ข่าว

'มาร์ค'คาดเงินกู้4แสนล้านกระตุ้นศก.

'มาร์ค'คาดเงินกู้4แสนล้านกระตุ้นศก.

04 ต.ค. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์" ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจประเทศดีต่อเนื่อง คาดเงินกู้ 4 แสนล้านจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพุ่งขึ้นได้ ประกาศพร้อมตรวจสอบงบลงโครงการไทยเข้มแข็งที่มีปัญหา ระบุจะไม่ให้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นมาบั่นทอนโครงการ

(4ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" กล่าวถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจเมื่อวันพุธนั้น ปรากฏว่าตัวเลขการรายงานโดยเฉพาะในเรื่องของการจ้างงานดี เรื่องของการจัดเก็บภาษีก็ดี แม้กระทั่งตัวเลขอื่น ๆ ที่ตนได้เรียกมาดู เช่นรายละเอียดของการส่งออกนำเข้า รวมทั้งการท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคมมีแนวโน้มต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และจะเห็นได้ว่าตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา สถานการณ์นั้นก็ดีขึ้นโดยลำดับ แต่ว่ายังไม่เป็นที่น่าวางใจ เพราะฉะนั้น การเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระดมการลงทุน ขยายโอกาสทางการค้า การสร้างงาน จ้างงาน นั้นจะทำอย่างต่อเนื่อง

 ในส่วนของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ตนเรียนว่านอกจากโครงการ 200,000 ล้านที่ได้มีการอนุมัติไปแล้ว ขณะนี้เมื่อสถานการณ์การจัดเก็บรายได้ดีขึ้น เงินซึ่งรัฐบาลได้ขออำนาจจากพระราชกำหนดในการไประดมทุนมา 400,000 ล้าน จากเดิมจะเป็นการไปชดเชยการขาดดุลทางการคลังค่อนข้างมาก โดยขณะนี้ความต้องการจะเหลือเพียงแค่ 50,000 ล้าน เพราะฉะนั้นจะมีเงินอีก 150,000 ล้าน ซึ่งสามารถที่จะเข้ามาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะได้เร่งพิจารณาโครงการต่าง ๆ เพื่อที่จะมาสนับสนุนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

 นายกฯ กล่าวอีกว่า โครงการหลัก ๆ ในตอนนี้จะมีเรื่องการแก้ไขปัญหาของกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งหลังจากที่เงินออกไปในรอบแรกแล้ว พบว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่กู้ยืมเงินไปก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่าต้องไปกู้เงินนอกระบบมาคืน จากนั้นก็มาขอกู้ยืมในงวดต่อไป ซึ่งทำให้เงินไม่สามารถที่จะกระจายหรือหมุนเวียนไปยังรายใหม่ได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลวางเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาจะมี 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกคือว่า จะเปิดโอกาสให้กองทุนหมู่บ้านต่าง ๆ พิจารณาในการที่จะยืดเงื่อนไขการชำระหนี้จากเดิมซึ่งจะต้องชำระภายใน 1 ปี ก็สามารถนะครับ ถ้าหากคณะกรรมการเห็นสมควรให้เป็น 2 ปีได้ อันนี้ก็จะเป็นโอกาสที่จะทำให้ประชาชนที่กู้ยืมเงินไปนั้นสามารถที่จะมีเวลาในการบริหารจัดการต่าง ๆ และหวังว่าจะทำให้พึ่งเรื่องของการกู้ยืมเงินนอกระบบน้อยลง

 ประการที่ 2 คือว่าเมื่อมีการปล่อยกู้ยาวขึ้น รัฐบาลก็จะมีการเพิ่มเงินลงไปให้กับกองทุนหมู่บ้านต่าง ๆ แต่ว่าการเพิ่มให้กองทุนหมู่บ้านต่าง ๆ นั้น จะดูจากกองทุนที่บริหารจัดการได้ดี มีความพร้อมคือได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว นั่นข้อที่ 1 ข้อที่ 2 คือว่าจะพิจารณาจากจำนวนสมาชิกของกองทุนหมู่บ้าน คือไม่ได้ให้เท่ากันทุกกองทุน กองทุนไหนมีสมาชิกมากก็จะได้มาก ซึ่งจะให้เพิ่มเป็น 200,000 บาท ให้เพิ่มไป 400,000 บาท ให้เพิ่มไป 600,000 บาท และในส่วนที่ 3 ที่จะดำเนินการ คือ ใช้คนที่เข้าอบรมในโครงการต้นกล้าอาชีพ ออกไปสำรวจสภาพปัญหาของกองทุนต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการ และดูแลว่าการปล่อยกู้เป็นการปล่อยกู้ไปแล้ว เป็นการไปสร้างอาชีพ สร้างรายได้ อย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้คงจะใช้เงินประมาณ 19,000 ล้านบาท ก็จะเป็นหนึ่งในโครงการที่จะได้มีการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเข้ามาสู่ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นอกจากนั้นจะมีเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนไปหลายครั้งแล้ว ก็จะมีการเอาเงินงบประมาณจากไทยเข้มแข็งตรงนี้มาเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการดำเนินการประกันรายได้ของเกษตรกรในฤดูกาลแรก

 นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง แต่จะมีการปรับแผนเล็กน้อย แต่สำหรับปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในช่วงที่ 2 ก็คือเงินที่จะมีการระดมทุนจากพระราชบัญญัติซึ่งขณะนี้วุฒิสภาเพิ่งพิจารณาเสร็จ ก็ส่งกลับไปที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะมีการแก้ไข ซึ่งตรงนี้จะต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น รัฐบาลก็จะปรับจุดเน้นจากโครงการซึ่งบอกว่ามีความพร้อมในการใช้จ่ายเร็วมาเป็นโครงการในเชิงยุทธศาสตร์สำหรับระยะกลาง ระยะยาวมากขึ้น และจะมีเวลาทำรายละเอียดตรงนี้อีกประมาณ 2 - 3 เดือน

 " ผมทราบดีว่าขณะนี้เรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้น พี่น้องประชาชนก็มีความคาดหวังมาก และหลายคนผมดูจากการสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ก็ทราบอยู่ว่ามีโครงการอะไรอย่างไรบ้าง แต่ที่ห่วงใยคือความโปร่งใส ก็ขอยืนยันว่าการติดตามตรวจสอบเรื่องนี้จะทำอย่างเข้มข้น และเมื่อมีข่าวคราวใด ๆ เบาะแสใด ๆ เราจะดำเนินการทันที อย่างเช่นกรณีของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมได้รับข้อมูลเบาะแสและได้สั่งการไปยังกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนหน้านี้แล้ว และขณะนี้ก็ได้มีการให้ทางท่านรัฐมนตรีซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ ผมขอเรียนว่ารายการที่เป็นปัญหาต่าง ๆ ยังไม่ได้มีการอนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้าง และคำขอต่างๆ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความไม่ชอบมาพากล จะได้รับการสะสางไม่ให้เข้ามาเพื่อที่จะมาบั่นทอนประสิทธิภาพ และความโปร่งใสของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง อันนี้ก็เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจและตัวนโยบาย