ข่าว

แฟนหนุ่มมือฆ่านศ.สาวมอบตัวอ้างปืนลั่น

แฟนหนุ่มมือฆ่านศ.สาวมอบตัวอ้างปืนลั่น

03 ต.ค. 2552

ผู้ต้องหาคดีฆ่านศ.สาว ม.วิทยาลัยดังเข้ามอบตัวตำรวจนนทบุรี อ้างในคำให้การฝ่ายหญิงเป็นคนเอาอาวุธปืนมาขู่ไม่ให้ออกจากห้อง เข้ายื้อแย่งจนปืนลั่นใส่ ครอบครัวนำหลักทรัพย์ 1.7 ล้าน ขอประกันตัวออกไป

(3ต.ค.) เวลา 16.30 น. ที่สภ.เมืองนนทบุรี สาขารัตนาธิเบศร์ นายศุภกิจ แก้วรัตนะ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/191 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เดินทางมาพร้อมบิดาและญาติ โดยเข้ามอบตัวต่อพ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ภักดีณรงค์ ผกก.สภ.เมือง นนทบุรี พ.ต.ท.ธนาพัฒน์ นินบดี รอง ผกก.สส.และพ.ต.ท.ชาติชาย เทียมฉัตร์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี
 
 ทั้งนี้เนื่องจาก 22.30 น. วันที่ 1 ต.ค.  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบศพ น.ส.อลิษา พูลสวัสดิ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ต.ป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎธานี นักศึกษาปี 2 คณะการจัดการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซอยสั้นยิงเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ห้องเลขที่ 401 ชั้น 4 ซอยประชาชื่น-นนทบุรี 8 ต.บางเขน อ.เมือง  จ.นนทบุรี

 ต่อมาตามแนวทางสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นนายศุภกิจ คนรักของผู้ตาย เพราะหลังจากเกิดเหตุแล้วนายศุภกิจได้หายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงระดมกำลังเฝ้าติดตามจับกุมตัวนายศุภกิจ กระทั่งต่อมาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในนครบาลว่า จะนำตัวนายศุภกิจ เดินทางเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในวันนี้ช่วงเย็น

 เวลาต่อมา พ.ต.อ.สุพจน์ เกษมชัยนันท์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี เดินทางมาสอบปากคำนายศุภกิจด้วยตัวเอง นายศุภกิจให้การ ว่า ตนเป็นแฟนใหม่กับน.ส.อลิษา จริง โดยคืนก่อนวันเกิดเหตุ 30 ก.ย. ตนมาหา น.ส.อลิษา ที่ห้องที่เกิดเหตุแล้วเห็น น.ส.อลิษา กับแฟนเก่าเดินออกจากห้องด้วยกัน จากนั้นน.ส.อลิษาก็เดินลงไปส่งแฟนเก่า แต่ตนก็ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะหรือมีปากเสียงกับน.ส.อลิษา แต่อย่างใด

 หลังจากนั้น น.ส.อลิษา ได้กลับขึ้นมาที่ห้องตนจะเดินทางกลับห้องพักของตนแต่ น.ส.อลิษา ขอร้องให้ตนพักที่ห้องด้วย จนเช้าวันที่ 1 ต.ค.  น.ส.อลิษา ได้เดินทางไปสอบที่มหาวิทยาลัย ส่วนตนนอนพักอยู่ห้องของน.ส.อลิษา ตอนเย็น น.ส.อลิษา กลับมาที่ห้องตนจึงเก็บเอาเสื้อผ้า จะกลับห้อง เมื่อเดินออกจากห้องเพื่อที่จะลงลิฟท์

 น.ส.อลิษา ได้เดินตามมาขอร้องไม่ให้ตนกลับ ตนจึงกลับเข้ามาที่ห้องอีกครั้ง พอ น.ส.อลิษา ขึ้นไปนั่งที่เตียงนอนทันใดนั้น น.ส.อลิษา หยิบเอาปืนของตนที่ตนเคยเอามาฝากไว้ที่ห้องของน.ส.อลิษา เพื่อป้องกันตัวจากคู่กรณีหลายเดือนแล้วออกมา แล้วหันปากกระบอกปืนเข้าจ่อที่ใบหน้าของตัวเอง ( น.ส.อลิษา)เพื่อไม่ให้ตนกลับไป เมื่อตนเห็นเช่นนั้นจึงรีบร้องตะโกนว่าทำแบบนี้ทำไม จากนั้นจึงกระโดดเข้าห้ามและแย่งปืนกับ น.ส.อลิษา จนเกิดเสียงปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด และร่างของ น.ส.อลิษาก็ฟุบลงไปนอนกับหมอนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

 ตนรีบออกจากห้องของ น.ส.อลิษา นั่งรถแท็กซี่ไปหาเพื่อนที่ย่านบางบัวทองเพื่อนำปืนไปฝากไว้กับเพื่อน และอาศัยบ้านเพื่อนเพื่อตั้งสติและโทรศัพท์ติดต่อกับทางบ้านถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จนบิดาได้เดินทางขึ้นมาหาและปรึกษากับผู้ใหญ่ก่อนพาเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังสอบปากคำแล้วนายศุภกิจ ได้ให้การปฏิเสธตามข้อหาที่แจ้งไว้พร้อมกับปฏิเสธที่จะเดินทางไปชี้จุดที่เกิดเหตุ และบิดาของนายศุภกิจ ได้ใช้หลักทรัพย์เป็นที่ดินที่จังหวัดสงขลา ราคาประเมิน 1,700,000 บาท ยื่นเรื่องขอประกันตัวไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่คัดค้าน ให้ประกันตัวไปชั่วคราว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการติดต่อขอมอบตัวของนายศุภกิจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เนื่องจากบิดาของนายศุภกิจ ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในนครบาลเพื่อปรึกษาทางคดี ก่อนจะเข้ามอบตัวโดยมีการเตรียมหลักทรัพย์ที่จะใช้ในการยื่นประกันมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ทางครอบครัวนายศุภกิจเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากมีข่าวออกมาว่า ทางครอบครัวของน.ส.อลิษาผู้ตาย เป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีการระดมคนออกติดตามตัวนายศุภกิจด้วย เพื่อแก้แค้นให้กับบุตรสาว จึงทำให้นายศุภกิจต้องรีบตัดสินใจเข้ามอบตัวในที่สุดก่อนที่จะถูกตามล่า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของทางนครบาลเป็นผู้นำตัวนายศุภกิจมามอบตัวด้วย