
"บิ๊กตู่"ปัดบีบผอ.นิด้าโพลลาออก-เหน็บสื่ออย่าขยายความ
“บิ๊กตู่”ชี้ผอ.นิด้าโพลลาออกเอง “พรเพชร”ยอมรับเสียวกฎหมายส.ว.โดนคว่ำ ย้ำกรธ.-กมธ.ต้องคุยให้เคลียร์ ด้านศาลปกครองยกคำขอทุเลา “ปู”ชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวช่วงหนึ่งในระหว่างมอบโอวาทวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบ 60 ปี โดยระบุว่าภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นนั้นหมายความว่าทุกคนมีภารกิจไม่เสร็จสิ้นไม่ได้พูดถึงคสช. ซึ่งทุกคนมีภารกิจเพื่อประเทศที่ไม่มีวันจบสิ้น พูดหมายถึงคนไทยทุกคน เพราะทุกคนคือประชารัฐ ประเทศไทยไม่ได้จบวันนี้ ไม่ได้จบแค่สมัยเรา หรือจบในยุคคสช. แต่ยังต้องอยู่อีกนานเท่านาน ส่วนภารกิจคสช. จะจบตามโรดแม็พที่กำหนดระยะเวลาไว้
เมื่อถามต่อว่าจะจบช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องกฎหมาย เขาว่ากัน” ส่วนทำไมถึงไม่สามารถยืนยันระยะเวลาที่ชัดเจนได้นั้น เรื่องกฎหมายบังคับได้หรือไม่ เขายังไม่จบขั้นตอนไม่ใช่หรือ เพราะต้องประชุมร่วมกันสามฝ่าย และยังมีข่าวว่าจะมีคนไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องไปว่ากันตอนนั้น เพราะไม่รู้ ไม่ได้เป็นคนยื่น
ส่วนที่ถามว่ายืนยันหรือไม่จะเป็นการเลื่อนครั้งสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นคนเลื่อน ดังนั้นไม่มีคำว่าเลื่อนก่อนหรือเลื่อนหลัง เพราะยังไม่ได้เลื่อนอะไรเลย ส่วนจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ คิดว่าสื่ออยากให้คนอื่นไปสร้างสถานการณ์ ส่วนที่ถามจะส่งผลต่อคะแนนนิยมรัฐบาลไหม ถ้าอยู่นานเกินสัญญานั้น เชื่อว่ากรณีนี้จะไม่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล ทีเวลานักการเมืองอยากอยู่นานๆ ไม่เห็นสื่อไปว่าเขาบ้าง คำสัญญายังเหมือนเดิม จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ สัญญาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยังมีปัญหาที่คนบางกลุ่มบางฝ่ายพยายามจะให้ทุกอย่างกลับมาเป็นแบบเก่า "ดังนั้นขอให้เลือกเอาแล้วกันว่าจะเอาแบบผม หรือจะให้กลับมาที่เดิม”
ชี้ไม่เกี่ยว‘ผอ.นิด้าโพล’ลาออกเอง
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังถูกระงับการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมว่า “เป็นเรื่องของผู้อำนวยการคนดังกล่าวแล้วเกี่ยวอะไรผม ซึ่งผมก็เห็นข่าวจากทางโซเชียลมีเดียแล้วเขาบอกว่าไม่ได้ถูกบังคับ ทั้งนี้ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป สื่อก็ขยายความให้เขาไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน บ้านเมืองจะได้ไม่สงบดีไงพรเพชรขู่
‘อภิสิทธิ์’ ชี้ปมนิด้าทำคสช.ติดลบ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ ลาออกจากผู้อำนายการนิด้าโพล ด้วยเหตุผลโดนจำกัดเสรีภาพทางวิชาการและระงับการเผยแพร่ผลโพลเกี่ยวกับกรณีแหวน นาฬิกาหรู ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ว่าประชาชน 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ไม่เชื่อว่ายืมเพื่อนมาใช้ ว่าเป็นเรื่องที่กำลังจะสร้างปัญหาโดยใช่เหตุ ในที่สุดพอเรื่องเป็นแบบนี้การลาออกของผอ.นิด้าโพล ทำให้คนไม่แน่ใจว่าไปเกี่ยวกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ ทำให้คสช.ติดลบไปด้วยแล้ว เรื่องนี้น่าหนักใจเพราะไม่เป็นผลดีกับใคร ความจริงควรให้เป็นไปตามปกติซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เมื่อสำรวจความคิดเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการก็เผยแพร่ไป โปร่งใสชัดเจน ถามว่าอะไร ตอบว่าอะไร และไม่ได้เป็นส่วนที่จะบอกว่าคนนั้นถูกหรือคนนี้ถูก เพราะก็เห็นการสำรวจหลายสำนัก เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรที่บอกว่าเชื่อคนนั้นหรือไม่ ชอบคนนี้หรือไม่ คิดว่าใครต้องเป็นคนรับผิดขอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็เห็นทำกันอยู่ตลอดเวลาก็ควรทำให้เป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่าการไปถามอย่างนี้เท่ากับเป็นการไปบีบคั้นและชี้นำ ว่าประชาชนยังไม่เชื่อว่านาฬิกาไปยืมเพื่อนมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ต้องตัดสินตามพยานหลักฐาน และมีมาตรฐานของตัวเอง และต้องชี้แจงประชาชนจะเชื่อหรืออย่างไรก็ตาม แต่องค์กรอิสระก็ต้องตรงไปตรงมา อาจมีแรงกดดันก็เป็นเรื่องปกติธรรม ก็เหมือนกับทุกคดีที่เกิดขึ้นกับพระ หรือดาราที่มีชื่อเสียงอย่างไรก็มีแรงกดดันอยู่แล้ว เพราะว่ามีทั้งคนที่เชื่อ ที่ชอบ ก็ต้องว่ากันไป ดังนั้นถ้าเราปล่อยให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่กันเสียก็หมดเรื่อง ตรงนั้นก็กลับมาเรื่องเดิม เรื่องพวกนี้ป้องกันได้หมดหากว่าเรามีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบแต่แรก ถ้าปล่อยให้มีความคลุมเครือ สุดท้ายป.ป.ช.ตัดสินออกมา ป.ป.ช.ก็อาจกลายจำเลยไปด้วย
“เรื่องนี้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวผอ.นิด้าแต่ความสำคัญอยู่ที่เรากำลังกังวลเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ และความกังวลที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าบรรยากาศของบ้านเมืองบางเรื่องแตะต้องไม่ได้ตรวจสอบไม่ได้ มันไม่เป็นผลดีมากว่า ถ้าคลายตรงนี้ได้สถานการณ์ก็จะดีขึ้น และเห็นว่าการเผยแพร่ผลสำรวจที่ชัดเจนน่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าเยอะในทุกๆ ด้าน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ว่อนไลน์หลุดบทสนทนาระงับผลโพล
เกี่ยวกับเรื่องการลาออกของนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ นิด้า ในฐานะผู้อำนวยการ “นิด้าโพล” นั้น ล่าสุดในสื่อโซเชียลเผยแพร่บทสนทนาทางแอพพลิเคชั่นไลน์มีข้อความโต้ตอบกันเกี่ยวกับเรื่องของการระงับผลโพล เช่น ก. ท่านอธิการฝากบอกว่าขอระงับไว้ก่อนทันหรือไม่ครับ เพราะเรื่องนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อสรุป และอาจจะมีผลต่อภารกิจนิด้า ข. อ้าวแล้วอธิการมาทราบได้ไงครับ ก. ท่านอธิการให้ส่งผลให้ดูก่อนส่งน่ะค่ะ ในประเด็นการเมืองน่ะค่ะ ข. ทุกครั้งเหรอครับ งั้นผมออกจากนิด้าโพลครับ
ขู่เลิกไพรมารีโหวตเกิน90วัน
เมื่อเวลา 11.05 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สนช.ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า สนช.ได้ตอบคำถามในการอภิปรายในวาระ 2 และ 3 แล้ว ซึ่งเป็นคนมีหลักการคือพรรคการเมืองเป็นส่วนสำคัญในระบบประชาธิปไตย การเลือกตั้งที่จะบริสุทธิ์ยุติธรรมพรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญ โดยพรรคการเมืองต้องสามารถเดินหน้าตามนโยบายของพรรคการเมืองได้อย่างเต็มที่เพื่อส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องที่มีพรรคการเมืองบางพรรคออกมาระบุว่า ให้ยกเลิกการทำไพรมารีโหวตนั้น พรรคการเมืองอ้างว่าจะทำไพรมารีโหวตไม่ทัน มองเห็นปัญหาว่าหากปล่อยไปอาจเกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบทางการเมือง วันนี้ยังเรียกร้องว่าไม่จำเป็นต้องเลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน แต่ให้ปลดล็อกพรรคการเมือง หรือไม่ต้องทำไพรมารีโหวตดีกว่า แต่ไม่มีอำนาจในการปลดล็อก เพราะอำนาจเป็นของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ถ้าพรรคการเมืองจะบอกว่า ไม่ต้องทำไพรมารีโหวต เห็นด้วยก็ได้ แต่การยกเลิกไพรมารีโหวตนั้น ต้องแก้พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งประกาศใช้ไปแล้ว ถามว่าสนช.มีสิทธิแก้ได้หรือไม่ ตามหลักแล้วสามารถแก้ได้ แต่ต้องมีกระบวนการแก้ไขกฎหมายยาวกว่า 90 วันอย่างแน่นอน เพราะต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชน พรรคการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้อง
