ข่าว

เร่งสอบ! นายทุนต่างชาติรุกพื้นที่ป่า 400 ไร่

เร่งสอบ! นายทุนต่างชาติรุกพื้นที่ป่า 400 ไร่

29 ม.ค. 2561

เจ้าหน้าที่เดินหน้าสอบนายทุนต่างชาติครอบครองพื้นที่ป่าปลูกปาล์มน้ำมัน 400 ไร่ ขีดเส้นแสดงเอกสารสิทธิ์ภายใน 1 ก.พ.นี้

 

               วันที่ 18 ม.ค.61 นายเสริมยศ สมมั่น หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายสมนึก กุนหลัด หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตง.2 (วังวิเศษ - สิเกา) และ พ.ท.ณัฐวัฒน์ นุ่นชูผล หัวหน้ากองบังคับการควบคุม สำนักการข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน.) ลงพื้นที่เดินหน้าตรวจสอบการครอบครองที่ดินปลูกปาล์มน้ำมันของนายทุนต่างชาติชาวมาเลเซีย เนื้อที่รวมกว่า 400 ไร่ ภายในเขตสงวนแห่งชาติ ป่าครองร่มเมือง – ป่าสายควน - และป่าเกาะอ้ายกลิ้ง หมู่ที่ 12 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง หลังเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้เข้าตรวจสอบ ในเบื้องต้น และแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เขาวิเศษ แล้ว เพื่อเดินหน้าตรวจสอบที่มาของเอกสารสิทธิดังกล่าว ด้วยการนำ ส.ค.1ไปออกเป็น น.ส.3แล้วนำไปขายต่อกันหลายทอด จนตกมาอยู่ในมือของชาวต่างชาติ โดยไม่มีหลักฐานในการซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์การถือครองให้ถูกต้องตามกฎหมายกันแต่อย่างใด
               นายเสริมยศ กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบว่า หลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ครอบครองไม่มีเอกสารสิทธิ์มาแสดง ก็ได้อายัดพื้นที่ไว้ตรวจสอบ พร้อมกับเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เขาวิเศษ เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ขณะนี้ขีดเส้นให้ผู้อ้างสิทธิ์ครอบครองนำเอกสารหลักฐานการครอบครองที่ดินมาแสดงภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยเบื้องต้นผู้ครอบครองระบุว่า มี น.ส.3
               ทั้งนี้ หากหลักฐานการครอบครองที่ดินเป็น น.ส.3 จะระบุพิกัดไว้อย่างชัดเจนว่า ออกจาก ส.ค.1 ที่ถูกต้องตรงตามพิกัดหรือไม่ หรือออกแค่ไหนอย่างไร หรือ ส.ค.1 บินมาหรือไม่ พร้อมระบุคดีนี้ถือเป็นรายใหญ่ที่ผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ ซึ่งหากภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ผู้ครอบครองไม่นำเอกสารหลักฐานมาแสดงก็จะดำเนินการจับกุมในทันที ในข้อหาบุกรุกครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่มีเอกสารการครอบครอง ทั้งนี้ ในการเข้ามาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ด้วยการเดินจับพิกัด GPS พบว่า บริเวณพื้นที่การครอบครองทำกินทั้งหมดอยู่กลางป่าสงวนทั้งหมด การรุกหรือไม่รุก จะต้องดูว่าเขามีเอกสารหลักฐานหรือไม่ ถ้ามีเอกสารก็จะมีพิกัดระบุ ก็จะหาต้นขั้วได้ เพื่อตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่