ข่าว

อายัด100ล.“กำพล-พวก”เซ่นวิคตอเรีย 

อายัด100ล.“กำพล-พวก”เซ่นวิคตอเรีย 

25 ม.ค. 2561

ปปง.ลุยอายัดทรัพย์ “เสี่ยกำพล-ผู้ที่เกี่ยวข้อง” วิคตอเรียซีเคร็ทรวมมูลค่ากว่า 100 ลบ. ผบช.น. สั่งปิดสถานบันเทิงไร้ใบอนุญาต12เเห่งพร้อมเร่งตรวจสอบเอี่ยววิคตอเรีย


          เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกรณีบุกตรวจค้นอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท ตั้งอยู่เขตห้วยขวาง กทม. หลังได้รับร้องเรียนว่าลักลอบค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก่อนจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้หลายคน พร้อมทั้งเร่งค้นหาจับกุมนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ อายุ 61 ปี และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ หรือธีระตระกูลวัฒนา อายุ 68 ปี นายทุนใหญ่เจ้าของวิคตอเรียซีเคร็ท ตามหมายจับศาลรวม 12 ข้อหา

          วันที่ 24 มกราคม  พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการสอบสวนคดีค้ามนุษย์และค้าประเวณีในสถานอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท ว่าในส่วนของเส้นทางการเงินดีเอสไอได้ประสานทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปแล้ว เพื่อให้ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมทั้งประสานธนาคารอายัดบัญชีของนายกำพล และนางนิภา วีระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ รวมถึงบัญชีของผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิคตอเรียซีเคร็ททั้งหมด รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท คาดว่าขณะนี้ปปง.กำลังดำเนินการ ส่วนการเข้าไปตรวจสอบอาบอบนวดเครือข่ายของนายกำพลในวันนี้ (24 ม.ค.) ดีเอสไอไม่ได้รับการประสานให้เข้าร่วม เข้าใจว่าเป็นการตรวจสอบเรื่องการใช้น้ำบาดาล

          แหล่งข่าวจากปปง. เปิดเผยว่า ขณะนี้ปปง.อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์บัญชีเงินฝาก 10 บัญชี ของนายกำพล และผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิคตอเรียซีเคร็ทแล้ว หลังได้รับการประสานจากดีเอสไอ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้มาก 
 
          บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผบก.ปทส. พร้อมด้วยพล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.มักกะสัน นายประโยชน์ ด่านก่อโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ตำรวจบก.ปทส. ตำรวจปคม. ตำรวจสน.มักกะสัน เจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาลและสำนักงานเขตห้วยขวาง นำหมายค้นศาลอาญารัชดาเลขที่ 27/2561 ลงวันที่ 24 มกราคม 2561 เข้าตรวจค้นสถานบริการลองบีช ซอยทะเลบางกอก แขวงห้วยขวาง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบเรื่องการใช้น้ำบาดาล พ.ร.บ.อาคาร และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีนายไพบูลย์ โม้ผา ผู้ดูแลสถานบริการเป็นคนนำตรวจค้น ใช้เวลาในการตรวจสอบนานกว่า 3 ชั่วโมง

          พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เริ่มตรวจสอบตัวอย่างน้ำในห้องน้ำด้านล่าง ตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ รวมถึงห้องที่ใช้บริการ พบว่ามีค่าใกล้เคียงกันอยู่ที่ประมาณ 700 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ซึ่งมีค่าสูงเกินกว่าค่าน้ำประปาปกติที่ 200 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร จึงสันนิษฐานได้ว่ามีการใช้น้ำบาดาล และคาดว่ามีการลักลอบใช้มานานหลายปีแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาลอยู่ระหว่างการใช้เครื่องมือตรวจสอบหาจุดขุดเจาะน้ำบาดาล

          “การเข้าตรวจสอบมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตห้วยขวางได้มาตรวจร่วมในเรื่องของอาคาร จากการตรวจสอบพบว่าถูกต้อง ส่วนสถานบริการดังกล่าวมีใบอนุญาตอาบอบนวด 2 ใบ ซึ่งแบบที่ขออนุญาตไว้มีจำนวนห้อง 52 ห้อง จากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีจำนวนห้อง 74 ห้อง เบื้องต้นห้องที่เกินมาจำนวน 22 ห้อง เป็นห้องที่ไม่มีการใช้งาน ซึ่งเรื่องนี้ สน.มักกะสัน จะเป็นผู้ดำเนินการต่อ ในส่วนของตำรวจปคม.ได้เข้าไปตรวจเรื่องการค้ามนุษย์ก็ไม่พบอะไร อย่างไรก็ตามหากพิสูจน์ได้ว่ามีการขุดเจาะน้ำบาดาลจริง หรือมีการลักลอบใช้น้ำบาดาลจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าตรวจวัดคุณภาพน้ำในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องวัดคุณภาพน้ำแบบมัลติพารามิเตอร์ ซึ่งจะสามารถจำแนกวัดค่าได้ละเอียดขึ้น มาใช้ควบคู่กับเครื่องวัดคุณภาพน้ำ EC/TDS โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาลได้เก็บตัวอย่างน้ำจากร้านอาหารฝั่งตรงข้ามสถานบริการดังกล่าว ผลการตรวจวัดค่าน้ำประปาได้ 364 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ส่วนภายในสถานบริการลองบีช ได้เก็บตัวอย่างน้ำจากถังเก็บน้ำชั้นดาดฟ้า มีผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ 693 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ส่วนตัวอย่างน้ำจากอ่างจากุซซี่ ในห้องสูท ชั้น 4 มีผลการตรวจวัด 708 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวอย่างน้ำบริเวณใกล้เคียงพบว่าตัวอย่างน้ำจากสถานบริการลองบีช มีค่าสูงกว่าค่าน้ำประปาปกติที่เดิมจะมีค่าประมาณ 200 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร

          รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม เจ้าหน้าที่ได้ออกเก็บตัวอย่างน้ำจากสถานบริการทั้ง 82 แห่งครบถ้วนแล้ว ซึ่งเบื้องต้นผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำพบว่ามีสถานบริการ 3-4 แห่ง มีค่าที่วัดคุณภาพน้ำได้สูงกว่าปกติ ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้น้ำบาดาล

          ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการสั่งปิดสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่มีการกระทำผิดตามคำสั่ง คสช. ประจำปี 2561 ครั้งที่ 1/2561 ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

          พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ผลประชุมการปิดสถานบริการที่อยู่ในข่ายพิจารณาจำนวน 12 แห่ง แต่เบื้องต้นส่วนใหญ่เข้าข่ายความผิด ซึ่งการพิจารณาปิดสถานบริการนี้เกี่ยวข้องกับสถานบริการที่ไม่มีใบอนุญาตในประเภทคาราโอเกะ ร้านอาหาร ที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมและผิดคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปใช้บริการ มียาเสพติด จำหน่ายสุราให้เด็ก กระทำความผิดซ้ำซาก แต่มีหลายแห่งที่ข้อมูลยังไม่เรียบร้อย ก็สั่งการให้ไปทำมาให้แล้วเสร็จเพื่อนำมาเข้าที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 มกราคม เพื่อนำเรียน ผบ.ตร. สั่งปิดต่อไป

          ผบช.น.กล่าวอีกว่า กรณีการพิจารณาใบอนุญาตอาบอบนวดว่าจะมีการสั่งปิดที่ไหนหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการกับสถานบริการที่จะขอต่อใบอนุญาตอยู่ ซึ่งให้เสนอเรื่องมาที่บช.น. ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มีนาคม เพื่อบช.น. จะพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต ในส่วนสถานบริการวิคตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด ก็จะถูกพิจารณาด้วยว่ามีความผิดฐานใด ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับใดบ้าง ซึ่งหากขัดต่อระเบียบจะไม่ต่อใบอนุญาตให้ ก็ถือว่าถูกปิดไปแล้ว

          “เรื่องดำเนินการตรวจสอบวินัยข้าราชการตำรวจที่มีชื่อเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดย พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รองผบช.น. เป็นประธานดำเนินการ ทั้งนี้มีความล่าช้าเนื่องจากมีอุปสรรคที่ไม่มีการลงรายชื่อตำรวจที่ไปใช้บริการไม่ชัดเจน ลงเพียงตำแหน่งผกก.บช.น.เท่านั้น ก็ให้ ผกก.ในสังกัดทั้งหมดรายงานชี้แจงมาให้เร็วที่สุด” พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าว

          รายงานข่าวแจ้งว่าภายในที่ประชุมพิจารณากลั่นกรองปิดสถานบริการนั้น พล.ต.ท.ชาญเทพ  ได้มีการพิจารณาให้สั่งปิดสถานประกอบการ 12 แห่ง ในพื้นที่บช.น. กระทำความผิดตามคำสั่งคสช.ที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และคำสั่งคสช.ที่ 46/2559 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 โดยพบการกระทำความผิดส่วนใหญ่พบการกระทำความผิดเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีใช้บริการ, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2560 ได้แก่ 1.ร้านแวมไพร์คาราโอเกะ 2.ร้านเฮฮา 3.ร้านเจี๊ยบคาราโอเกะ 4.ร้านมอนติคาร์โล 5.ร้านบางกอกใหญ่บาร์ 6.ร้าน DE-CREE48 7.ร้าน MORE 8.ร้านคลับฟายเดย์ 9.ร้านเดอะฟิกบาร์ 10.ร้านน้องหนึ่งคาราโอเกะ 11.มูดดี้ส์ บาร์ 12.ร้านสุราบาร์พาร์ตี้ บายเมาสันติ

          นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ สั่งการให้มีการเอาผิดทางวินัย หากผู้กำกับในท้องที่ที่มีสถานบริการผิดกฎหมายแล้วไม่รายงานมาก็จะดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป