
กมธ.ปรับกลุ่มอาชีพเหลือ 10 กลุ่ม
กมธ.ปรับกลุ่มอาชีพเหลือ 10 กลุ่ม "พรเพชร"ขอพักการประชุม หารือนอกรอบ
26 ม.ค.61 - เวลา 09.15 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา(ส.ว.) ในวาระ 2 และวาระ 3 ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว โดยนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานกมธ.ชี้แจงว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีจำนวน 92 มาตรา กมธ.แก้ไข 19 มาตราเพิ่มขึ้นใหม่ 2 มาตรา ตัดออก 2 มาตรา กมธ.สงวนความเห็น 4 คน จำนวน 5มาตรา มีสมาชิกสนช.สงวนความเห็น 6 คน จำนวน 9 มาตรา ซึ่งทางกมธ.ได้นำรายงานการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านเว็บไซต์มาประกอบการพิจารณาด้วย
จากนั้นเป็นการพิจารณาในวาระ 2 เรียงมาตรา โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณา นายสมชาย แสวงการ สนช.เสนอ ว่าในเมื่อร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านพิจารณาของสนช.ไปแล้ว ในมาตรา 2 มีการปรับแก้ ขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน ดังนั้นร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ก็ควรจะปรับแก้ให้สอดคล้องกันหรือไม่
นายพรเพชร จึงได้ขอให้ทางกมธ.ควรไปตรวจสอบร่างพ.ร.บ.ให้สอดคล้องกัน ถ้ากฎหมายไม่ตรงกันหรือมีเรื่องที่อยู่ในกฎหมายส.ส.หรือกฎหมายส.ว.ที่เสนอมาใหม่ ขอให้กมธ.เสนอปรับแก้ให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่เฉพาะประเด็นขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย 90 วันเท่านั้น ต้องสอดคล้องในประเด็นอื่นด้วย
โดยนายสมคิด รับว่า หลังจากที่มีการขายเวลาในการบังคับใช้กฎหมายส.ส.และเมื่อมีการเสนอมา ทางกมธ.ก็รับไปพิจารณาว่าควรแก้ไข กฎหมายส.ว.ให้สอคล้องกับกฎหมายส.ส.หรือไม่
จากนั้นเริ่มพิจารณาเรียงรายมาตรา โดยในมาตรา 11 การแบ่งกลุ่มวิชาชีพ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กมธ.ในฐานะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญกำหนดในวรรคแรกของมาตรา 107 โดยให้แนวคิดว่า ส.ว.ต้องมีวิชาชีพที่หลากหลาย ดังนั้นการแบ่งกลุ่มจึงต้องมีความหลากหลายในส่วนต่างๆ เพื่อให้ได้มีโอกาสได้รับเลือกเป็นส.ว. ซึ่งตามทฤษฎีนั้นประเทศเรามีอาชีพ 240 กลุ่ม ก็น่าจะมี 240 กลุ่ม แต่ในทางปฏิบัติทำไม่ได้ แต่เมื่อ กรธ.มีการถามประชาชนมาแล้ว ก็เห็นพ้องกันว่าควรมี 20 กลุ่ม โดยจะมีกลุ่มอาชีพเยอะเท่าไหร่ก็ตาม ทุกคน ทุกวิชาชีพจะต้องมีโอกาสได้เข้ามาเป็นวุฒิสภาได้ ทั้งนี้ ร่างเดิมของกรธ.กำหนดกลุ่มอาชีพไว้ 20 กลุ่ม โดยใช้หลักการที่เอากลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถในแนวทางที่ใกล้เคียงกันมาจับเป็นกลุ่ม
ด้านนางสุวรรรณี สิริเวชชะพันธ์ สนช. ผู้ขอแปรญัตติ อภิปรายว่า ในร่างเดิมที่ กรธ.เสนอมา มีสัดส่วนของกลุ่มสตรีอยู่ในส.ว.ร้อยละ 14.5 ของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งสัดส่วนตรงนี้ถือเป็นการร่างกฎหมายที่ทันสมัยสำหรับสิทธิสตรี แต่ กมธ.ได้แก้ไขโดยนำกลุ่มสตรีไปรวมไว้กลับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่มีอัตตลักษณ์ ตนรู้สึกตกใจที่มีการเอากลุ่มสตรีมารวมกับกลุ่มอัตตลักษณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่บอบบาง ดังนั้นเราต้องเสริมสร้างผู้หญิงในรัฐสภาอย่างเท่าเทียม โดยควรจะมีสัดส่วนผู้หญิงที่เท่ากับผู้ชาย ดังนั้นหากกมธ.เห็นด้วยกับตนก็ขอขอบคุณมาก แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ขอให้กลับไปร่างเดิมโดยคงมาตรา 11 (14)ที่กลุ่มสตรีเฉพาะอยู่ด้วย
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า ตนเห็นว่าการได้มาซึ่งส.ว.ยังมีปัญหา ซึ่งอาจทำให้เกิดการบล็อคโหวตในกลุ่มวิชาชีพได้ เพราะมีการจัดกลุ่มในรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง จะนำไปสู่การที่ส.ว.ที่ได้มา 50 คนแรก อาจเกิดปัญหาและทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติได้ในอนาคต จึงอยากเสนอให้ประชาชนเป็นผู้เลือกจัดกลุ่มอาชีพด้วย ก่อนที่คสช.จะเป็นผู้เลือก ส.ว. เพื่อให้ได้ ส.ว. ที่เป็นบุคคลที่มาจากผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนการแบ่งกลุ่มอาชีพนั้น เห็นด้วยกับเจตนารมณ์ที่ต้องการได้กลุ่มอาชีพที่หลากหลาย แต่การออกแบบให้มี 20 กลุ่มถือว่าไม่ได้สะท้อนถึงความหลากหลายของอาชีพอย่างแท้จริง ทำให้เกิดการบล็อคโหวตได้ง่ายเพราะบางกลุ่มมีประชากรจำนวนหลักร้อย ขณะที่จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกัน จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองสามารถส่งผู้แทนเข้ามาเป็น ส.ว. ได้จำนวนมาก
"ขอชี้แจงว่าการที่ผมเสนอให้เหลือ 10 กลุ่ม ผมไม่ได้มีความต้องการอยากจะเป็น ส.ว. ตามที่มีคนกล่าวหา จึงไม่ต้องกังวลว่า จะเป็นการอภิปรายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง แต่เห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะชี้ชะตาอนาคตของประเทศ หากไม่มีการพิจารณาให้ดีก็จะทำให้เกิดปัญหาว่าผู้ที่มาเป็น ส.ส. และ ส.ว. มาจากกลุ่มเดียวกัน" นายสมชาย กล่าว
ด้านนายสมคิด แจงว่า จำนวนกลุ่มตามร่างเดิมที่กรธ.ร่างมามี 20 กลุ่ม มีผู้สงวนความเห็นไว้ 5 กลุ่ม กับ 10 กลุ่ม แต่หลักการของรัฐธรรมนูญคือต้องให้ครอบคลุมทั้งหมด ทุกคนสามารถเข้าทุกกลุ่มได้ ซึ่งเมื่อมี 20 กลุ่ม ก็เกิดคำถามว่าทำไม 10 กลุ่มหรือ 30กลุ่ม แต่ 5 กลุ่มน้อยเกินไป เพราะกลุ่มน้อยจะทำให้มีการฮั้วง่ายขึ้นหรือไม่ ถ้ามากกลุ่มการฮั้วหรือการบล็อคก็ยากขึ้นกว่าเดิม แต่ฐานความคิดของกมธ.เห็นว่า 20กลุ่มระเอียดเกินไป กมธ.จึงเอา 20 กลุ่มเป็นตัวตั้งแล้วพิจารณาใหม่ เหลือ15กลุ่ม ส่วนกลุ่มสตรีนั้นมีหลายประเทศที่ไม่ได้กำหนดสตรีเป็นกลุ่มเฉพาะ แต่เอาไปรวมกับกลุ่มอื่น ซึ่งก็มีสตรีเข้ามาทำงนในสภาได้อย่างไม่เป็นปัญหา ดังนั้นเห็นว่าสตรีของเรามีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าส.ว.ครั้งนี้สตรีจะเข้าไปนั่งในสภาได้อย่างไม่เป็นปัญหา ทั้งนี้ไม่ได้ติดใจถ้าจะลดจำนวนกลุ่มเหลือ 10 กลุ่ม
ส่วนนายมณเทียร บุญตัน สมาชิกสนช. อภิปรายว่า แม้การแบ่งกลุ่มเป็น 20 กลุ่มจะดูว่ามีการลักลั่นในเชิงประเด็นและเชิงตัวแทน แต่คนยากจน คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสยังถูกขมวดปมให้อยู่จุดเล็กๆ แต่การเลือกไขว้กันนั้นจะยิ่งทำให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาส สตรี คนพิการ คนที่ทำงานด้านสังคม มีโอกาสน้อยลงไปอีกด้วยซ้ำ ดังนั้น การแบ่งเป็น 20 กลุ่ม จึงน่าจะมีความหลากหลายทางอาชีพมากที่สุด