“อยากเลิกไพรมารีโหวต สนช.ทำไม่ได้ พรเพชรก็ทำไม่ได้ เราจึงเห็นว่าวิธีการบังคับใช้กฎหมาย ส.ส.ออกไปอีก 90 วันนี้เป็นวิธีการที่ช่วยพรรคการเมืองได้ และสามารถให้คสช. รวมทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีเงื่อนเวลาทำงานเท่ากันกับพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ ทุกฝ่ายได้ทำตามกฎกติกาได้อย่างเรียบร้อยและถูกต้อง ที่ผมได้ยินมาเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่บอกว่าทำไพรมารีโหวตไม่ทันแล้วให้ยกเลิก แต่ถ้ามันถึงทางตันขึ้นมาจะว่าอย่างไร ตอบผมมาก็แล้วกัน เสียงส่วนใหญ่ หรือเสียงส่วนน้อยของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่มีมาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งการเลือกตั้งที่ล่าช้าออกไปนิดหน่อย ผมก็เห็นว่าหลายฝ่ายยังมีความขัดแย้งกับ คสช.อยู่ แต่ความขัดแย้งในเวลา 90 วันนี้ ถ้าเทียบกับความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ถือว่าเป็นความขัดแย้งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง” นายพรเพชรกล่าว
เผยทูตสหรัฐเข้าใจสถาการณ์ดี
เมื่อถามว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการอ้างเลื่อนเลือกตั้ง 90 วันเพื่อให้พรรคการเมืองทำไพรมารีโหวตได้ทัน แต่ความจริงแล้วปัญหาอยู่ที่การไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองมากกว่า นายพรเพชรกล่าวว่า ขอท้าให้ไปดูว่าเมื่อพรรคการเมืองเขาพิจารณาข้อ 8 ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 แล้วเขาจะทำอย่างไร เพราะคำสั่งออกมาบังคับใช้แล้วไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้แค่อธิบายหลักการของตนเอง และเมื่อเวลาผ่านไปขอให้คอยดูสิ่งที่ทำ จะเห็นว่าทำด้วยความห่วงใยในการเดินหน้าไปสู่ระบบประชาธิปไตย วันนี้ยอมรับในสิ่งที่วิจารณ์ แต่ขอให้ไปดูวันข้างหน้าบันทึกไว้ให้หมดวันนี้สิ่งที่ทำแล้ว วันข้างหน้าค่อยมาดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็แล้วกัน
ส่วนมุมมองความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติในเรื่องการเลือกตั้งนั้น นายพรเพชรกล่าวว่า ได้คุยกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้ว โดยได้อธิบายทั้งหมด ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้เป็นความลับ เพราะก็อธิบายคล้ายๆ กับที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่สหรัฐจะคิดอย่างไร ไปตอบแทนไม่ได้ แต่พูดได้แค่ว่าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อไขปัญหานี้ ซึ่งในส่วนของนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มาสั่งอะไรไว้
ยอมรับกลัว ก.ม.ส.ว.โดนคว่ำ
นายพรเพชรยังกล่าวถึงพ.ร.ป.ได้มาซึ่งส.ว. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีความเป็นห่วงว่าการแบ่งประเภทผู้สมัครเป็น 2 ประเภท อาจจะขัดรัฐธรรมนูญว่า เรื่อง ส.ว.ยังสงสัยและไม่สามารถตอบได้เพราะการเปลี่ยนแปลงมีเยอะ ดังนั้นของรอฟัง กรธ.และคณะกรรมาธิการก่อน ซึ่งเรื่องขัดรัฐธรรมนูญนั้นมีคนออกมาพูดเยอะ แต่ไม่ใช่ผู้วินิจฉัย เพราะผู้วินิจฉัยคือศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามย้ำว่ามองว่ากลัวจะไปถึงขั้นคว่ำกฎหมาย นายพรเพชรกล่าวว่า ก็กลัว ถึงบอกว่าให้กรรมาธิการกับกรธ.ไปคุยกันดีๆ แต่เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ความจริงเขาต้องคุยกันให้เคลียร์‘นิพิฏฐ์’โพสต์มีแต่ศรีธนญชัย
