
'มาร์ค'สั่งทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องช่วยน้ำท่วม
นายกฯ"อภิสิทธิ์" สั่งทุกหน่วยงานช่วยเหลือน้ำท่วม พร้อมลงทุกพื้นที่ที่เดือดร้อน วอนประชาชนติดตามข่าวสารด้วย ด้านชาวบ้านสะ อื้นน้ำพัดบ้านริมลำห้วยแม่พริกจมหายนับสิบหลังคาเรือน
(3ต.ค.) เวลา 16.00น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรณีสถานการณ์น้ำท่วมในต่างจังหวัด ว่า ตนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดซึ่งได้รับรายงานว่าหลายจังหวัดได้รับความเดือดร้อนในภาคเหนือ อีสาน และใต้และได้รับรายงานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแต่ระดับน้ำในบางพื้นที่เพิ่มขึ้นและฝนตกตลอดเวลา ตนสั่งให้ทุกหน่วยตามสถาน การณ์ใกล้ชิด อย่างไรก็ตามประชาชนต้องติดตามรายงานในเรื่องดินฟ้าอากาศด้วย และตอนนี้ระดับน้ำส่วนใหญ่จะท่วมในพื้นที่การเกษตร
“ภาคอีสานเป็นจ.อุดรธานี จ.อุบลราชธานี จ.ชัยภูมิ จ.ศรีสะเกษ จ.ร้อยเอ็ด จ.บุรีรัมย์บางส่วน ส่วนภาคใต้คือจ.ระนอง ” นายกฯกล่าวและว่า ส่วนกทม.นั้น กทม.ติดตามเรื่องนี้อยู่และได้สั่งให้รายงานสถานการณ์ภูมิอากาศและระดับน้ำภายในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ พื้นที่น้ำท่วมและการช่วยเหลือไปแล้ว ตนติดตามเรื่องนี้อยู่ หากพื้นที่ใดประสบปัญหาหนักก็จะลงไปเยี่ยม"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน กองทัพได้ส่งปัจจัยยังชีพไปช่วยเหลือประเทศเหล่านั้นโดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งได้ส่งเครื่องปั่นไฟและข้าวไป ส่วนฟิลิปปินส์นั้นยังรอดูว่าต้องการอะไรบ้างแต่คาดว่าน่าจะเป็นยาและข้าว กรณีช่วยเหลือด้านภัยพิบัตินั้นงบประมาณในเรื่องนี้จะใช้งบกลางได้
เมื่อถามว่า การเตือนภัยนั้นจะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไรเพราะที่ผ่านมาไทยไม่ค่อยประสบปัญหาหนัก นายกฯกล่าวว่า ตนพยายามจะทำให้ประชาชนตื่นตัวให้เรื่องการติดตามรายงานสภาวะภูมิอากาศในพื้นที่ต่างๆเพราะเรามีฐานข้อมูลว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูงก็จะมีการเตือนภัยและการประชุมครม.ที่ผ่านมาได้กำชับให้หน่วยงานของแต่ละกระทรวงจัดการประชุมกับจังหวัดผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์
เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดน้ำป่าไหลหลากจากดอยลี้ไหลลงสู่ลำห้วยแม่พริก จนเกิดน้ำหลากไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 11 หมู่บ้าน อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายครอบครัว ล่าสุดนายศุภกิจ บุญยะฤทธิพงษ์ ผวจ.ลำปาง ได้สั่งให้หน่วยงานทุกภาคส่วนเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในระยะนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขึ้นมาอีกระลอก
ขณะที่รายงานความเสียหายจากผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เถิน และ อ.แม่พริก ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ 10 บ้านสันขี้เหล็ก ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง พบบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำป่าพัดจมหายไปในกระแสน้ำนับสิบหลัง นอกจากนี้ยังมียุ้งฉางเก็บเข้าเปลือกของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปด้วย ส่งผลทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปพักอาศัยบ้านญาติเป็นการชั่วคราว
โดยบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่ปลูกสร้างอยู่ติดลำห้วยแม่พริก หลังปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เปิดเปลี่ยนทิศทางไหลเข้ากัดเซาะที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่พักอาศัยของชาวบ้านจมหายไป ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านบางส่วนที่เจ้าของบ้านเก็บหนีไม่ทันสูญหายไปกับกระแสน้ำ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขั้นยังหวาดผวาแก่ชาวบ้านในพื้นที่ หลายคนต้องรื้อถอนบ้านเรือนอพยพหนีน้ำป่า
นายเสาร์แก้ว คำฟองเครือ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188 หมู่ 10 บ้านสันขี้เหล็ก ต.แม่พริก จ.ลำปาง กล่าวว่า น้ำป่าได้ไหลเอ่อล้นตลิ่งลำห้วยเข้าท่วมบ้านเมื่อช่วงดึก ทำให้เก็บทรัพย์สินภายในบ้านได้ไม่หมด ก่อนที่โครงบ้านซึ่งทำจากไม้สักทั้งหลังจะเกิดการทรุดตัว และเอียง
นายต่วน ขุนรักษ์ อายุ 66 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 210 หมู่ 10 บ้านสันขี้เหล็ก ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง กล่าวว่า ตัดสินรื้อบ้านของตนเอง ภายหลังบ้านข้างเคียงถูกน้ำพัดจมหาย โดยขอแรงบุตร หลาน และเพื่อนบ้านข้างเคียงช่วยรื้อถอนไม้ทั้งหมดนำไปเก็บไว้ที่บ้านญาติ เพื่อเตรียมหาพื้นที่ปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน พลตรีนิธินันท์ ไชยวัฒนพันธ์ ผบ.มทบ. 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี สั่งให้นำทหารในสังกัดกว่า 60 นาย กับกองร้อยอาสารัก ษาดินแดนจังหวัดตาก ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือรื้อถอนบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมลำห้วยออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากบริเวณบ้านถูกน้ำกัดเซาะที่ดิน ทั้งนี้เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกสร้างบ้านใหม่
ด้านนายวุฒิพงษ์ แก้วพาเฟย ปลัดอาวุธสอำเภอแม่พริก เปิดเผยว่า พี่น้องประชาชนหวาดผวาข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำบ้านปางยาว ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แตกนั้น ตนเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่แล้วเป็นเพียงกระแสน้ำไหลล้นสปริงเวย์ ยืนยันได้ว่าไม่ใช่เกิดจากเขื่อนแตกแต่อย่างใด จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้หวั่นวิตกกับข่าวลือที่เกิดขึ้น



