
โฉ่อีกครูสาว - ศิษย์ ม.ปลาย เซ็กส์โจ๋งครึ่ม
สั่งพักงานตั้งกรรมการสอบครูสาวเมืองคอนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกศิษย์หนุ่ม ม.ปลาย ในโรงอาหาร ส่วน ผอ.ฉาว รอ ผบช.ภ.3 ลงพื้นที่เร่งรัดคดี แจ้งข้อหาผิดวินัย
จากกรณีเหตุอื้อฉาวระหว่างครูหญิงมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับลูกศิษย์หนุ่มมัธยมปลาย โดยเหตุเกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีนักเรียนมาพบเห็นแล้วนำไปบอกเล่าให้เพื่อนฟังแล้วบอกต่อๆ กัน ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
เมื่อวันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้ไปที่โรงเรียนดังกล่าวเพื่อหาข้อเท็จจริง ได้พบกับรองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นได้รับทราบเบื้องต้นแล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ครูหญิงคนหนึ่ง อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นอัตราจ้างสอน เพิ่งมาเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี พักอาศัยอยู่ในบ้านพักครูภายในโรงเรียน แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งนักเรียนชายคนหนึ่งซึ่งเรียนระดับมัธยมปลาย และเป็นนักกีฬาของโรงเรียน เหตุเกิดภายในโรงเรียนเวลากลางคืน ขณะนั้นมีนักเรียนอีกคนผ่านมาพบเห็นว่าทั้งคู่ลักลอบมีสัมพันธ์กันในอาคารโรงอาหารที่มีลักษณะเปิดกว้างและโล่งแจ้ง โดยชะล่าใจคิดว่าเป็นเวลา 22.00 น.แล้วไม่น่าจะมีคนเห็น แต่ปรากฏว่ามีเพื่อนนักเรียนมาเห็นเข้าอย่างบังเอิญ และได้นำเรื่องนี้ไปบอกเล่ากันในหมู่นักเรียน จนทราบถึงครูคนอื่น และมีการมาแจ้งให้ตนทราบในเบื้องต้นทางวาจา
“เรื่องนี้เสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างมาก เพราะโรงเรียนมีประวัติดีงามมาตลอด ครูคนนั้นเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 1 ปีเศษ ปกติพักอยู่ในบ้านพักครูซึ่งอยู่ในอาณาเขตของโรงเรียน ทำให้ต้องพบเจอกับกลุ่มนักเรียนชายอยู่ตลอด กระทั่งมีการหยอกล้อแซวกันระหว่างครูสาวกับกลุ่มนักเรียนชายอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายครูสาวกับนักเรียนชายที่เป็นนักกีฬาของโรงเรียนถูกใจกันและกันเพราะอายุไม่ห่างกันนัก จึงลักลอบคบหากัน” รอง ผอ.โรงเรียนกล่าว
รองผอ.โรงเรียน กล่าวต่อว่า หลังจากที่ทราบเรื่อง จึงแจ้งให้ ผอ.โรงเรียนซึ่งขณะนี้ติดประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ ทราบ จึงได้สั่งการมาให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับมีคำสั่งให้ครูสาวคนดังกล่าวหยุดพักการสอนไว้ก่อน
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผอ.โรงเรียนที่เกิดเหตุ ขึ้นเครื่องบินเดินทางจากกรุงเทพฯ กลับมายัง จ.นครศรีธรรมราช ทันที หลังจากได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องราวเบื้องต้นแล้ว รู้สึกทนไม่ได้ที่เกิดพฤติกรรมฉาวแบบนี้ขึ้น ทำให้ต้องรีบกลับมาสะสางเหตุการณ์ก่อนจะบานปลาย เท่าที่ได้รับรายงานมาพบว่า ในคืนเกิดเหตุที่เรื่องแดงออกมานั้นนักเรียนชาย ม.ปลาย ได้แอบปีนหอพักออกมา จากนั้นก็ไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับครูสาวตอน 22.00 น. เชื่อว่าอาจจะมีการนัดแนะกันไว้แล้ว ด้วยความที่ถูกใจซึ่งกันและกันมาก่อนหน้านี้ ในวันนี้(30 ม.ค.) จะเรียกประชุมครูอาจารย์และผู้บริหารโรงเรียนทุกคนมาหารือข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินการเอาผิดกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายนิติกรทางด้านการศึกษาคนหนึ่ง เปิดเผยว่า การที่ครูผู้หญิงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักเรียนชายระดับ ม.ปลาย สันนิษฐานได้ว่านักเรียนชายนั้นอายุเกินกว่า 15 ปีขึ้นไปแล้ว เมื่อครูสาวมีความสัมพันธ์ทางเพศกับลูกศิษย์ หากเกิดขึ้นจากความยินยอมพร้อมใจของนักเรียนชายนั้นเอง ไม่มีความผิดอาญาในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ตาม ป.อาญา มาตรา 276 เพราะกรณีผู้ถูกกระทำอายุเกิน 15 ปีขึ้นไปและยินยอมให้ผู้อื่นมีเพศสัมพันธ์ด้วย ในทางกฎหมายจะไม่มีความผิด
