
สาวไทย สารภาพ ร่วมฆ่าเผานั่งยางชาวอิตาลี
"สาวไทย-กิ๊กหนุ่มชาวฝรั่งเศส" เปิดปากรับสารภาพฆ่าเผานั่งยางชาวอิตาลี ก่อนนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ 5 จุด ผกก.สภ.บึงนาราง ย้ำเหตุมาจากปมรักหักสวาท
จากกรณีพบศพของนายจูเซปเป เดอ สเตฟานี ชาวอิตาลี วัย 61 ปี ถูกฆ่าเผานั่งยางที่บริเวณป่าข้างบึงน้ำบึงทับจั่น หมู่ที่ 3 ตำบลแหลมรัง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ใกล้กับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมรัง เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561ที่ผ่านมา ส่วนคนร้ายตามหมายจับ คือนางสาวรุธจิรา เอี่ยมละม้าย อายุ 38 ปี และนายอาโมรี ริโก กิ๊กชาวฝรั่งเศส อายุ 34 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เมื่อวานที่ผ่านมา
ความคืบหน้าวันนี้ (30 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจับกุม 2 คนร้าย ฆ่าชาวอิตาลี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการแยกคุมขังผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน โดยนายอาโมรี ริโก คุมขังไว้ที่ สภ.บึงนาราง จ.พิจิตรส่วนนางสาวรุธจิรา คุมขังไว้ที่สภ.โพทะเล จ.พิจิตรและได้ทำการสอบสวนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เพื่อเค้นหาความจริง ก็ทำให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากขึ้นแล้ว โดยพบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน รับสารภาพ โดยผู้ต้องหาชาวฝรั่งเศสสารภาพเป็นคนใช้มีดลงมือฆ่าชาวอิตาลี จากนั้นร่วมกับสาวไทย ช่วยกันนำศพใส่ท้ายรถ ไปเผาเพื่อทำลายศพ
จากนั้น เมื่อเวลา 12.00 น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำตัวนางสาวรุธจิรา และอาโมรี ริโก ผู้ต้องหาฆ่านาย จูเซปเป เดอ สเตฟานี ไปสอบปากคำเพื่อขยายผลและนำไปชี้จุดเกิดเหตุรวม 5 จุด คือ ที่หมู่ที่ 3 ตำบลแหลมรัง เป็นจุดเผาทำลายศพ บริเวณป่าข้างบึงทับจั่น ตำบลแหลมรัง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จุดที่ 2 ที่บริเวณหมู่บ้านแหลมรัง ได้ไปซื้อน้ำมันเบนซินจากตู้หยอดเหรียญ
จุดที่ 3 ที่บริเวณคันคลองชลประทาน หมู่ที่ 6 ตำบลแหลมรัง เป็นจุดที่ทั้ง 3 คนไปพูดคุยและตกลงกัน และเป็นจุดที่ใช้มีดฟัน จุดที่ 4 คือ ที่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 12 ตำบลแหลมรัง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวรุธจิรา ซึ่งทั้ง 2 คน ได้นำรถยนต์เก๋งที่ใช้ก่อเหตุนำไปล้างคราบเลือด
และ จุดที่ 5 คือ ที่บ้านเช่ารายวัน ที่ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ที่เข้าพักหลังก่อเหตุซึ่งนางรุจิรา ไปรับนายอาโมรี ริโก ซึ่งทั้ง 5 จุด มีประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
โดยการชี้จุด จากคำสารภาพ ประกอบกับการชี้จุดเกิดเหตุ พบว่าซึ่งเมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 28 มกราคม 2561 นางสาวรุธจิรา พร้อมด้วยนายอาโมรี ริโกได้ขับรถไปพร้อมกับจูเซปเป เดอ สเตฟานี ผู้ตายเพื่อตกลงปัญหากัน โดยทั้งหมด 3 คน นั่งรถไปด้วยกัน จนมาถึงถนนริมคลอง ที่ห่างจากจุดเผานั่งยาง 10 กิโลเมตร
จากนั้น นายอาโมรี ริโก กับนายจูเซปเป เดอ สเตฟานี ได้ลงจากรถเพื่อไปพูดคุยกัน และมีการโต้เถียงกัน ซึ่งนายอาโมรี ริโก ได้ชกต่อยนายจูเซปเป เดอ สเตฟานี ผู้ตาย จนล้มลงก่อนเกิดการด่าว่าจนเป็นเหตุให้ นายอาโมรี ริโก นำมีดออกมาจากท้ายรถแล้ว ใช้สันมีดฟันไปที่ศีรษะ 1 ครั้ง แล้ว ถูกนายจูเซปเป เดอ สเตฟานี ผู้ตาย ด่าอีกครั้ง จนทำให้เกิดความโมโห จึงใช้มีดฟัันบริเวณลำคอ จนเสียชีวิต
ต่อมา นางสาวรุธจิรา ได้ช่วยกันนำศพใส่รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน กค 1374 สมุทรสงคราม ก่อนที่จะจอดซื้อน้ำมันจากตู้หยอดเหรียญในหมู่บ้าน มาทำการราดเผาศพนายจูเซปเป เดอ สเตฟานีไปพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าในป่าข้างบึงทับจั่น ตำบลแหลมรัง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร
จากนั้นเข้าไปพักโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ก่อนช่วงเช้ามืด จะนำยางรถยนต์ กับถังน้ำมัน เพื่อจะเตรียมเผาร่างกายส่วนที่เหลือ แต่ผู้มีผู้พบเห็นเสียก่อนจนกระทั่งในตอนเช้านางรุธจิรา และนายนายอาโมรี ริโก ได้ช่วยกันล้างคราบเลือดของนายจูเซปเป เดอ สเตฟานีที่ติดในรถ ก่อนที่จะหลบหนี จนถูกตำรวจจับได้
ด้าน พ.ต.อ.ชัยเสถียร มณีจักร ผกก.สภ.บึงนาราง กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางผู้ต้องหา ทั้ง 2 คน ได้รับสารภาพลงมือสังหารนายจูเซปเป เดอ สเตฟานีโดยร่วมกันก่อเหตุ 2 คน ปมเหตุในเรื่องชู้สาว ที่ทั้ง 3 คนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงที่ผู้ตายรู้ว่าทั้ง 2 คน คบหากันใหม่ๆเคยยื่นข้อตกลงจ่ายเงินจำนวน 100,000 บาทให้กับนายอาโมรี ริโก
แต่นายอาโมริ ริโก ไม่ยอมรับเงิน ยืนยันจะยันว่าจะยังคงคบหากันและมีการระหองระแหงกันมาระยะหนึ่งจนมาถึงวันที่ทั้ง 3 คน พูดคุยกันเพื่อเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นจนเป็นเหตุให้เกิดการฆาตกรรมสะเทือนขวัญในครั้งนี้ โดยดำเนินคดี กับผู้ต้องหา ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือ ทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดพิจิตร
ผกก.สภ.บึงนาราง กล่าวอีกว่า สำหรับการคลี่คลายคดีซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจครั้งนี้ส่วนตนเองแล้วขอขอบพระคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้ความใส่ใจในการติดตามคดี รวมถึงเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนที่ลงพื้นที่ติดตามจับกุม แหล่งข่าว พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแส รวมไปถึงสื่อมวลชนทุก แขนงที่นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียง12 วันเท่านั้น
-----//------



