
"มาร์ค"ยันอุทธรณ์คำสั่งศาลฯระงับก่อสร้าง76รง.
"นายกฯ " เผยรบ.เตรียมเดินหน้าอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง ลั่นพร้อมปฏิบัติตามมาตรา 67 ของรธน. ระบุจะพิจารณาอย่างรอบคอบ และคำนึงถึงปชช.ในพื้นที่
(4ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงกรณีปัญหาคำสั่งของศาลปกครองระงับการก่อสร้าง 76 โรงงานในเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้คุยกับพี่น้องประชาชน 2 เรื่อง คือ ปัญหาของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเรื่องของมาบตาพุด ตนชี้แจงว่ารัฐบาลพยายามที่จะหาจุดสมดุลในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่กับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือหาความสมดุลระหว่างการพัฒนากับการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จะเห็นได้ว่าช่วงที่ตนเข้ามาก็มีการประกาศเขตพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตควบคุมมลพิษ
หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการประกาศ และตนยืนยันว่ารัฐบาลนั้นต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ปัญหามีอยู่ข้อเดียวว่าการตีความว่าวิธีการในการนำมาตรา 67 ไปใช้จะทำกันอย่างไร สรุปง่าย ๆ อย่างนี้ครับ มาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญบอกว่าโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง จะต้องทำการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อสุขภาพ และเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ความเห็น ปัจจุบันรัฐบาลได้เดินหน้าในการที่จะวางกติกาว่าเงื่อนไข 3 ข้อนี้จะปฏิบัติอย่างไร จริง ๆ แล้วตนได้ให้เร่งรัดเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลาหลายเดือน แต่ก็มีความเห็นที่แตกต่าง ยกตัวอย่างเช่น องค์กรอิสระควรจะเป็นองค์เดียว หรือขึ้นบัญชีองค์กรต่าง ๆ ไว้ แต่จะอย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ถือแนวทางปฏิบัติว่า ไม่ว่าจะมีความพร้อมไม่พร้อมตรงนี้ ต้องปฏิบัติการตามมาตรา 67
"อย่างไรก็ตามการปฏิบัติตามมาตรา 67 ผมเห็นว่าต้องมีคนชี้ว่าโครงการไหนที่จะมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง สิ่งที่รัฐบาลทำก็คือเอารายงานผลต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเรื่องของสุขภาพอยู่ด้วยเข้ามาเป็นเกณฑ์ โครงการที่ได้มีการเดินหน้าในการอนุญาตไป คือโครงการที่ได้รับการยืนยันจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่า ไม่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ก็จึงเดินหน้าไป แต่ถ้าโครงการไหนมีลักษณะเช่นนั้นก็ต้องหยุดครับ จนกว่าเราจะสามารถปฏิบัติตามมาตรา 67 ได้ อย่างไรก็ดีครับ ศาลปกครองได้วินิจฉัยเป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ว่าควรจะหยุดทุกอย่างไว้หมดเลย ซึ่งเหตุผลที่รัฐบาลต้องอุทธรณ์เพราะว่า ในบางโครงการแท้ที่จริงแล้ว เมื่อลงทุนไปแล้วจะเป็นการลดมลพิษ เพราะเมื่อปี 2550 ได้มีมติที่บังคับไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ของมาบตาพุดว่า โครงการที่จะขยายได้ มาขออนุญาตในการขยายได้จะขยายได้ต่อเมื่อมีเงื่อนไขในการไปลงทุนในการลดมลพิษด้วย เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้รัฐบาลก็จะอุทธรณ์ ถ้าอุทธรณ์แล้วโครงการที่จะอนุญาตเพิ่มเติมก็จะหยุดไว้ก่อน แต่โครงการที่ได้อนุญาตไปแล้วก็จะดูว่าศาลจะมีแนวทางให้รัฐบาลปฏิบัติอย่างไร " นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่ามีความห่วงใยในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทราบดีว่าพี่น้องโดยเฉพาะที่มาบตาพุดได้ประสบกับปัญหา ซึ่งต้องยอมรับว่าในอดีตปัญหาที่ไม่ดูแลกันในเรื่องของผังเมือง ปัญหาในเรื่องที่บางทีมีการประเมินเป็นโครงการ ๆ แต่ลืมภาพรวมของความสามารถในการรองรับทางอุตสาหกรรม ผมตระหนักในเรื่องเหล่านี้ดี และตนยินดีที่จะพบปะกับทางผู้ที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนส่งตัวแทนมา ว่าสามารถมาดูเป็นโครงการ ๆ ได้ แม้แต่โครงการที่อนุญาตไปแล้ว ถ้ามีข้อมูลว่าจะเป็นปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ รัฐบาลก็ต้องดำเนินการ เหมือนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งค้างคากันมาอย่างที่สระบุรี ขณะนี้เมื่อกระทรวงสาธารณสุขสรุปผลมา ซึ่งตนก็ได้ส่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการในทางกฎหมายว่า จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแล้วจะดูแลความเดือดร้อนของประชาชน เพียงแต่ว่าขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องดูแลว่าในส่วนของนักลงทุนซึ่งเข้ามาลงทุนภายใต้ความเข้าใจของเขาว่า ปฏิบัติตามกติกาของบ้านเมืองทุกอย่าง ก็ควรจะมีความแน่นอน ความมั่นใจตามสมควร
" ผมยืนยันว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน มีความสมดุลคือว่าการพัฒนาเดินได้ แต่เป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน และไม่กระทบคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหายเรื่องสุขภาพ หรือเรื่องอื่น ๆ แล้วก็เรื่องนี้ผมได้ตัดสินใจว่าจะต้องทำเป็นภาพใหญ่ของทั้งประเทศเลย จึงได้มีการปรับปรุงครับ เดิมมีคณะกรรมการดูแลการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้และอื่น ๆ ขณะนี้ก็จะเปลี่ยนใหม่ให้สภาพัฒน์ เสนอมาเลยว่ามีอุตสาหกรรมอะไรบ้างที่เราคิดว่าประเทศไทยอาจไม่ต้องการเลย เช่น อุตสาหกรรมหนัก หรืออะไรต่าง ๆ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รายได้ การจ้างงาน เป็นอย่างไร เราสามารถเอาเรื่องการท่องเที่ยว เอาเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาทดแทนได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ซึ่งสภาพัฒน์จะกลับไปศึกษาและรายงานเรื่องนี้กลับเข้ามา " นายกฯ กล่าว



