ข่าว

‘ชาญวิทย์’ ปฏิเสธปมกระเป๋าภริยานายกฯ ทุกข้อหา

‘ชาญวิทย์’ ปฏิเสธปมกระเป๋าภริยานายกฯ ทุกข้อหา

31 ม.ค. 2561

ศาตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ พบ ปอท. รับทราบข้อกล่าวหา กรณีแชร์ภาพกระเป๋าภริยานายกฯ ขอชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในเวลา 20 วัน

 

               31 ม.ค. 61  ศาตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ กรณีโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Charnvit Kasetsiri เกี่ยวกับกระเป๋าถือของ นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปต่างประเทศ ว่า เป็นกระเป๋าแอร์เมส มูลค่า 2 ล้านบาท ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า เป็นสินค้าของศูนย์ศิลปาชีพ จึงถือเป็นการบิดเบือนข้อมูลให้คนอื่นเข้าใจผิด ถือเป็นความผิดทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 โดยทาง ศาตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เผยว่า เป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม เนื่องจากตนเองแค่แสดงความคิดเห็นในโพสต์ของบุคคลอื่น ซึ่งในกรณีนี้อาจเป็น “กรณีปิดปาก” หรือ slap case ที่ผู้ปกครองในระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย กระทำเมื่อไม่ต้องการรับฟังเสียงวิจารณ์ พร้อมยืนยันจะพิสูจน์ความถูกต้องในสิทธิเสรีภาพและความชอบธรรมในการแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนไทย และขอขอบคุณทุกกำลังใจจากคนที่เดินทางมาในวันนี้

               ต่อมา เวลา 15.30 น. ศาสตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เปิดเผยหลังพบพนักงานสอบสวนว่า หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ บก.ปอท. จึงทราบว่า พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 บก.ปอท. เป็นผู้แจ้งความตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (2) , (5) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยน่าจะเกิดทำให้ตื่นตระหนกแก่ประชาชน / เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งมีข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยน่าจะเกิดทำให้ตื่นตระหนกแก่ประชาชน

               ศาสตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยอีกหลายประเด็น แต่ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าว และจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในเวลา 20 วัน ครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ในการเป็นผู้ต้องหา เนื่องจากตนเคลื่อนไหวทางสังคมและถูกตีความเป็นการเมือง ซึ่งตนเคลื่อนไหวมาตลอดตั้งแต่เป็นนักศึกษา และเป็นอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2516 ส่วนจะเป็นคดีปิดปากหรือไม่นั้น หากตนทำให้สังคมเปิดได้ก็พร้อมจะทำต่อไป

               นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า พ.ต.อ.โอฬาร เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ โดยทางศาสตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะได้โพสต์ข้อความที่ไม่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ แต่อาจเสียหายแค่บุคคล ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เดินทางมาด้วยตัวเอง จึงไม่ต้องมีการประกันตัว ส่วนกรณี พ.ต.อ.โอฬาร ได้ร้องทุกข์และให้พนักงานสอบสวน ผู้ใต้บังคับบัญชาทำคดี อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงพร้อมคัดค้านเรื่องพนักงานสอบสวนเป็นลายลักษณ์อักษรถึง ผบ.ตร. ให้เจ้าหน้าที่ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชา มาเป็นผู้สอบสวนแทน เพื่อให้ผู้ต้องหาได้แสดงความบริสุทธิ์

               ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับข้อสงสัยเหตุใด พ.ต.อ.โอฬาร เป็นผู้กล่าวร้องทุกข์เองนั้น รู้จักกับภริยานายกฯ หรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเนื่องจากเป็นอาญาแผ่นดิน ไม่ใช่ความผิดส่วนตัว และเหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร ซึ่งบุคคลใดก็สามารถกล่าวโทษร้องทุกข์ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเพียงกรรมเดียว