ข่าว

สถานทูตอิตาลีติดต่อขอรับศพเหยื่อเผานั่งยาง!

สถานทูตอิตาลีติดต่อขอรับศพเหยื่อเผานั่งยาง!

26 ม.ค. 2561

ตัวแทนสถานทูตอิตาลีติดต่อขอรับศพ “จูเซปเป” นำไปเผาก่อนนำกระดูกกลับประเทศ ลูกชายคนตายร่ำไห้เห็นข้าวของเครื่องใช้

 

             จากกรณีที่นายจูเซปเป เดอ สเตฟานี่ อายุ 62 ปี สัญชาติอิตาลี ถูกฆ่าและนำศพมาเผายางที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ บ้านบึงทับจั่น หมู่ที่ 3 ต.แหลมรัง อ.บึงนางราง จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทราบว่า คนร้ายคือ นางรุธจิรา เอี่ยมละม้าย อายุ 38 ปี และนายอาโมรี ริโก อายุ 34 ปี ชาวฝรั่งเศส ซึ่งล่าสุดตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ได้ขออนุมัติหมายศาลจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 2 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

             ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 มกราคม 2561 นายอรุณ คนยืน พนักงานบริษัท เอเชีย วัน จำกัด ได้นำหนังสือมอบอำนาจจากสถานทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย มายัง สภ.บึงนาราง จ.พิจิตร เพื่อขอรับศพนายจูเซปเป เดอ สเตฟานี ไปยังกรุงเทพฯ เพื่อทำพิธีเผาศพที่กรุงเทพฯ ก่อนที่ส่งกระดูกกลับประเทศบ้านเกิด โดยมี พ.ต.ท.อนันต์ เกียรติยศ สารวัตรสอบสวน สภ.บึงนางราง เจ้าของคดี ได้ตรวจสอบเอกสารตามที่สถานทูตร้องขอ

             จากนั้นเมื่อเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงนาราง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว รวมทั้งกู้ภัยจังหวัดพิจิตร ได้เดินทางไปขอเอกสาร ใบรับรองการเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลมหาลัยนเรศวร ก่อนที่จะเตรียมไปรับศพ ที่วัดหนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บศพของนายจูปเซปเป เอาไว้ ก่อนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

             ต่อมานายลูก้า เดอ สเตฟานี อายุ 30 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต ได้มาเดินทางมาดูข้าวของเครื่องใช้ของนายจูเซปเป หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงนาราง ได้เก็บหลักฐานและสิ่งของของนายจูเซปเป เอาไว้ เพื่อประกอบหลักฐานในการทำคดี โดยมีตำรวจท่องเที่ยว ให้ข้อมูลต่างๆ ซึ่งระหว่างที่นายลูก้า ดูข้าวของเครื่องใช้นั้น นายลูก้า ถึงกลับหลั่งน้ำตา เมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้ของนายจูเซปเป และกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “อยากให้เจ้าหน้าที่จับตัวคนร้ายโดยเร็วที่สุด” ส่วนข้าวของเครื่องใช้ที่ตำรวจเก็บรวบรวมเอาไว้ มีรองเท้าแตะ 1 คู่ รองเท้าผู้ใบ 1 คู่ หมอน ไดร์เป่าผม และกล่องใส่ยารักษาโรค ซึ่งนายลูก้า ขอเครื่องเป่าผมของพ่อจากตำรวจเพื่อขอเก็บไว้

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ทางตำรวจท่องเที่ยวยังพบเอกสารการทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ของนายจูเซปเป ซึ่งก่อนหน้านั้น พาสปอร์ตของนายจูเซปเป ได้หายไป จนพบว่านางรุธจิรา นั้นได้นำพาสปอร์ตไปซ่อนไว้บนฝ้าเพดาน เนื่องจากกลัวว่านายจูเซปเป จะหนี ส่วนเอกสารต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพบนั้น มีทั้งบิลต่างๆ ที่นายจูเซปเป เคยไปพักที่โรงแรมจอมเทียนบีช พัทยา รวมทั้งเอกสารต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน

 

สถานทูตอิตาลีติดต่อขอรับศพเหยื่อเผานั่งยาง!

 

             ส่วนการตามตัวไล่ล่าตัวนางรุธจิรา และนายอาโมรี ริโก ล่าสุด ทราบว่า หลังจากที่นางรุจิรา และนายอาโมรี ได้นำโทรศัพท์ไปขายที่ร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งจากกล้องวงจรปิดมีภาพ นางรุธจิรา และนายอาโมรี นั้นมีท่าทางร้อนรน ในระหว่างเอาโทรศัพท์ไปขาย นอกจากนี้ ยังมีภาพกล้องวงจรปิดจากรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่พบรถของนายรุจิรา และนายอาโมรี ขับออกจากรีสอร์ตในช่วงเช้า ได้ขับรถมุ่งหน้าไปยังจังหวัดตาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามจากภาพกล้องวงจรปิด คาดว่า ขณะนี้คนร้ายทั้ง 2 คน ยังอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง จังหวัดกำแพงเพชร และตาก

             ขณะที่่การแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นไปได้ยาก เพราะนายอาโมรีนั้นเก่งทางด้านเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารไอที และแอบหนีเข้าประเทศไทยมาจากประเทศลาว ทำให้นายอาโมรี นั้นปิดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้ยากแก่การติดตามตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปูพรม ไล่ล่าในทุกพื้นที่ของ จ.ตาก

             แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ทางตำรวจ มุ่งไปยัง เรื่องชู้สาว เพราะที่ผ่านมานั้น เคยมีการแจ้งความเรื่องการทำร้ายกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการทะเลาะอย่างรุนแรง และเรื่องชู้สาว ส่วนสาเหตุของการฆ่านั้น เนื่องจากนายจูเซปเป ได้ลงมือตบตีนางรุธจิรา หลังจากที่นายจูเซปเปจับได้ว่า นางรุธจิรา ได้คบชู้กับนายอาโมรี ทำให้นายอาโมรีนั้นตีนายจูเซปเปที่บริเวณศีรษะถึง 2 ครั้ง จนเสียชีวิต จากนั้นได้นำศพของนายจูเซปเป นำไปเผานั่งยางที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านบึงทับจั่น หมู่ที่ 3 ต.แหลมรัง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร

             อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังไล่ล่าออกเป็น 3 ชุด โดยเฉพาะตามรีสอร์ท ตามหมู่บ้าน รวมทั้งตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ในพื้นที่ของจังหวัดตาก ซึ่งคาดว่า นางรุธจิรา และนายอาโมรี จะต้องเดินทางวนไปวนมาในพื้นที่อย่างแน่นอน