
จับแท็กซี่สุวรรณภูมิล้วงกระเป๋าผู้โดยสาร
รวบแท็กซี่ป้ายดำสุวรรณภูมิล้วงกระเป๋าผู้โดยสาร หลังนักท่องเที่ยวแจ้งความ สุดท้ายตำรวจล่าตัวพบก่อนจับกุม ตร.เผย พฤติกรรมน่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง
(3ต.ค.) เวลา10.00 น. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พ.ต.อ.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบก.ทท.,พ.ต.อ.อรรณพ รัตนอุบล ผกก.6 บก.ทท.พ.ต.ท.วิวัฒน์ บุญชัยศรี, พ.ต.ท.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผกก.6 บก.ทท. ร่วมกัน แถลงข่าวผลการจับกุมแก๊งค์แท็กซี่ป้ายดำล้วงกระเป๋าผู้โดยสารชาวต่างชาติ
โดยผู้ต้องหา 2 คนคือ 1.นายสำรวย บุญเปล่ง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 585 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ และ 2. นายวิโรจน์ ทองพันชั่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/24 หมู่ 3 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ พร้อมของกลางเงินสด 14,000 บาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่นเช่น ปากกายี่ห้อคาร์เทียร์ สีทอง ราคา 8,500 บาท 1 ด้ามและรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน รุ่น แคมรี่ เลขทะเบียน ษจ 5725 จำนวน 1 คัน
พล.ต.ต.อดิศร์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2552 เวลา 00.10 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.6 บก.ทท. รับแจ้งจาก นายพอล ลานคาสเตอร์ ( MR.PAUL LANCASTER ) อายุ 51 ปี สัญชาติอังกฤษ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวัน (2ต.ค.) ได้เดินทางจากสิงคโปร์โดยเที่ยวบิน SQ 978 ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โดยขึ้นไปที่ชั้น 4 ประตู 6 ของอาคารผู้โดยสาร เพื่อเรียกรถแท็กซี่ไปโรงแรมย่านถนนสุขุมวิท นายวิโรจน์ฯ เข้ามาชักชวนให้ใช้บริการรถแท็กซี่ป้ายดำ โดยตกลงราคาค่าโดยสารเป็นเงิน 400 บาท
จากนั้นก็พากันไปขึ้นรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน รุ่น แคมรี่ เลขทะเบียน ษจ 5725 ที่จอดอยู่บริเวณชานชาลา ประตู 7 มีนายสำรวยฯ เป็นคนขับ โดยให้ผู้เสียหายนั่งด้านหน้า นายวิโรจน์ ฯ เป็นคนยกกระเป๋าสัมภาระเก็บไว้ในกระโปรงหลังรถ และนั่งด้านหลังรถคันดังกล่าวไปด้วย
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายเข้าห้องพักแล้วพบว่า ทรัพย์สินที่เก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระสูญหายไป โดยสงสัยว่า ทั้งคู่น่าจะเป็นคนเอาไป จึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรูปถ่ายประวัติบุคคลที่จัดทำไว้ให้ผู้เสียหายดู ซึ่งผู้เสียหายได้ชี้ยืนยันรูปถ่ายนายสำรวยฯและนายวิโรจน์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกติดตามจนพบ และนำตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว
จากการสอบสวนนายสำรวยฯ รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายวิโรจน์ฯ ลักทรัพย์ผู้เสียหายจริง และนำทรัพย์สินที่ได้มาแบ่งกัน จากตรวจสอบรถที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ ตรงจุดที่พักแขนกลางเบาะนั่งด้านหลังที่ปิดอยู่เมื่อเปิดลงมาพบว่า มีการเจาะทะลุทำเป็นช่องไปถึงที่เก็บของในกระโปรงท้ายรถ เพื่อสะดวกในการล้วงเอาทรัพย์สินของผู้โดยสาร
โดยระหว่างทางที่นั่งรถไปนายวิโรจน์ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง จะแอบเปิดที่พักแขนล้วงเอาทรัพย์สินที่อยู่ในกระเป๋าเมื่อได้ของแล้วจะขอลงจากรถไปก่อน โดยที่ผู้เสียหายยังไม่ทันรู้ตัว ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นเวลากลางคืน โดยมีและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือร่วมกันรับของโจร ” นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ราชาเทวะ เพื่อดำเนินคดีต่อไป



