
รวบเครือข่าย'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ข้ามชาติอาละวาดภาคอีสาน
ตำรวจภาค 4 จับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติอาละวาดภาคอีสาน
วันที่ 30 ม.ค.2561 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 และชุดจับกุมแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงิน มีผู้เสียหายในพื้นที่ภาคอีสานหลายราย โดยมีผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 2 แก๊ง แต่มีพฤติกรรมเชื่อมโยง ลักษณะการก่อเหตุคล้ายกัน โดยแก๊งแรกจับกุม MR.DMITRY GORDEEV ชาวรัสเซีย พร้อมด้วยชาวไทยที่ร่วมขบวนการ คือ น.ส.วราภรณ์ โพธิสาร ชาวอุดรธานี , นางสายพิณ จันทร์แก้ว ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , น.ส.เปมิกา หนีภัย ชาวประจวบคีรีขันธ์ , นายวินัย ชัยชนะมงคล ชาวจังหวัดสระแก้ว และ น.ส.ชนิดา แพรแสง ชาวแม่ฮ่องสอน ซึ่งแก๊งนี้ได้โทรศัพท์ขึ้นต้นรหัส 02 หลอกผู้เสียหายชาวมุกดาหาร ว่ามีพัสดุตกค้างจากไปรษณีย์กลางกรุงเทพฯ มีสมุดบัญชีธนาคารของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย และบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์หา พอมีโทรศัพท์โทรเข้ามารหัสขึ้นต้นด้วย 043 แล้วแจ้งว่าเป็นตำรวจภาค 4 ขอนแก่น และพูดโน้มน้าวจนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินให้กับแก๊งคนร้าย ซึ่งผู้เสียหายรายนี้สูญเงินในการโอนจำนวน 1,600,000 บาท
อีกแก๊งได้จับกุมนาย LIM SEK HOU สัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม หลายบัญชี ซึ่งคนร้ายรายนี้เป็นคนกดเงินที่คนในแก๊งโทรศัพท์หลอกให้ผู้เสียหาย โอนเงินจำนวน 89,500 บาทเข้าบัญชีชื่อนายมาหะมะ คามิ และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสืบทราบและสามารถจับกุมตัวได้ที่ สภ.สะเดา จ.สงขลา โดยรายนี้ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุหลายท้องที่ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 4 ได้จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเริ่มที่มุกดาหาร และขอนแก่น ทั้งสองแก๊งมีพฤติกรรมคล้ายกัน โดยการโทรศัพท์หาผู้เสียหายว่ามีพัสดุตกค้างโดยภายในมีบัญชี มีเงิน มีบัตรเอทีเอ็ม เป็นชื่อของผู้เสียหาย ระบุว่าผู้เสียหายมีความผิดให้มาแสดงตัว โดยมีการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 กองเมืองบ้าง กองสืบบ้าง บางคนในแก๊งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้คนร้าย ที่มุกดาหารทางเราได้ประสานไปเพราะกลุ่มนี้อาจจะหลอกคนทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่พื้นที่ภาคอีสานเท่านั้น เพราะมีการใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตมีการล็อกสัญญาณ ล็อกพื้นที่ แต่ต้นทางจากต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง ที่มุกดาหารจับได้นับ 10 คน ที่ร่วมขบวนการทั้งคนรับจ้างเปิดบัญชี คนกดเงิน มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นชาวรัสเซีย แต่มีภรรยาเป็นคนไทย
ส่วนกรณีที่หลอกในพื้นที่ขอนแก่น จับได้ที่ชายแดนสะเดา ซึ่งมีภรรยาเป็นชาวไทยเช่นกัน พร้อมกับสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็มหลายบัญชี รหัสเลขบัตรประชาชนของคนที่เปิดบัญชีให้ พล.ต.ท.สุรชัย ยังได้กล่าวเตือนประชาชนด้วยว่า ไม่ให้หลงเชื่อคนที่โทรศัพท์แล้วแอบอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ต่างๆ จนสุดท้ายลงที่การให้โอนเงินให้ ขณะนี้ทางภาค 4 ได้ตั้งชุดติดตามไล่ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ได้ 2 แก๊งนี้คาดว่าจะน้อยลง โดยประสานกับทุกภาคทั่วประเทศ เพราะการทำงานของกลุ่มนี้มีการสุ่มโทร และสามารถกดเงินจากเครื่องเอทีเอ็มได้ทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งเราไปขออายัดคนร้ายในพื้นที่อื่นและมีจากพื้นที่ขออายัดแก๊งเหล่านี้ในพื้นที่เราด้วยเช่นกัน



