ข่าว

รัฐบาลต้องมีป.ป.ท.เป็นเครื่องมือปราบโกง

รัฐบาลต้องมีป.ป.ท.เป็นเครื่องมือปราบโกง

25 ม.ค. 2561

“วิษณุ” แนะ ป.ป.ท.ถอดบทเรียน 10 ปี ปรับปรุงการทำงาน ยันทุกรัฐบาลต้องมี ป.ป.ท.เป็นเครื่องมือปราบทุจริต แนะสร้างรับรู้กลโกงสู่สังคม


          อาคารซอฟร์แวร์ปาร์ค สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) - 25 ม.ค. 61 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เนื่องในวันครบรอบ 10 ปี ป.ป.ท. โดยมี พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท.รักษาการ เลขาธิการ ป.ป.ท. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ


          นายวิษณุ กล่าวเปิดงานและมอบนโยบายเนื่องในวันครบรอบ 10 ปี ป.ป.ท.โดยมีเนื้อหาสำคัญว่า การครบรอบ 10 ปี หรือ 1 ศตววรษ คือการทบทวนความสำเร็จและสิ่งที่ต้องปรับปรุง จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนบทบาทในส่วนนี้ว่ามีอะไรต้องแก้ไขหรือไม่ ทั้งนี้ การทำงานของป.ป.ท.อาจจะไม่ราบรื่นมีการปรารภนินทา แต่ไม่ใช่เพราะเหนื่อยหน่ายกับ ป.ป.ท. แต่เพราะกังวลว่าจะสิ้นเปลืองและเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ จนมีการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนว่าจำเป็นต้องมี ป.ป.ท.อีกหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบป.ป.ท.มีเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 10,000 เรื่องต่อปี ซึ่งไม่แตกต่างกับป.ป.ช. เมื่อมีเรื่องร้องเรียนมากขนาดนี้ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีป.ป.ท.เพื่อจัดการกับปัญหาคอรัปชั่นให้หมดไป แต่ต้องปรับบทบาทให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในปีต่อๆ ไป โดยขอให้นำบทเรียน 10 ปีที่ผ่านมาไปปรับปรุง และดำเนินนโยบายการทำงานในปีที่ 11 และปีต่อๆไปด้วยการยึดคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า โกงเก่าหมดไป โกงใหม่ต้องไม่มี 


          นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ป.ป.ท.ควรมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของบุคลากร พัฒนาทัศนคติ อุทิศตัวมุ่งมั่นยืนหยัดการทำงาน ผลิตคนดีเพื่อเป็นแบบอย่างรุ่นต่อๆ ไป การยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการ ป.ป.ท.ถือเป็นความมุ่งมั่นท้าทายและจะเป็นแบบอย่างความโปร่งใส สุจริต เชื่อว่าจะมีหน่วยงานอื่นเริ่มทำตามแน่นอน ทั้งนี้ ป.ป.ท.ต้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนและสังคมด้วย โดยให้ยึดหลักทำงานว่าตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตนได้หารือกับผู้บริหารทราบว่าจะมีการแก้กฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของป.ป.ช. โดยใช้ปัญหาการทุจริตเป็นแนวทางแก้กฎหมาย


          "ผลงาน 1 ปีที่ผ่านมาของ ป.ป.ท.ช่วยลดภาระงานของ ป.ป.ช.ได้มาก และช่วยเป็นหูเป็นตาให้ฝ่ายบริหารในการปราบทุจริต ซึ่งทำได้ดีด้วย แต่อยากให้ป.ป.ท.สร้างความรับรู้ และต้องเปิดเผยข้อมูลคดี สถิติ กลโกงทุจริต เอาผลงานออกมาพูดให้สังคมรับทราบ เพื่ออุดช่องว่าง ส่วนตัวเชื่อว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ป.ป.ท.ไม่มีเรื่องติฉินนินทาหรือเรียกรับสินบน หรือถ้ามีก็เกิดจากผู้เสียประโยชน์ไม่กี่ราย ป.ป.ท.จึงถือเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ต่อให้มีกิตติศัพท์เรื่องการทุจริตหรือมีปัญหาทุจริตหนาหูก็ยังต้องมีมาตรการปราบปรามการทุจริต เพราะถือเป็นภัยต่อสังคม เศรษฐกิจและอาชญากรรม แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปแล้วปัญหาการทุจริตไม่ใช่ภัยธรรมดา ยิ่งในยุคโลกาภิวัฒน์การทุจริตจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เสื่อมเสียชื่อเสียง และเกิดความเหลื่อมล้ำ เภทภัยจากการทุจริตคอร์รัปชั่นมันมากมาย" รองนายกฯกล่าว


          ด้านพ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ป.ป.ท.มีการรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 30,000 คดี พิจารณาเรื่องร้องเรียนกล่าวหาแล้วเสร็จ 19,043 คดี รับไว้ดำเนินการไต่สวนไปแล้ว 3,900 คดี คณะกรรมการ ป.ป.ท.วินิจฉัยชี้มูลความผิดแล้วเสร็จ 696 คดี และศาลพิพากษาแล้ว 21 คดี ทั้งหมดทาง ป.ป.ท.จะดำเนินการทำงานอย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพที่สุด ตามการบ้านที่รองนายกฯ ได้มอบหมายให้สร้างความตระหนักรู้กับสังคมและประชาชนต่อไป.