ข่าว

 ไม่ "คุ้มค่า" ก็ "คลุ้มคลั่ง"

ไม่ "คุ้มค่า" ก็ "คลุ้มคลั่ง"

05 ต.ค. 2552

ยังไม่เห็นว่าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะหาทางออกกับปัญหาเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อย่างไร

 แม้จะมีการแต่งตั้งพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ขึ้นรักษาการแทนฯ ก็ตาม แต่ยังมีตำแหน่งระดับรองผบ.ตร.ลงมาที่ต้องรีบดำเนินการแต่งตั้งทดแทนเพื่อให้งานแต่ละกองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ เดินหน้าไปได้

 ไม่ใช่แช่แข็งทุกตำแหน่งไว้เพราะไม่สามารถเสนอชื่อผบ.ตร.คนใหม่ได้

 วันนี้ปัญหาตำรวจ กำลังทำให้สถานะนายกฯ วิกฤติขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็น "จุดเปลี่ยน" ทางการเมือง ภาพการบริหารงานในฐานะผู้นำรัฐบาลกำลังสั่นคลอน แล้วยังลุกลามเข้าไปขัดแย้งกันเองภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

 นายกฯ ต้องเรียนรู้ว่า องค์กรตำรวจไม่ว่าใครมาเป็นผู้นำเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะรับกันได้ นี่คือธรรมชาติ

 เมื่อมีผู้นำตัวจริงเข้ามาสิ่งสำคัญคือ จัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อจบสิ้นทุกอย่างจะกลับเข้ารูปรอยเดิม และนี่กำลังกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร 

 ความบาดหมางที่พูดกันหรือเกียร์ว่างนั้นรับรองไม่มีเพราะถ้าย้อนดูในอดีต ปัญหาผู้นำไม่ได้ทำให้องค์กรร้าวฉานเนื่องจากบิ๊กตำรวจมีคนของตัวเอง เมื่อสายไหนขึ้นก็ยอมรับกันว่า คนของตัวเองหรือเด็กในคาถา ต้องถูกลดระดับ เด้งเข้ากรุบ้าง ถูกลดเกรดโรงพักบ้างสลับกันไปแต่ละยุค

 ที่ผ่านมาจะเห็นชัดเจนเรื่องความไม่เป็นธรรมในการโยกย้าย มีการซื้อขายตำแหน่งกันกว้างขวาง จนตำรวจส่วนใหญ่ไม่เป็นอันทำงาน ใช้เวลาส่วนหนึ่งไปวิ่งเอาเก้าอี้ ไปวิ่งรักษาตำแหน่ง เกิดสุญญากาศช่วงทำโผ

 ถ้านายกฯ มาร์ค เข้ามาจัดระเบียบคุณธรรม การเมืองไม่แทรกแซง รับรองตำรวจส่วนใหญ่เข้าเกียร์เดินหน้า

 การแก้ปัญหาองค์กรตำรวจต้องเริ่มที่คุณธรรม มีตำรวจนับแสนนายที่ต้อง "หวานอมขมกลืน" ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตำรวจที่ตั้งใจทำงาน ไม่วิ่งเต้น ไร้เส้นสาย ไม่มีได้เกิด

 ตำรวจสองแสนกว่านายไม่ได้เก่งแค่ 2-3 ร้อยรายชื่อที่โยกย้ายกันเกือบทุกโผหรือชื่อปรากฏอยู่ตามสื่อ

 วันนี้คนข้างตัวนายกฯ เริ่มถอยห่างจากปัญหาผู้นำตำรวจ ไว้เว้นแม้แต่พรรคปชป. ที่ตกหลุมตื้นๆ แต่ยังขึ้นไม่ได้ นายกฯ คิดว่าชื่อเดียวเท่านั้นถึงกับยอมหักไม่ยอมงอ ไม่สนใจแม้แต่ทางเลือกที่สาม

 จากนี้ไปคงได้เห็นผลลัพธ์กับสิ่งที่นายกฯ ตัดสินใจว่าจะ "คุ้มค่าหรือคลุ้มคลั่ง" กันแน่!!

<