ข่าว

ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” ลอบขุดบาดาล

ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” ลอบขุดบาดาล

27 ม.ค. 2561

ตร.- ศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” พบขุดวางระบบบาดาล 2 บ่อ แจ้งดำเนินคดีโทษคุก 6 เดือน ปรับ 2 หมื่น

 

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มกราคม พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(รอง ผบก.ปทส.) พร้อมด้วย นายประโยชน์ ด่านก่อโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจค้นสถานบริการอาบอบนวด โคปาคาบานา บริเวณซอยรัชดาภิเษก ซอย 17 ซึ่งเป็นสถานบริการที่มีความเกี่ยวข้องกับ น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ หุ้นส่วนใหญ่ของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเคร็ท ผู้ต้องหาในฐานร่วมกันค้ามนุษย์ และอื่นๆรวม 13 ข้อหา เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจในห้องปฏิบัติการว่ามีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ โดยเจ้าของสถานบริการไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพภายในอาคารได้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจ เก็บตัวอย่างประมาณ 1 ชั่วโมง

ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” ลอบขุดบาดาล

 

          พ.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า วันนี้ได้มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี นำเครื่องสแกนมาตรวจสอบที่อาจมีการลักลอบขุดบาดาลไว้ใต้ดินหรือไม่ โดยการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการตรวจค้นตามเบาะแสของเจ้าหน้าที่ว่าสถานบริการมีการลักลอบใช้น้ำชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำประปาหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบน้ำเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา พบว่าค่านำไฟฟ้าของน้ำแตกต่างจากค่านำไฟฟ้าของน้ำในบริเวณใกล้เคียงมาก

          ด้านนายประโยชน์ ด่านก่อโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า สำหรับวันนี้การประปานครหลวงประกาศค่าการนำไฟฟ้าของน้ำประปาอยู่ที่ 388 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ซึ่งจากการตรวจสอบน้ำจากบริเวณใกล้เคียงที่คาดมีการใช้น้ำปริมาณใกล้เคียงกัน คือ คอนโดบริเวณใกล้เคียงพบมีค่านำไฟฟ้า 363 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร และ จากร้านล้างรถอยู้ที่ติดกับสถานบันเทิงพบค่า 352 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร จากการตรวจสอบน้ำที่ห้องที่ให้บริการลูกค้าทั้งแบบห้องธรรมดาและห้องรับรองพิเศษพบค่า ระหว่าง 407 ถึง 413 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ,น้ำจากห้องน้ำหญิงและชายมีค่า 415 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ส่วนน้ำจากแท๊งค์น้ำภายในสถานบริการพบค่า 392 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร แต่ที่มาค่าสูงอย่างมีนัยยะคือจากก๊อกน้ำบริเวณประตูทางออกดาดฟ้าของสถานบริการพบค่า 568 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะต้องนำตัวอย่างน้ำที่เก็บทั้ง 11 ตัวอย่าง ไปส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาความคลาดเคลื่อนของค่านำไฟฟ้า และแร่ธาตุในน้ำอีกครั้งจึงจะสามารถยืนยันได้ว่าสถานบริการแห่งนี้มีความผิดจริงหรือไม่ โดยจะสามารถยืนยันผลการตรวจได้ภายใน1สัปดาห์

ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” ลอบขุดบาดาล

 

          นายประโยชน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบจุดต้องสงสัย 3 จุด ที่คาดว่ามีการลักลอบดำเนินการขุดเจาะและวางระบบบาดาลใต้ต้นไม้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้ละเอียด ว่ามีการขุดตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการลักลอบขุดเจาะวางระบบน้ำบาดาลจริง ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการน้ำบาดาล พ.ศ.2520 มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” ลอบขุดบาดาล

 

          ต่อมา เวลา11.00 น. วันเดียวกัน นางอรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ตรวจสอบพบมีการลักลอบขุดบ่อบาดาล 2 บ่อ ขนาด 6 นิ้ว ภายในสถานบริการ อาบอบนวด โคปาคาบานา บริเวณ ทางขึ้นข้างอาคาร 1 บ่อ และริมรั้วที่จอดรถด้านหลัง 1 บ่อ ส่วนอีกหนึ่งจุด พบว่า เป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำบาดาล ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดี โดยมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นการดำเนินคดี แบบต่างกรรมต่างวาระ สำหรับบ่อน้ำบาดาล ดังกล่าว เป็นบ่อเก่าที่ใช้งานมานานหลายปี และปัจจุบันยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยมีการวางท่อและต่อสายไฟ ฝังลงไปในดิน ซึ่งลักษณะเป็นการขุดบ่อน้ำบาดาล ส่งน้ำไปยังบริเวณต่างๆภายในอาคาร เพื่อส่งขึ้นมาเก็บในแท้งค์น้ำบนดาดฟ้า ก่อนปล่อยลงมาให้บริการภายในอาคาร

ลุยตรวจอ่าง “โคปาคาบานา” ลอบขุดบาดาล

 

          นางอรัญญา ยืนยันว่า สถานบริการดังกล่าวไม่เคยขออนุญาต ใช้น้ำบาดาล ซึ่งหลังจากนี้จะให้นักวิชาการลงมาตรวจสอบ ว่าบ่อดังกล่าวใช้งานมากี่ปีแล้ว เพื่อประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ขณะเดียวกัน จะตรวจสอบเพิ่มเติมอีกว่าสถานบริการแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีไหน และมีการขอใช้น้ำประปา เมื่อไหร่ เพื่อนำมาเปรียบว่า มีการลักลอบใช้น้ำบาดาลมาก่อนหน้านี้หรือไม่

          อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยังพบข้อมูลว่า มีสถานบริการประเภทเดียวกันอีก 4-5 แห่ง ที่ลักลอบใช้น้ำบาดาล โดยขอให้ผู้ประกอบการ หยุดการใช้น้ำและเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ถูกต้อง.