แต่หากมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า การที่นักเรียนชายต้องมีอะไรกับครูโดยไม่ได้เกิดจากความยินยอม เช่น ถูกครูขู่เข็ญเรื่องผลการเรียน เช่นนี้ก็จะมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราได้ และมีประเด็นเพิ่มเติมอีกว่าก่อนมีอะไรลึกซึ้งกันระหว่างครูสาวกับลูกศิษย์นั้น ครูสาวได้มีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการพรากผู้เยาว์คนนี้มาหรือไม่ ตาม ป.อาญา มาตรา 319 วรรคแรก นอกจากเรื่องอาญาแล้ว กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณบุคลากรทางการศึกษาไว้ หากครูมีความสัมพันธ์ทางเพศ หรือทางอนาจารกับนักเรียน ถือว่าเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง จะต้องไล่ออกสถานเดียว
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา กรณี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งแชทไลน์คุยกับลูกศิษย์สาว ม.2 ในลักษณะไม่เหมาะสม หลังจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครราชสีมา รับตัวเด็กและแม่ไปฟื้นฟูจิตใจ
เมื่อวันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ สอบปากคำเพิ่มเติมพยานแวดล้อมไป 25 ปาก มีทั้งผู้ปกครองของเด็กหญิง อายุ 13 และ 14 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของนักเรียน ม.2 ที่ถูก ผอ.คนเดียวกันลวนลามกระทำอนาจาร เสนอเงิน 2,000 บาท แลกกับการมีเพศสัมพันธ์ และเสนอเลี้ยงดูอย่างลับๆ รวมทั้งสอบปากคำกลุ่มครูในโรงเรียนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนในคดีให้รัดกุม ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับสหวิชาชีพ ทั้งอัยการ นักจิตวิทยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สอบปากคำอย่างละเอียดกับเด็กหญิงทั้ง 2 คน ที่กล่าวหาถูกผอ.ลวนลามต่อหน้าผู้ปกครอง ขณะที่เด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 3 คน สภาพจิตใจย่ำแย่และสับสน จึงต้องแยกตัวออกมาอยู่ในสถานที่ที่ให้ความคุ้มครองตามกฎหมาย
พ.ต.ท.สุกรี ปลั่งกลาง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บัวใหญ่ เจ้าของคดี กล่าวว่า สำหรับคดีแยกออกเป็น 3 ส่วนคือ คดีหมิ่นประมาทผู้ปกครอง ซึ่งได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานไปเรียบร้อยแล้ว คดีที่ 2 คือ คดีลวนลามอนาจารเด็กหญิงอีก 2 คน พบว่าเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน คนหนึ่งอายุ 13 ปี อยู่ชั้น ม.1 อีกคนอายุ 16 ปีอยู่ชั้น ม.2 ซึ่งเด็กอายุ 16 ปีเรียนช้ากว่าเพื่อน จึงอยู่ชั้น ม.2 ซึ่งทั้ง 2 คดีแรกมีผู้เสียหายแจ้งความกล่าวหา ผอ.ไปเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายคือคดีของนักเรียน ม.2 อายุ 14 ปี ซึ่งผู้ปกครองและเด็กหญิง ยังไม่ได้มีการกล่าวหา ผอ. ซึ่งจะได้สอบปากคำทั้งแม่และเด็กม.2 ซึ่งผลสอบจะออกมาอย่างไร หรือผู้เสียหายจะกล่าวหา ผอ.หรือไม่ หรือจะเอาผิดกับ ผอ. ฐานพรากผู้เยาว์เพื่ออนาจารและกระทำชำเราได้หรือไม่ ต้องรอดูรายละเอียดผลการสอบปากคำ คาดว่าจะมีการนัดหมายสอบปากคำในสัปดาห์นี้
“การรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ คืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้ว ที่เหลืออยู่ในขั้นตอนสอบปากคำ ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งแม้จะมีการแจ้งว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 31 มกราคม แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนว่าจะมาจริงหรือไม่” พ.ต.ท.สุกรีกล่าว
