ข่าว

ยืนยกคำร้องหุ้น "POLAR"ขอร่วมคดีศาลล้มละลาย

ยืนยกคำร้องหุ้น "POLAR"ขอร่วมคดีศาลล้มละลาย

30 ม.ค. 2561

"9 ผู้ถือหุ้น"ขอร่วมเป็นคู่ความหลังเจ้าหนี้ฟ้องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด "POLAR" ศาลสูง ชี้ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ส่วนคดีหลักพิทักษ์ทรัพย์ รอลุ้นผลอุทธรณ์ต่อ

        31 ม.ค.61 ที่ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ  ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ที่ "9 ผู้ถือหุ้นบริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ POLAR" ซึ่งเดิมประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเส้นใยสังเคราะห์ ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์กรณีที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของทั้ง 9 คนซึ่งขอเข้าเป็นคู่ความร่วมในคดีที่นายกำแหง หุ่นหิรัณย์สาย เจ้าหนี้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บมจ.โพลาริส แคปปิตัล จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ โดยนายกำแหง นำมูลหนี้ในข้อตกลงการซื้อหุ้นระหว่างบริษัทและนายกำแหงมายื่นฟ้อง

        โดยครั้งแรก หลังจากที่มีการฟ้องคดีพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด POLAR แล้ว "9 ผู้ถือหุ้นบริษัท" ก็ได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอเข้าเป็นคู่ความร่วม โดยโจทก์ฟ้องคดีไม่สุจริต กระทั่งศาลล้มละลายกลาง ตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้องแล้ว "9 ผู้ถือหุ้นบริษัท" จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์ผ่านศาลล้มละลายกลางตามขั้นตอนซึ่งตามกฎหมายการยื่นอุทธรณ์จะเป็นระบบอนุญาต เมื่อศาลล้มละลายกลางซึ่งรับคำร้องอุทธรณ์ของทั้งเก้าพิจารณาแล้ว เห็นว่า ทั้งเก้าผู้อุทธรณ์ไม่ใช่คู่ความ จึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ดังนั้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ต่อมา "9 ผู้ถือหุ้นบริษัท" ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ในคำสั่งที่ศาลล้มละลายกลางไม่รับอุทธรณ์อีก

         ซึ่งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ร้องทั้งเก้า ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความร่วม โดยศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง แม้ผู้ร้องทั้งเก้าอาจอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลล้มละลายกลางได้ แต่การที่ผู้ร้องทั้งเก้าอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องทั้งเก้าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงมีสิทธิที่จะขอเข้ามาเป็นฝ่ายที่สามนั้น อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งเก้าไม่เข้าข้อยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 25 (1)-(5) ที่ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งเก้านั้น ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วย จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งเก้า

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ มาตรา 25 บัญญัติเรื่องการอุทธรณ์-ฎีกาคดีล้มละลายไว้ว่า "คดีล้มละลายที่ไม่ใช่คดีอาญา ห้ามไม่ให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง เว้นแต่  (1) คำพิพากษายกฟ้อง หรือคำสั่งยกคำร้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย (2)คำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ (3) คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (4)คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด (5)คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

         ทั้งนี้สำหรับคดีหลักการร้องขอพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้น ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 ส.ค.60 ให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่โจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ฟ้อง โดยขณะนี้คดีหลัก สำนวนถูกส่งให้ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ พิจารณาต่อไปหลังจาก "POLAR" ได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อเดือน ต.ค.60 ที่ผ่านมา

         อย่างไรก็ดี บมจ.โพลาริส แคปปิตัล หรือ "POLAR" นั้นก่อนหน้าที่จะถูกเจ้าหนี้ ร้องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด "POLAR" เอง ก็มีการร้องขอฟื้นฟูกิจการด้วย กระทั่งภายหลังปี 2559 ศาลมีคำสั่งยกเลิกแผนฟื้นฟูกิจการ

        โดย บมจ.โพลาริส แคปปิตัล หรือ "POLAR" ได้เปลี่ยนชื่อมาจาก บริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด(มหาชน) ชื่อย่อ WAT ซึ่งเดิมคือ บริษัท นครหลวงเส้นใย จำกัด (มหาชน) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเส้นใยสังเคราะห์และเส้นด้ายไนลอน แต่บริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินมีภาระหนี้จำนวนมาก กระทั่งกลายเป็นข้อพิพาทยื่นฟ้องคดีกันในศาลล้มละลายกลาง