยู่บ้านไฮ รัฐฉานเหนือ สื่อไทยไม่ค่อยรู้จักป่างฟ้า เท่ากับสื่อจีน
ในอดีตองค์กร SSPP มีความใกล้ชิดกับพรรคคอมมิวนิสต์พม่า(สายจีน) ทุกวันนี้ พวกเขาติดต่อขอความช่วยเหลือจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผ่านทางเขตปกครองพิเศษว้า
รัฐฉาน อันกว้างใหญ่ไพศาล ยังมีกองกำลังอีกหลายชาติพันธุ์ อาทิกองกำลังสหรัฐว้า (UWSA) ,กองกำลังสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตยพม่า(MNDAA) ,กองกำลังสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ(NDAA) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง(TNLA) แถมยังมีเขตปกครองพิเศษว้า และเขตปกครองพิเศษเมืองลา
ด้วยเหตุที่กองกำลังดังกล่าวข้างต้นอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน ติดพรมแดนจีน สื่อไทยจึงไม่รู้จักมักคุ้น ต่างจากกองกำลังรัฐฉานใต้ที่อยู่ติดชายแดนไทย
พูดกันตรงๆ สมัยสงครามเย็น ทางการไทยใช้กองกำลังของเจ้ายอดศึกเป็น “รัฐกันชน” จึงทำให้ RCSS/SSA มาจัดตั้งฝ่ายประสานงานในตัวเมืองเชียงใหม่ คอยทำหน้าที่ติดตัวกับองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงองค์กรชาวไทใหญ่ทั่วโลก
เวลามีงานวันชาติไทใหญ่ เจ้ายอดศึกก็จะประสานกับสื่อมวลชน และนำกองทัพนักข่าวขึ้นไปดูพิธีสวนสนามของทหารบนดอยไตแลง
หลังลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ เจ้ายอดศึกพาคณะเดินทางไปดูงานการเมืองการปกครองแถวยุโรป โดยการประสานขององค์กรไทใหญ่ในต่างแดน บ่อยครั้งที่เจ้ายอดศึกรับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชนให้มาพูดถึงการต่อสู้ของชาวไทใหญ่ พร้อมเชิญชวนให้นักลงทุนไทยไปทำธุรกิจในรัฐฉาน
จากการติดตามบทบาทของเจ้ายอดศึกมานานหลายปี พอสรุปได้ว่า เขาเป็นนักการเมืองที่ช่ำชองเชิงเจรจา เป็นนักกลยุทธ์ที่เข้าใจสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ และเป็นนักสื่อสารการตลาด
นอกจากเจ้ายอดศึกจะมีสัมพันธ์อันดีกับทหารไทย เขายังสร้างคอนเนกชั่นชั้นดีกับ “ชนชั้นนำ” และ “เซเลบ” ในสังคมไทย
ผู้นำกองกำลังรัฐฉานใต้ รู้ดีว่า ชาตินี้ชาติหน้า พม่าก็ไม่ยอมให้เอกราชแก่รัฐฉาน และผู้นำกองกำลังชาวไทใหญ่เองก็ไม่มีความสามัคคีกัน แต่เจ้ายอดศึกจึงเล่นการเมือง เพื่อขอให้มี “ที่อยู่ที่ยืิน” สำหรับกลุ่มของตัวเอง
ก่อนสิ้นปีที่แล้ว เจ้ายอดศึกนัดตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามหยุดยิงมาประชุมที่เชียงใหม่ และมีมติจะไม่เข้าร่วมประชุมสันติภาพปางโหลง 2 อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่กองทัพเมียนมาเสนอ “ปลดอาวุธ” กองกำลังชาติพันธุ์
อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะมีงานวันชาติไทใหญ่ที่ดอยไตแลง เชื่อว่า ทีมงานเจ้ายอดศึกคงสร้างสีสันให้กองทัพนักข่าวได้ถ่ายภาพสวยๆ กันเหมือนทุกปี