ส่วนการสอบปากคำเด็กนักเรียนที่เป็นผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา (พม.นครราชสีมา) จะประเมินอีกครั้งว่าเด็กจะมีความพร้อมสามารถเข้าให้ปากคำได้หรือไม่ ซึ่งผลการตรวจร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจของเด็ก พบว่ามีอาการเครียดวิตกกังวล ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการปรับตัวและปรับสภาพจิตใจ ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพได้สอบถามเรื่องราวทั้งหมด และเมื่อพร้อมก็จะให้ปากคำต่อตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สภ.บัวใหญ่ ติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ เร่งติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก
ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ ได้เตรียมพร้อมรอแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีอาญากับ ผอ.โรงเรียนรายนี้ หลังจากมีข่าวผ่านคนใกล้ชิดว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 31 มกราคม ซึ่งหากเข้ารับทราบข้อกล่าวหาจริง พนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ อนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และหมิ่นประมาทแก่ ผอ.โรงเรียนทันที
นายสุวิทย์ ศรีฉาย รักษาการศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) นครราชสีมา กล่าวว่า หลังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ผอ.โรงเรียนรายนี้แล้ว คณะกรรมการสามารถเริ่มดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้เลยทันที โดยคณะกรรมการประกอบด้วย 3 คน มีเจ้าหน้าที่ระดับรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นประธาน และเจ้าหน้าที่นิติกรชำนาญการ โดยไม่มีข้าราชการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)นครราชสีมา เขต 6 ร่วมด้วยแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้ เพื่อความยุติธรรม และโปร่งใส อย่างไรก็ตามถึงแม้ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ยังติดต่อ ผอ.โรงเรียนรายนี้ไม่ได้ แต่คาดว่าจะสามารถดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ ผอ.โรงเรียนได้รับทราบภายใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งหากคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ สอบสวนแล้วเสร็จ ก็จะต้องส่งผลการสอบสวนไปให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ที่มีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน เพื่อดำเนินการสั่งลงโทษต่อไป
“ส่วนเรื่องการเรียนของนักเรียนหญิงชั้น ม.2 นั้น ทางสพป.นครราชสีมา เขต 6 ได้เตรียมสถานที่เรียนใหม่ให้แก่นักเรียนแล้ว เพราะเด็กคงไม่อยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิม และสภาพแวดล้อมแบบเดิม โดยช่วงนี้เป็นเทอมสุดท้าย คุณครูก็จะเอาข้อสอบไปให้เด็กนักเรียนได้ทำที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา และเมื่อเปิดเทอมขึ้นชั้นเรียนใหม่ ม.3 ก็จะจัดหาสถานศึกษาให้ตามความต้องการของเด็กต่อไป” นายสุวิทย์กล่าว
ด้าน นายอนันต์ ดนตรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ ได้รับตัวเด็กนักเรียนหญิง 3 คน มาอยู่ในความดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเด็กทุกคนตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นมาก เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยกับเด็ก และคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักเพื่อให้เด็กมีความพร้อมก่อนที่จะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ



