ข่าว

เดินหน้าแก้พรบ.ป่าไม้เปิดช่องปลูกไม้เศรษฐกิจ

เดินหน้าแก้พรบ.ป่าไม้เปิดช่องปลูกไม้เศรษฐกิจ

26 ม.ค. 2561

"กระทรวงทรัพย์"เดินหน้าแก้ม. 7 พรบ.ป่าไม้เปิดช่อง"เกษตรกร"ปลูกไม้เศรษฐกิจทุกชนิดพื้นที่กรรมสิทธิ์ตนเองใช้ประโยชน์โดยเสรีแถมเพิ่มพื้นที่ป่า สร้างเศรษฐกิจมหาศาล 

          26 ม.ค.61 นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ  เปิดเผยว่า ในการหารือกับพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยันว่ากำลังแก้กฎหมายในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกไม้ได้ทุกชนิดบนพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตนเอง ทั้งโฉนด น.ส.3 , ส.ป.ก. , น.ค. และอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้พื้นที่เหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากกว่าพืชเกษตร 3 – 4 ชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ซึ่งทั้งหมดมีราคาถูก จะทำการเพาะปลูกอย่างไรก็มีแต่หนี้  แต่ในขณะเดียวกันไม้ที่ปลูกในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของเกษตรกรทั้งหมดสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเสรี โดยพืชผล  ต้นไม้บนที่ทำกินของเกษตรกรต้องเป็นของเกษตรกร กฎหมายต้องละเว้นให้สามารถ ตัด ฟัน แปรรูป ทำการค้า ขายได้  นับเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรไทยทั้งประเทศ

         โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเข้ามาดูแลอำนวยความสะดวกให้  ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีป่าไม้เพิ่มขึ้นจำนวนมากมาย สามารถสร้างเศรษฐกิจให้ไทยโดยรวมได้มหาศาล เกษตรกรสามารถทำการผลิตในพื้นที่ของตนเองได้มั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยในขณะนี้กำลังมีการรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว  สำหรับการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้ยืนต้นโดยรัฐบาลจัดโครงสร้างสินเชื่อระยะยาวให้ เชื่อมั่นได้ว่าจะทำให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้ยืนต้นมากขึ้น เพราะยังมีไม้อีกหลายชนิดให้ปลูกที่น่าสนใจ เช่น ภาคอีสาน ไม้พยุง ภาคใต้ ไม้เทพทาโร จำปาทอง ภาคเหนือ ไม้ฝาง ไม้บง ไม้สัก ไม้ชิงชัน ไม้ไผ่ หลากหลายชนิด  เพราะเมื่อมีอายุ 3-4 ปี ก็มีผลผลิตสร้างรายแล้ว และยังเกิดความหลากหลายในที่ทำกินของตนเอง ซึ่งจากนี้ไปจะเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมทำแผนส่งเสริมเกษตรกรร่วมกัน  

          อย่างไรก็ตาม ได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องการปลูกไผ่กับนายกรัฐมนตรีในครั้งที่จัดครม.สัญจรที่ จ.พิษณุโลก ท่านเห็นด้วยในการให้เกษตรกรพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ขัดแย้ง พื้นที่ที่เกษตรกรทำกินอยู่โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์หันมาส่งเสริมการปลูกไผ่ควบคู่ไม้ยืนต้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวนำมาซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรีโดยให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรฯทำแผนร่วมกัน