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่อง ศรีธนญชัย กับ เด็กเลี้ยงแกะ ระบุว่ากรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง บอกว่า "การยื้อการเลือกตั้งยังทำได้อีกหลายวิธี ยังมีกลเม็ดเด็ดพรายอีกเยอะ” ผมว่า การยื้อการเลือกตั้งด้วยการใช้เทคนิคของกฎหมาย ไม่ทำอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ถ้าเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนพูด ประชาชนจะพูดว่าเป็นศรีธนญชัย แต่นี่มาจากการยึดอำนาจต้องเรียกว่าเป็น "พ่อศรีธนญชัย" ถ้ายังไม่อยากให้เลือกตั้ง จะอยู่กันต่อ ก็บอกประชาชนเสียตรงๆ เลยดีกว่า ว่ายังอยากอยู่(ต่อ) อย่าใช้เทคนิคของกฎหมายเลย ประชาชนจะสับสน คนบางคนก็ทำตัวเหมือนเด็กเลี้ยงแกะ พูดกลับไปกลับมา จนจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยพูดอะไรไว้ หันไปทางโน้นก็เจอศรีธนญชัย หันมาทางนี้ก็เจอเด็กเลี้ยงแกะ วันไหนเจอหมาป่าอย่าวิ่งหนีมาทางนี้ก็แล้วกัน จะเอาน้ำร้อนสาดให้กรมบังคับคดี
พท.เหน็บได้เงินเดือนหลายทาง
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเลื่อนเลือกตั้งแค่ 90 วันจะอะไรกันนักหนา ว่า ความจริงประชาชนน่าจะตั้งคำถามนี้กับพวกท่านมากกว่า เนื้อเพลงบอกว่า เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ถามว่าทำตามสัญญาตรงไหน ไปประกาศปฏิญญาโตเกียวจะเลือกตั้งปี 2559 ปฏิญญานิวยอร์กจะจัดเลือกตั้งปี 2560 แถลงการณ์ร่วมสหรัฐอเมริกาบอกว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 แต่ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก 4 ปี เลื่อน 4 ครั้ง แล้วขอเวลาอีกไม่นาน 5 ปียังไม่ถือว่านานอีกหรือ การจะพูดอะไรต้องดูบริบท ดูสิ่งที่พวกท่านทำด้วย ประเทศชาติและประชาชนไม่น่าจะได้ประโยชน์จากการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่กลุ่มคนที่ถืออำนาจ คนที่อยู่ในตำแหน่งในสภา ในแม่น้ำ 5 สาย ที่รับเงินเดือนหลายทาง การได้อยู่ต่ออย่างน้อย 3 เดือน การันตีได้ค่าตอบแทนเดือนละเป็นแสนต่อไป แบบนี้ได้ประโยชน์หรือไม่ แล้วถึงเลื่อนออกไปอีก 90 วัน ก็ไม่แน่ว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปี 2562
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ยังไม่ยืนยันเลยว่ากุมภาพันธ์ 2562 จะมีการเลือกตั้ง ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บอกว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนั้น ท่านคิดว่าความน่าเชื่อถือในตัวท่านยังมีเหลือให้พูดเรื่องนี้อยู่หรือไม่ ท่านเอาเวลาที่เหลือไปชี้แจงเรื่องแหวนเพชรนาฬิกากับ ป.ป.ช.ดีกว่ามายืนยันเรื่องเลือกตั้งหรือไม่ แก่นของเรื่องนี้คือพวกท่านไม่ทำตามสัญญา ใช้เวลานานมาก เมื่อพูดอะไรจึงขาดความน่าเชื่อถือ คนไม่เชื่อมั่น สะท้อนผ่านโพลล์และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ คนไทยมองไม่เห็นอนาคตว่าคสช.จะเปิดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ เลือกตั้งเมื่อไหร่ ไม่มีหลักประกันใดๆ ทั้งสิ้น การพูดว่าเลื่อนเลือกตั้งแค่ 90 วัน อะไรกันนักหนา จึงเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่เคารพความรู้สึกของประชาชน ไม่สำรวจดูสิ่งที่พวกท่าน” นายอนุสรณ์ กล่าว
วัชระอัด“บิ๊กตู่” ไม่รักษาคำพูด
ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้ายื่นภาพพร้อมข้อความ “ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รักษาคำพูด” ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนและต่อนานาชาติว่าจะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 แต่การเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก 90 วัน ผ่านกลไกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในพ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.นั้น นายกฯ จะบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ในเมื่อสนช.คือหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายที่ คสช.แต่งตั้ง อีกทั้งนายกฯ เคยประกาศว่าจะเข้ามาดูแลให้ประชาชนอยู่ดีกินดี จะปฏิรูปตำรวจ แต่จนถึงตอนนี้ก็ไม่ทำตามคำพูด หากนายกฯ ตระบัดสัตย์เช่นนี้ ต่อไปคงไม่มีใครเชื่อถือ ต่างชาติจะกล้าเข้ามาลงทุนได้อย่างไร หากนายกฯ ไม่รักษาคำพูด ขอให้ระวังว่าต่อไปแม้แต่ภรรยาก็จะไม่เชื่อ
ยกคำร้อง“ปู”ขอทุเลายึดทรัพย์
ที่ศาลปกครองกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงการคลัง รวม 4 คน คดีนี้ฟ้องว่าคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทางราชการ กรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ฟ้องคดีในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ กระทำโดยจงใจปล่อยให้ทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และทำให้ทางราชการเสียหายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง มีคำสั่งทางปกครองที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุขณะดำรงตำแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้เกิดทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังเกิดความเสียหายมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาอีกครั้ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการ เกิดขึ้นครบถ้วน กล่าวคือ 1.คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง 3.การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ
เมื่อพิจารณาจากคำขอของผู้ฟ้องคดีซึ่งได้ยื่นคำขอเป็นครั้งที่ 2 และข้อเท็จจริงจากการชี้แจงของคู่กรณี รวมถึงกรมบังคับคดีแล้ว เห็นว่าแม้ผู้ฟ้องคดีจะอ้างเหตุของความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้เงินหลายประการ และผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ได้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีบ้างไปแล้วก็ตาม แต่ในเมื่อการที่จะวินิจฉัยว่าคำสั่งพิพาทจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประเด็นในเนื้อหาของคดีที่ศาลจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป ในชั้นนี้จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าคำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นว่าเงื่อนไขที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทเกิดขึ้นไม่ครบถ้วน ศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของผู้ฟ้องคดี
รอ“ก.คลัง”ตั้งเรื่องยึดทรัพย์
ที่กรมบังคับคดี น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองยกคำขอทุเลาบังคับคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังยื่นคำร้องขอทุเลาการยึดอายัดเพื่อชดใช้ความเสียหาย 3.5 หมื่นบาท ในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองนั้น กรมบังคับคดีมีหน้าที่รับไม้ต่อจากกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้เสียหาย โดยตามขั้นตอนนั้นทางกระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการสืบทรัพย์และดำเนินการตั้งเรื่องเพื่อขอยึดอายัดทรัพย์ หลังจากนี้กรมบังคับคดีต้องรอทางกระทรวงการคลังมายื่นเรื่องเพิ่มเติมต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ยื่นคำร้องขอให้มีการยึดอายัดทรัพย์ไปบางส่วนนั้น ซึ่งกรมบังคับคดีก็ได้ดำเนินการตามคำร้องที่โจทก์สืบทรัพย์มาบางส่วนแล้ว โดยทำตามขั้นตอนของกฎหมายมาตลอด