นายสมคิด ได้ชี้แจงอีกครั้งว่า หลังจากฟังสมาชิกอภิปรายและได้หารือนอกรอบกันแล้วว่า การแบ่งกลุ่มควรดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความหลากหลาย เพราะ 20 กลุ่มที่กรธ.เสนอมาคิดว่ามากเกินไป ส่วน 15 กลุ่มที่กมธ.เสนอและมีตัวเลือกอีกคือ 10 กลุ่ม และ 5 กลุ่มนั้น ดังนั้น เมื่อหารือกันแล้วเห็นว่าควรมี 10 กลุ่มน่าจะพอกับการคำนวณ เพราะจะได้กลุ่มละ 20 คน ส่วน 15 กลุ่มนั้นจะมีปัญหา เพราะจะมีกลุ่มละ 13 คน ซึ่งถือว่าไม่ลงตัวและลำบากต่อการคำนวณ ดังนั้นจึงนำ 20 กลุ่มมาแบ่งใหม่เป็น 10 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ 1 การบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ได้แก่ ผู้เคยเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน กลุ่มที่ 2 กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ผู้เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมาย หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน กลุ่มที่ 3 การศึกษา ได้แก่ ผู้เป็นหรือเคยเป็นครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้บริหารสถานการศึกษา บุคคลากรทางการศึกษา และการสาธารณสุข ได้แก่ ผู้เป็นหรือเคยเป็นแพทย์ทุกประเภท เทคนิคการแพทย์สาธารณสุข พยาบาล เภสัชกร หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน
กลุ่มที่ 4 อาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก ทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง หรืออื่นๆในทำนองเดียวกันกลุ่มที่ 5 พนักงาน ลูกจ้าง ซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐ ผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ หรืออื่นๆในทำนองเดียวกันกลุ่มที่ 6 ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน กลุ่มที่ 7 ผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และผู้ประกอบกิจการอื่นๆ ผู้ประกอบธุรกิจ หรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบกิจการหรือพนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน กลุ่มที่ 8 สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์ กลุ่มที่ 9 ศิลปวัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา สื่อสารมวลชน ผู้สร้างวรรณกรรม หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน กลุ่มที่ 10 กลุ่มอื่นๆ ทั้งนี้ทางกมธ.เสียงข้างมาก เห็นว่า การนำ 20 กลุ่มที่กรธ.เสนอมาแบ่งใหม่ ถือเป็นสายกลางแล้ว
จากนั้นในเวลา 11.30 น. นายพรเพชร แจ้งว่า จากนี้ควรที่จะมีการหารือกันเฉพาะผู้ที่แปรญัตติหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะพิจารณาให้เสร็จได้ไม่ทันในวันนี้ เพราะเหลือเวลาอีก 12 ชั่วโมง และแค่เรื่องการแบ่งกลุ่มก็ใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ดังนั้นขอพักการประชุม 20 นาที เพื่อไปหารือให้ได้ข้อสรุปในมาตรา 11 ซึ่งจะทำสามารถเดินหน้าในประเด็นอื่นๆ ต่อไปได้.



