ข่าว

ฮิพฮอพในวัดจำลอง...'จราจรสีขาว'วังทองหลาง

ฮิพฮอพในวัดจำลอง...'จราจรสีขาว'วังทองหลาง

04 ต.ค. 2552

...ศีรษะทารกตัวน้อยๆ กำลังค่อยๆ โผล่พ้นครรภ์มารดาจากการช่วยเหลือของแพทย์...คือปฐมบทของวิดีโอซีดีตามโครงการจราจรวิถีพุทธของงานจราจร สน.วังทองหลาง ความยาวประมาณ 20 นาที

ถูกนำมาเป็นสื่อภาพสะท้อนเรื่องราวของชีวิตหนึ่งที่ถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้ด้วยความยากลำบาก แต่กลับต้องมาจบชีวิตเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ จากอุบัติเหตุ โดยวีซีดีชุดนี้ถูกใช้เป็นสื่อในการปลุกจิตสำนึกและสติในการใช้รถใช้ถนน กรณีกระทำผิดกฎจราจรสถานเบา ไม่รวมเมาแล้วขับ

 "...พอเพื่อนหนุ่มสาวผู้ได้ฟังเพลงนี้ ก้มลงมองตรงฝ่าเท้าก่อนคิดจะทำชั่วดี สองตีนของเจ้านี้แหละ ที่พ่อแม่เคยจูบมัน..." บทเพลงแสนซึ้งกินใจจากเพลง "รอยจูบบนฝ่าเท้า" คลอเคล้าภาพถ่ายเล่าเรื่องอุบัติเหตุสุดสยดสยองโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ...มันสมองสีขาวไหลทะลัก สายเลือดสาดกระเซ็น เศษเนื้อแหลกละเอียด และลมหายใจสุดท้ายที่หลายๆ คนต้องมาทิ้งไว้บนท้องถนน ขณะที่บางรายอาจโชคดีแค่พิการ อันเป็นผลพวงจากความคึกคะนอง ความเมา และการขาดวินัยจราจร !

 "การแก้ไขอุบัติเหตุจราจรต้องแก้ที่ตัวผู้ขับขี่ เราคาดหวังให้คนรุ่นลูก รุ่นหลาน หรือสังคมของคนรุ่นใหม่มีวินัยจราจรมากกว่าผู้ขับขี่ในปัจจุบัน ซึ่งพวกเขาอาจมีความเคยชิน มีนิสัยขับขี่ผิดวินัยจราจร ผมจึงอยากให้เด็กรุ่นใหม่มีวินัยจราจร เป็นการแก้ที่ผู้ขับขี่โดยตรง การถูกจับปรับเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น" พ.ต.ท.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ รอง ผกก.จร.สน.วังทองหลาง บอกถึงที่มาของโครงการปลุกจิตสำนึกเยาวชนของชาติเพื่อป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ หรือที่รู้จักกันดีว่า โครงการจราจรสีขาว

 หลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกให้กลุ่มผู้ขับขี่กลุ่มเสี่ยง เพื่อจัดระเบียบการจราจรและลดอุบัติเหตุแบบครบวงจร (สถานีจราจรวิถีพุทธ) ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2552 ด้วยการนำผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรที่สามารถว่ากล่าวตักเตือนได้ เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย การขับรถสวนทาง ไม่มีใบขับขี่ ฯลฯ มาเข้าอบรมใน "วัดจำลอง" บริเวณแยกประชาธรรม โดยวัดจำลองแห่งนี้แปรสภาพมาจากตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยภาพวาดที่สื่อถึงธรรมะ สติ และความสงบ เพื่อใช้เป็นสถานที่อบรมกล่อมเกลาจิตใจผู้ทำผิดกฎจราจรเฉพาะผู้ที่สมัครใจเท่านั้น

 สาระสำคัญที่จะเกิดขึ้นหลังจากเข้าวัดวัดจำลองแห่งนี้จะก่อให้เกิด "สติ" และ "ไม่ประมาท" ด้วยการชมภาพจากวิดีโอสะเทือนใจความยาว 20 นาที พร้อมกับการนั่งสมาธิ นอกจากจะนำมาใช้กับผู้กระทำผิดกฎจราจรแล้ว ยังถูกนำมาใช้อบอรมเยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ ด้วย ควบคู่กับการเปิดแนวรบโครงการจราจรสีขาว

 "จราจรสีขาว" เป็นโครงการที่จะนำมาสร้างจิตสำนึกในโรงเรียน เสริมสร้างวินัยจราจรกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะที่ผ่านมาผู้ใหญ่ที่ทำผิดกฎจราจรนั้นยากจะแก้ไขเสียแล้ว จึงต้องมาคาดหวังกับเยาวชนคนรุ่นใหม่แทน งานจราจร สน.วังทองหลาง จึงนำโครงการ "ครู 5 นาที หน้าเสาธง" เข้าไปอบรมนักเรียนหน้าเสาธง และใช้เพลงวัยรุ่นเป็นสื่อให้จดจำง่าย นั่นคือ "8 ม." เพลงที่รอง ผกก.จร.และสารวัตรจราจรวังทองหลาง ช่วยกันคิดและแต่งขึ้นมา โดยมี "ชาลี สาลี่" มือกลองของ "อี๊ด วงฟลาย" มาปรุงทำนองแนวฮิพฮอพเอาใจเด็กแนว

