ข่าว

‘จักรทิพย์’สั่งตร.ทางหลวงเปลี่ยนวิธีตรวจค้น

‘จักรทิพย์’สั่งตร.ทางหลวงเปลี่ยนวิธีตรวจค้น

30 ม.ค. 2561

รองโฆษก ตร.เผย ‘พล.ต.อ.จักรทิพย์’ สั่ง ตร.ทางหลวง ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีตรวจค้น หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย วอนปชช.เห็นใจเจ้าหน้าที่ในการจับกุมเหตุซึ่งหน้า

 

           เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2561 ที่ สน.บางเขน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอลงในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ 2 นายตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ว่า ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ให้แต่ละหน่วยไปศึกษาการตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เช่น จุดตรวจ ว.43 มั่นคง ในแต่ละพื้นที่ การให้ยานพาหนะเข้ามาในจุดตรวจ มีป้ายบอก ไฟ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบที่ได้ให้อำนาจเอาไว้ ในส่วนตำรวจทางหลวงซึ่งเป็นประเด็นอยู่นั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ต้องว่าไปตามกระบวนการ ส่วนการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีในการเรียกตรวจสอบรถยนต์หรือยานพาหนะต่างๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ไปดูเรื่องความเหมาะสม และขอบคุณประชาชนที่มีการแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงในการให้บริการพี่น้องประชาชน (อ่านข่าว : ตั้งกก.สอบ !! ‘2 ตร.’ ตั้งด่านลอยทำรถชนกัน 3 คันรวด)

 

‘จักรทิพย์’สั่งตร.ทางหลวงเปลี่ยนวิธีตรวจค้น

 

           พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยต่อว่า คำว่า "ด่านลอย" เป็นคำพูดที่เราพูดกันติดปาก แต่ต้องเข้าใจว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดมี 3 ประเภท 1.ด่านตรวจ 2.จุดตรวจ 3.จุดสกัด แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่เกิดขึ้นนั้นได้รับคำชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการจับกุมความผิดที่เกิดซึ่งหน้า โดยปกติแล้วรถบรรทุกขนาดใหญ่จะต้องขับชิดทางด้านซ้าย แต่ส่วนใหญ่จะขับทางด้านขวา เพื่อหลีกเลี่ยงและใช้ความเร็ว ซึ่งวิธีการหรือยุทธวิธีในการเข้าจับกุม การตรวจค้นก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ทั้งนี้ในการทำงานต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประสบอุบัติเหตุขณะเรียกตรวจก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย

 

‘จักรทิพย์’สั่งตร.ทางหลวงเปลี่ยนวิธีตรวจค้น

 

           พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยอีกด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ได้ให้ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายมาปฏิบัติหน้าที่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง เพื่อจะทำให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะมีการปรับยุทธวิธีในการเข้าตรวจค้นจับกุม โดยยึดให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนเป็นหลัก