
ตั้งปมหลอนเสพยา'หนุ่มพิทักษ์ป่า'ฆ่า'ผอ.รพ.สต.'
ตร.ยันยังไม่ปักใจเชื่อสาเหตุหน่วยพิทักษฺป่าดักซุ่มยิง ผอ.รพ.สต.ดับจากปมหึงหวง พร้อมตั้งปมเสพยาจนหลอนอีก 1 ปม
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่ นายชลิต จินตนา อายุ 40 ปี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปลายนาสวนอ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ถูกนายทรงวุฒิ อุดม อายุ 27 ปี หน.หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ละมุ่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ดักซุ่มใช้อาวุธปืนยาว เอชเค 33 ยิงเสียชีวิตอยู่บริเวณร่องน้ำ เหตุเกิดที่ถนนสายแม่ละมุ่น-ห้วยแม่ปลาสร้อย หมู่ 4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมาและนายทรงวุฒิ ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวในวันเดียวกัน โดยครั้งแรกให้การว่าเข้าใจผิดคิดว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า แต่ต่อมากลับคำให้การว่า แค้นที่ผู้ตายมีความสนิทสนมกับภรรยาของตนเองในเชิงชู้สาว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานทางการแพทย์ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุการก่อเหตุที่แท้จริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต ครอบครัว รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับสาธารณชน และที่ผ่านมามีบุคคลใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความเรียกร้องให้บุคลากรแวดวงสาธารณสุขเปลี่ยนโปรไฟล์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ “หมอลิต” เหตุเพราะหมอลิต เป็นคนดี ทำงานด้วยความเสียสละ เป็นที่รักของชาวบ้าน ซึ่งข่าวดังกล่าวได้สร้างความเข้าใจผิด และความเสียใจ ไม่สบายใจให้กับครอบครัว ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน รวมทั้งประชาชนที่คุ้นเคยกับผู้เสียชีวิต อีกทั้งสร้างความสับสนให้สาธารณชนถึงสาเหตุ เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่ได้มีพฤติกรรมเสื่อมเสียเรื่องดังกล่าวตามที่ผู้ต้องหาให้การ
ล่าสุดวันนี้ 31 ม.ค.61 พ.ต.ท.พรชัย เพ็ชรเจริญ รอง ผกก.ป.รรท.ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัว นายทรงวุฒิ ส่งฝากขังครั้งแรกต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลว่า เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัว ขณะนี้จึงถูกควบคุมตัวที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ที่ผ่านมาได้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 15 ปาก ยังคงเหลืออีกประมาณ 4-5 ปาก ซึ่งเป็นพยานฝ่ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พยานฝ่ายผู้ตาย เพื่อนร่วมงานที่ รพ.สต.บ้านปลายนาสวนพยานฝ่ายญาติผู้ตาย แต่ยังไม่มีประเด็นที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนเพิ่มเติมในตอนนี้
สำหรับสาเหตุที่ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อว่าเกิดจากปมชู้สาวตามคำให้การของผู้ต้องหา โดยจากพยานหลักฐานขณะนี้ได้ตั้งปมว่าเกิดจากผู้ต้องหาเสพยาเสพติดแล้วเกิดประสาทหลอนด้วย เนื่องจากผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบว่ามีสารเสพติดประเภทกัญชา โดยได้ส่งไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยได้เร่งรัดผลการตรวจไปแล้ว ขณะที่ชุดสืบสวนยังได้ลงพื้นที่หาข่าวว่ายังมีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายชลิต อีกหรือไม่
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านปลายนาสวน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หญิง จำนวน 4 คน เกรงว่าจะเกิดภัยคุกคามนั้น ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจเยี่ยมทุกวันๆ ละ 2 รอบ โดยนำตู้แดงไปตั้งไว้ เพื่อดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามผู้บังคับบัญชาได้ลงมาเร่งรัดคดี โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนคลี่คลายคดี พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายคดีและให้เกิดความกระจ่าง โดยได้สั่งการดูแลคดีอย่างใกล้ชิด ซึ่งตนไม่ได้รู้สึกหนักใจ และจะพยายามเร่งคลี่คลายคดีนี้โดยเร็วที่สุด