 "เพลงเป็นสื่อให้เด็กจำง่าย เข้าใจจ่าย เนื้อหาของเพลงก็เน้นวินัยจราจรในการใช้ชีวิตประจำวัน" พ.ต.ท.ภาษิต ไพรัตน์ สว.จร.สน.วังทองหลาง บอกที่มาของเนื้อเพลง 8 ม. ซึ่งไม่ใช่แค่ 8 เมตร แต่เป็น 8 ข้อปลอดภัย ได้แก่ ใส่หมวกเปิดไฟ คาดเข็มขัดนิรภัย ตรวจสภาพรถ ไม่ขับขี่สวนทาง เมาไม่ขับ ไม่ฝืนกฎจราจรแม้ตอนไม่มีตำรวจ ไม่คุยโทรศัพท์ ง่วงไม่ขับ และหยุดเมื่อไฟแดง

 "เราจะนำเพลงนี้เป็นสื่อในการอบรมหน้าเสาธง 5 นาที โดยจะมีการสาธิตถึงวินัยจราจรที่นักเรียนทำผิดบ่อยๆ ที่ผ่านมาเด็กๆ เขาสนใจมากขึ้น เพราะบางเรื่องเด็กเขาไม่รู้จริงๆ นะว่า ทำแบบนี้ผิดกฎหมาย เช่น การนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์รับจ้าง ควรนั่งแบบไหนเหมาะสมและปลอดภัย เด็กจะได้มีความเข้าใจในกฎหมาย เราต้องปลูกฝังตั้งแต่ในโรงเรียน ทั้งโครงการจราจรวิถีพุทธ และจราจรสีขาว" พ.ต.ท.วีระวิทย์ ช่วยเสริม  

 ส่วนที่มาของแนวคิดจราจรสีขาวครั้งนี้ พ.ต.ท.วีระวิทย์ มองถึงองค์รวมของการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียมหาศาล เนื่องจากแต่ละปีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตามเทศกาลต่างๆ ราว 300 ราย ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีสงคราม มีโศกนาฏกรรม หรือเครื่องบินตก มีผู้สูญเสียชีวิต 200-300 ราย ยังมองว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ จึงหันมาปลูกฝังระเบียบวินัยจราจรตั้งแต่เด็กๆ เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 แต่สภาวการณ์ปัจจุบันยังมีผู้กระทำผิดกฎจราจรอยู่บ่อยครั้ง และตำรวจจราจรก็ถูกมองว่าจ้องแต่จะแจกใบสั่งนั้น พ.ต.ท.วีระวิทย์ ย้ำว่า ตำรวจจราจรทำไปตามหน้าที่ แต่ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งได้กลายเป็นปัญหาสังคม ลำพังแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถแก้ปัญหาตรงส่วนนี้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย และโครงการจราจรวิถีพุทธก็ช่วยลดข้อครหาในเรื่องนี้ได้พอสมควร เพราะเมื่อตำรวจพบผู้ผิดกฎหมายจราจรที่ว่ากล่าวตักเตือนได้ และสมัครใจสละเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเข้าโครงการก็ไม่ต้องเสียค่าปรับ หากมีการทำผิดซ้ำสองก็ต้องเสียค่าปรับไปตามระเบียบ

 "เราอยากให้ทุกชีวิตมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โครงการเหล่านี้น่าจะเป็นมาตรฐานที่ดีของสังคม ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดแนวทางต่างๆ ขึ้นมานั้น เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่กระตุ้นให้สังคมมีสติ ได้กลับมาทบทวนปัญหาที่สังคมเผชิญอยู่ ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด" พ.ต.ท.วีระวิทย์ กล่าว

 แนวคิดดีๆ ของทีมงานจราจร สน.วังทองหลาง ที่สร้างวัดจำลองไว้คอยเตือนสติผู้กระทำผิดกฎหมาย แถมยังขยายไปสู่รั้วโรงเรียน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านวินัยจราจร ด้วยการใช้สื่อภาพและเสียงที่ทำให้มองเห็นคุณค่าของชีวิต ที่อาจจะสูญเสียไปเพราะอุบัติเหตุ หากใครได้ดูวิดีโอซีดีในวัดจำลองแล้วยังไม่สำนึกอีก อาจจะมีโครงการต่อเนื่องพาทัศนศึกษาที่สถาบันนิติเวชวิทยาด้วย (ฮา) ! แบบว่าเอาให้เห็นของจริงๆ จะจะกันไปเลย...
 
 ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
 อุทร ศรีพันธ์ : ภาพ