ประจินบอกไม่ตัดพยานคดี “โอ๊ค”
ด้านพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรมในคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมจากนายชุมสายแล้ว โดยมีนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวพร้อมกับสรุปประเด็นให้รับทราบในเบื้องต้น ซึ่งในวันที่ 30 มกราคม จะเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนประเด็นการร้องเรียนในเรื่องพยานปากคดีฟอกเงินกรุงไทยนั้น ซึ่งกรณีที่ทนายความของนายพานทอง ระบุว่าตัดพยานปากสำคัญเหลือเพียง 3 ปากนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่ใช่จำนวนดังกล่าว นั่นหมายความว่ามีพยานปากมากกว่า 3 ปากขึ้นไป แต่ส่วนอื่นที่มาขอเป็นพยานเพิ่มเติมจะขอดูข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหรือไม่จะพิจารณาให้อีกครั้ง
จี้นายกฯเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน
เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายมัธยม ชายเต็ม ผู้ประสานงานเครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เข้ายื่นหนังสือต่อพล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และขอความเป็นธรรมจากการถูกดำเนินคดีตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาจังหวัดสงขลา แต่ถูกต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ จนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ประชาชนชาวเทพาพยายามเสนอ 3 ข้อเสนอ ต่อนายกรัฐมนตรีในการประชุมครม.สัญจร ที่จ.สงขลา แต่กลับถูกขัดขวางและเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาประชาชนเพื่อดำเนินคดีรวม 17 คน โดยข้อเสนอในครั้งนั้น ประกอบด้วย 1.รัฐบาลและการไฟฟ้าการผลิตแห่งประเทศไทยจะต้องปรับทัศนคติต่อแนวทางการผลิตพลังงานแบบเก่าที่คิดเพียงการนำเชื้อเพลิงจากฟอสซิลมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หากต้องสร้างทางเลือกใหม่ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์
2.การสร้างโรงงานหรือไฟฟ้าใดๆ จะต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ ต้องไม่กระทบประชาชนในพื้นที่จนถึงขั้นต้องอพยพหรือโยกย้ายชุมชน อันหมายถึงการล่มสลายของชุมชนในที่สุด ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาถือเป็นโครงการที่กำลังสร้างผลกระทบขนานใหญ่ เพราะเลือกใช้สถานที่ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิม จนต้องอพยพย้ายถิ่นประชาชนกว่า 150 ครัวเรือน 3.รัฐบาลจะต้องไม่รับรองรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการ ดังนั้นเนื่องจากเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก่อนที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาจะได้รับการอนุมัติ เครือข่ายจึงเสนอข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา เพราะภาคใต้ในปัจจุบันมีพลังงานเหลือใช้ ทั้งพลังงานชีวมวลและพลังงานทางเลือก จึงไม่มีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ 2.รัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมต่อชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีทั้ง 17 คน โดยต้องยุติการดำเนินคดี เพราะทั้ง 17 คนเป็นผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อีกทั้งการเสนอข้อคิดเห็นและความทุกข์ร้อนให้นายกฯ รับทราบก็ถือเป็นสิทธิของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงบ่ายภายหลังจากพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเข้าร่วมเป็นประธานในงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบปีที่ 60 และงานเกียรติยศจักรดาวประจำปี 2561 ที่โรงเรียนเตรียมทหาร อ.