
เชียงใหม่แห่ชม “ซูเปอร์บลูบลัดมูน”
ชาวเชียงใหม่ให้ความสนในแห่ร่วมกิจกรรม สดร.จัดจุดสังเกตการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในช่วงที่ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกและตรงกับจันทร์เพ็ญครั้งที่สองของเดือน
31 ม.ค. 61 เมื่อช่วงค่ำ ที่ บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากการที่มีประชาชนและผู้สนใจจำนวนมากโดยเฉพาะเด็กเล็ก นักเรียน และนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” และดวงจันทร์เต็มดวงสีแดงอิฐ ผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากชนิด ตั้งแต่เวลา 17.00 - 22.00 น.
ทั้งนี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดขึ้น โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 4 จุดหลักทั่วประเทศ นอกจากนครราชสีมา , ฉะเชิงเทรา และสงขลา พร้อมกับเครือข่ายโรงเรียนกว่า 260 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ในครั้งนี้ที่มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นจันทรุปราคาเต็มดวงช่วงที่ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกและตรงกับจันทร์เพ็ญครั้งที่สองของเดือนที่จะเห็นจันทร์เต็มดวงสีแดงอิฐมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย หรือเรียกว่า “ซูเปอร์บลูบลัดมูน”
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่เกิดในวันที่ 31 ม.ค. นี้ ค่อนข้างพิเศษกว่าครั้งอื่น เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาที่เกิดในช่วงดวงจันทร์โคจรอยู่ใกล้โลก ช่วงกึ่งกลางคราสเต็มดวง มีระยะห่างจากโลกเพียง 360,191 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กว่าระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกถึงดวงจันทร์ (ประมาณ 384,400 กิโลเมตร) จะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงสีแดงอิฐมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย นอกจากนี้ยังตรงกับจันทร์เพ็ญครั้งที่ 2 ของเดือนอีกด้วย หรือที่นิยมเรียกกันว่าบลูมูน (Blue Moon) ซึ่งปกติดวงจันทร์เต็มดวงจะเกิดขึ้นเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เดือนไหนที่มีดวงจันทร์เต็มดวง 2 ครั้ง จะเรียกดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองว่า “บลูมูน” ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก เป็นที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า “Once in a blue moon” หมายถึง นานทีจะเกิดขึ้นสักครั้ง และดวงจันทร์ไม่ได้เป็นสีน้ำเงินแต่อย่างใด ปรากฏการณ์นี้นักดาราศาสตร์สมัครเล่น นิยมเรียกว่า “ซูเปอร์บลูบลัดมูน” (Super blue blood moon) เป็นจันทรุปราคาเต็มดวงช่วงที่ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกและตรงจันทร์เพ็ญครั้งที่สองของเดือนนั่นเอง
แม้ว่าตลอดชีวิตของคนเรา จะสามารถพบเห็นพระจันทร์สีแดง รวมไปถึงพระจันทร์บลูมูน ได้หลายครั้งในชีวิต แต่การที่เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ส่งผลให้พระจันทร์เป็นสีแดงอิฐในแบบซูเปอร์บลูมูน และมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นคงปรากฏได้ไม่บ่อย ครั้งนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 39 ปี ถือเป็นปรากฏการณ์พิเศษเช่นกัน
ทั้งนี้ นอกจากการจัดกิจกรรมจุดสังเกตการณ์แล้ว ทาง สดร. ยังได้จัดถ่ายทอดสดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ผ่านเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติด้วย สำหรับผู้ที่ไม่สามารถออกมาชมปรากฏการณ์จริงได้ สามารถติดตามและร่วมชมได้ทาง www.facebook.com/NARITpage ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 - 22.00 น. ซึ่งถ่ายทอดสัญญาณจากจุดสังเกตการณ์หลัก บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ โดยปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ ในประเทศไทยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นต้นไป เวลาคราสเต็มดวง 19.51 - 21.07 น. และสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 23.08 น. ตามเวลาประเทศไทย พร้อมย้ำว่า การเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์นี้ สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์และไม่เกิดอันตรายต่อโลกแต่อย่างใด



