
ชาวสวนยางภาคใต้จ่อเคลื่อนไหวไล่ผู้ว่าฯ กยท.
เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยหลายจังหวัดภาคใต้ เตรียมเคลื่อนไหวขับไล่ ผู้ว่าฯ การยาง
วันที่ 29 ม.ค.61 ผลการประชุมเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เขตภาคใต้ตอนกลาง การยางแห่งประเทศไทย จังหวัดตรัง ที่มีนายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ภาคใต้ตอนกลาง และเป็นรองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยเป็นประธาน
ทั้งนี้ เรื่องสำคัญคือ การหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ออกมาโดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐจำนวน 1.8 แสนตัน ที่ขณะนี้ประสบปัญหาหลายด้าน เช่น ปริมาณน้อยเกินไป และไม่เข้าถึงเกษตรกรทุกกลุ่ม ทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกยาง ประกอบกับการเข้าประมูลยางของบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย ที่ กยท. กับบริษัท 5 เสือการยาง ลงทุนร่วมกันทุนละ 200 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 1,200 ล้านบาท เพื่อเข้าประมูลยางในตลาดกลางยางพาราทั้ง 6 แห่งในประเทศ หลังยุติการเข้าประมูลยางไปชั่วขณะ ขณะนี้กลับเข้าไปประมูลยางในตลาดกลางตามเดิม แต่ยังคงเลือกเข้าประมูลแบบหมุนเวียน ไม่ดำเนินการทุกตลาดตามข้อเรียกร้อง ทำชาวสวนยาง รวมทั้งร้านรับซื้อยาง และสถาบันเกษตรกรในแต่ละจังหวัดไม่มีราคากลางอ้างอิง แต่ละวันราคายางแต่ละจังหวัดจะไม่เท่ากัน ตลาดกลางที่บริษัทร่วมทุนเข้าไปประมูล จะได้ราคาสูงกว่าตลาดที่ไม่เข้าประมูลวันละประมาณ 2 – 3 บาท สร้างความเสียหายต่อระบบกลไกตลาดกลางยางพาราไทยทั้งระบบอีกครั้ง เตรียมนำเสนอการยางแห่งประเทศไทย ให้ยกเลิกบริษัทร่วมทุนยางพาราไทย หรือหากเข้าประมูลต้องเข้าทุกตลาด ทำราคากลางอ้างอิงให้เป็นราคาเดียว
อย่างไรก็ตาม ขณะที่แกนนำเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ในหลายจังหวัด นำโดยนายไพรัช เจ้ยชุม ประธานชุมนุมสหกรณ์ยางจังหวัดพัทลุง และกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางในหลายจังหวัดของภาคใต้ เตรียมเคลื่อนไหวขับไล่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย สาเหตุล้มเหลวในการบริหารงานแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำใน 3 เรื่องสำคัญ เช่น การเตรียมเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามาจัดเก็บเงินเซส (CESS) แทนการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเงินที่ต้องเรียกเก็บจากพ่อค้าผู้ส่งออกยาง แต่ในความเป็นจริงชาวสวนยางทุกคนต้องจ่ายทุกกิโลกรัม แทนการยางแห่งประเทศไทย โดยจะจ่ายให้เอกชน 5% ของจำนวนเงินที่เก็บได้ หรือคิดเป็นจำนวน 10 สตางค์ต่อกิโลกรัม จากเดิมการยางแห่งประเทศไทย จัดเก็บเองที่ราคาคงที่กิโลกรัมละ 2 บาท โดยมองว่าการยางแห่งประเทศไทย กำลังเอื้อนายทุน ทั้งๆ ที่เป็นรัฐวิสาหกิจสามารถจัดตั้งบริษัทดำเนินการจัดเก็บได้ด้วยตัวเอง เพราะมีบุคลากรพร้อม , การปล่อยให้บริษัท ร่วมทุนธุรกิจยางที่ กยท. ถือหุ้นร่วมกับ 5 เสือการยาง เข้าประมูลซื้อขายยางในตลาดกลางแบบหมุนเวียนโดยไม่เข้าประมูลทุกตลาด เป็นการทำลายระบบตลาดกลางยางพาราเหมือนดังเช่นก่อนหน้านี้ ทำให้เกษตรกรขาดราคาอ้างอิงที่เป็นธรรมในการซื้อขายยางแต่ละวัน และราคายางไม่เท่ากันทุกตลาด ทำให้ร้านรับซื้อยางทั่วไป และสถาบันเกษตรกรต้องขาดทุน ขาดสภาพคล่อง เพราะราคายางผันผวน และความล้มเหลวในการรับซื้อยางในโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ ที่ขณะนี้มีเข้ามาแค่ประมาณ 3,300 ตัน จาก 2 กระทรวง รับซื้อเพียงแค่ 5 จังหวัด จังหวัดละไม่กี่ตัน ชาวสวนส่วนใหญ่และอีกหลายจังหวัดขายน้ำยางในโครงการไม่ได้ เช่น จังหวัดพัทลุงยังไม่เปิดจุดรับซื้อ เพราะยังไม่มีโรงงานน้ำยางข้น การยางแห่งประเทศไทย และรัฐบาลควรจะรวบรวมปริมาณการใช้ยางจากทุกกระทรวงให้ครบแล้วสั่งซื้อในคราวเดียว เพื่อให้ชาวสวนยางทุกจังหวัดสามารถขายยางในโครงการได้ จึงมองว่า กยท.และรัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหา เตรียมจะเปิดเวทีขับไล่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ส่วนเวลาและสถานที่กำลังอยู่ระหว่างกำหนด