บ้านนา จ.นครนายก นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยใช้ทางเข้าฝั่งสะพานอรทัย จากเดิมที่จะเข้าทางสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งคาดว่าเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มเครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เดินทางมายื่นหนังสือ ให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและปักหลักชุมนุมด้านหน้าศูนย์บริการประชาชนเพื่อรอคำตอบเรื่องการยุติโครงการดังกล่าว
26 อาจารย์ มธ.จี้เลิกเอาผิด We Walk
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายกิจการนักศึกษา ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มายื่นหนังสือถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาทบทวนการดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรม “เดินมิตรภาพ” โดยส่งเรื่องผ่านสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ทั้งนี้เนื้อหาหนังสือระบุว่า ตามที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ในนามของ People Go Network ได้จัดกิจกรรม We Walk “เดินมิตรภาพ” เพื่อรณรงค์เรื่องหลักประกันสุขภาพ ทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นกิจกรรมที่วิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมานั้นคสช.ได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีผู้จัดกิจกรรมจำนวน 8 คน ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 ที่ห้ามมิให้มั่วสุมประชุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นอาจารย์ที่เป็นคณบดีคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย
ในฐานะของกิจกรรมนี้เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นชุมชนทางวิชาการ และเป็นสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนเสมอมา รองอธิการบดีที่รับผิดชอบพื้นที่ศูนย์รังสิตรวมผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่านอื่น อันประกอบด้วย รองอธิการบดี 4 คน คณบดี 10 คณะ ผู้อำนวยการสถาบัน 5 สถาบัน และผู้ช่วยอธิการบดี 10 คน ตามรายนามข้างท้าย จึงใคร่ขอแสดงความคิดเห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ได้สิ้นสภาพลงไปแล้ว นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560ถึงแม้ว่าบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนดให้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และคำสั่งของคสช.ที่ออกตามมาตรา 44 จะยังมีผลบังคับใช้ต่อไป แต่ในเมื่อประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนแล้ว การจำกัดสิทธิเสรีภาพต้องกลายเป็นเรื่องยกเว้น มิใช่เรื่องหลักอีกต่อไป ดังนั้นคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ที่ “ห้ามมั่วสุมประชุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป” ซึ่งเปิดให้เจ้าหน้าที่รัฐตีความและใช้อำนาจนี้อย่างกว้างขวางในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงควรต้องทบทวนที่จะบังคับใช้ต่อไป มิเช่นนั้นแล้วจะเท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งผ่านการลงประชามติและประกาศใช้แล้ว ยังคงไม่มีผลบังคับใช้ และเท่ากับว่าประเทศไทยยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอยู่เหมือนเดิม ซึ่งไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น
(ข่าวน.1นสพ.คมชัดลึก)



