ข่าว

31 ม.ค.สรุปเจ้าของตัวจริงหวย 30 ล้าน

31 ม.ค.สรุปเจ้าของตัวจริงหวย 30 ล้าน

30 ม.ค. 2561

รอง ผบช.ภ.7 หัวหน้าทีมคลี่คลายคดีหวย 30 ล้านบาท เตรียมเข้าพบ ผบช.ภ.7 รายงานผลสรุป 31 ม.ค.นี้

 

               29 ม.ค. 61  จากกรณีที่มีการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 5 ใบ เป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท ที่มี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี ที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้ถูกรางวัลแต่สลากดังกล่าวหายไป และมีการฟ้องร้องกันไปมาอยู่ในขณะนี้

               กระทั่งเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แถลงผลการตรวจสอบผลดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงบนลอตเตอรีที่ถูกรางวัลว่า บนลอตเตอรีดังกล่าวมีสารพันธุกรรมของหลายบุคคลปะปนอยู่ ไม่สามารถนำไปตรวจดีเอ็นเอได้ และพบลายนิ้วมือแฝง 2 รอย บนสลากชุดที่ 7 และชุดที่ 22 เป็นลายนิ้วมือของหัวแม่มือซ้าย และนิ้วก้อยซ้าย ซึ่งเป็นของ ร.ต.ท.จรูญ หลังจากนั้น นายปรีชาออกมาอ้างพร้อมยืนยันว่าตัวเองมีหลักฐานเด็ดเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพขณะมีบุคคลก้มเก็บลอตเตอรี จึงทำให้เรื่องนี้ยังคงเป็นข้อสงสัยมานานเกือบ 2 เดือน ว่าเจ้าของลอตเตอรีที่แท้จริงคือใครกันแน่ และยังสร้างความสับสนให้กับสังคมจนถึงขณะนี้

               ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น.  พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนและสอบสวนในคดีที่มีการแจ้งความการยักยอกสลากฯ เพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัล 30 ล้านบาท เปิดเผยว่า ผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยาน 2 ชิ้น ที่ส่งไปตรวจยังพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางพนักงานสอบสวนได้รับมาแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สามารถพิสูจน์ได้ว่า พยานที่ได้ทำการสอบปากคำไว้โกหกหรือพูดความจริง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสำนวนอย่างมาก และทำให้พนักงานสอบสวนสามารถสรุปได้ว่าคดีนี้น่าเชื่อว่ามีมูลหรือไม่มีมูล

               ก่อนหน้านี้ทางพนักงานสอบสวนได้เชิญนายปรีชามาพบ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่า นายปรีชาได้แจ้งว่าไม่สะดวกไปพบ แต่ขอให้พนักงานสอบสวนมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่บ้านพักแทน โดยได้ไปพบเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้สอบถามว่า นายปรีชามีอะไรที่จะให้การเพิ่มเติม หรือมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะให้กับพนักงานสอบสวนหรือไม่ โดยนายปรีชาแจ้งว่า ยังไม่ประสงค์ที่จะให้อะไรเพิ่มเติม โดยขอปรึกษาทางทนายความส่วนตัวก่อน

               ทั้งนี้ ก่อนที่ทางพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดี ทางนายปรีชายังสามารถที่จะนำพยานหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนได้ แต่จนถึงขณะนี้ ครูปรีชายังไม่ได้ติดต่อเข้ามาแต่อย่างใด ดังนั้น ทางพนักงานสอบสวนก็จะสรุปสำนวนเท่าที่ปรากฏพยานหลักฐานอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเราได้ทำความเข้าใจกับนายปรีชาว่า หากมีหลักฐานที่สอดรับกับคำกล่าวหาที่ทางนายปรีชาเป็นผู้แจ้งความไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อคดี และจะได้ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่า นายปรีชามีพยานหลักฐานอะไร เพราะทางนายปรีชาไม่ได้ชี้ชัดว่ามีหรือไม่มี และสิ่งนั้นคืออะไร

               โดยพยายามขอร้องให้นายปรีชานำมามอบให้ เพื่อให้คดีนี้เกิดความกระจ่างและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่สุดท้าย นายปรีชาก็ยังไม่มามอบให้ และหากนายปรีชานำมามอบให้ ทางพนักงานสอบสวนจะได้พิจารณาว่าเป็นหลักฐานที่ฟังได้หรือไม่ และจากการตรวจสอบทางเทคนิค น่าเชื่อว่า ทั้งนายปรีชา และ ร.ต.ท.จรูญ เดินทางมาที่ตลาดเรดซิตี้ หรือบริเวณใกล้เคียงจริง ในวันที่ 31 ต.ค. 60 และอยู่ในห้วงเวลาประมาณ 17.00 น. ตามที่ทั้งสองฝ่ายกล่าวอ้าง

               ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญ ก็ไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกแต่อย่างใด โดยให้เหตุผลว่า ติดภารกิจ และขอให้ส่งหมายเรียกของพนักงานสอบสวนไปให้กับทนายความส่วนตัว ซึ่งตามกฎหมายแล้วหมายเรียกจะต้องส่งถึงตัวบุคคลที่ทางพนักงานสอบสวนจะเชิญมาสอบปากคำ ส่วนทนายความฝ่ายที่ถูกเรียกตามหมายจะมาร่วมด้วยก็เป็นสิทธิ์ของผู้ที่ถูกเรียกอยู่แล้ว

               อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะต้องเชิญ ร.ต.ท.จรูญ มาให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างแน่นอน แต่จะเชิญมาให้ปากคำในลักษณะใดก็จะต้องรอผลสรุปความเห็นทางสำนวนคดีว่ามีมูลหรือไม่มีมูลก่อน จะออกหมายเรียกมาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อไป

               ต้องยอมรับว่า ยังคงมีประเด็นสงสัยอยู่ จากผลการตรวจพิสูจน์พยานวัตถุ ซึ่งยังมีบางจุดที่ยังไม่ชัดเจน แต่เท่าที่มีพยานหลักฐานก็พอที่จะสรุปสำนวนได้ ซึ่งจะได้นำเรียน พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ว่า เห็นควรให้ดำเนินการต่อหรือไม่ อย่างไร โดยนัดเข้าพบ ผบช.ภ.7 ในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 09.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หลังจากนั้นทาง ผบช.ภ.7 จะเป็นผู้แถลงข่าวต่อไป

               หากข้อมูลใดที่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ก็จะนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนและสังคมคลายความสงสัยและเกิดความกระจ่างในเรื่องนี้ แต่จะต้องไม่ส่งผลต่อรูปคดี และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

               “ส่วนกรณีที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ที่มีกระแสข่าวอ้างว่าคณะกรรมการได้สรุปผลการสอบสวนไปในทิศทางใดแล้วนั้น ไม่ทราบเรื่องนี้ โดยขอยืนยันว่า ทางคณะกรรมการจะสรุปให้ ผบช.ภ.7 ทราบผลของการสอบสวนในวันที่ 31 ม.ค.เท่านั้น”