ข่าว

จับชาวอินโดฯทุบรถชิงทรัพย์จนท.วัดธรรมกาย

จับชาวอินโดฯทุบรถชิงทรัพย์จนท.วัดธรรมกาย

03 ต.ค. 2552

จับชาวอินโดฯ ออกทุบรถเจ้าหน้าที่วัดธรรมกาย หลังได้เงินสดไปกว่า 730,000 บาท สารภาพเพื่อนร่วมแก๊งค์อีก3คนหนีกลับอินโดฯแล้ว

(3ต.ค.) เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ดร.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อม พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ ผกก.สภ.คลองหลวง และพ.ต.ท.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติสว.สส.พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง แถลงข่าวจับกุม นายสุกมา กานี ฟาดิล อายุ 33 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย คดีลักทรัพย์เงินสด 730,000 บาท โดยนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

 พล.ต.ต.ดร.วิทยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย.52 เวลา 13.30น. ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใครได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ หมายเลจทะเบียน ชฬ-4061 กทม.ของเจ้าหน้าที่การเงินวัดพระธรรมกาย ที่ได้เงินสดจำนวน 730,000 บาท หลังจากเบิกเงินจากธนาคารดังกล่าว ก่อนจะจอดแวะทานก๋วยเตี๋ยวชาววังถนนหลังตลาดไท

 โดยคนร้ายได้ติดตามดูตั้งแต่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์แล้วขับรถตามผู้เสียหายจนมาถึงที่ร้านก๋วยเตี๋ยว จึงได้จอดรถเทียบกันแล้วใช้หินทุบกระจกรถยนต์ด้านคนขับแล้วหยิบถุงเงินผู้เสียหายหลบหนีไป โดยไม่ทราบว่าหลบหนีไปเส้นทางใด โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.52 ที่ผ่านมา

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.คลองหลวง ได้สืบทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นแก็งค์ต่างชาติ ชาวอิโดนีเซีย ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่า นาย สุกมา กานี ฟาดิล หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และพักอาศัยอยู่โรงแรมมิตรภาพเทียร่า ห้อง 212 ซ.บุญอยู่ ถ.ดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ นายสุกมา กานี ฟาดิล อยู่เพียงผู้เดียว จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน ที่สภ.คลองหลวง

 จากการสอบสวน นายสุกมาฯ ยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกับเพื่อนรวม 4 คน ประกอบด้วยนาย มูหะหมัด ปิตอป สัญชาติอินโดนีเซีย นายอาคัม ไม่ทราบชื่อสกุลจริง สัญชาติอินโดนีเซีย นายตอเล็บ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง สัญชาติอินโดนีเซีย ทั้งสามคนหลบหนีกลับประเทศอินโดนิเซียไปแล้ว

 โดยพฤติการณ์ของทั้ง 4 ผู้ต้องหานั้นจะออกตระเวนหาลักทรัพย์กับลูกค้าตามธนาคารต่างๆทั่วไปทั้งกรุงเทพ และปริมณฑล หลังจากก่อเหตุได้เงินมาแล้วก็จะทำการแบ่งเงินกัน แล้วแยกย้ายกันหลบหนีกับประเทศ เอาเงินที่ลักมาได้กับไปใช้หนีในประเทศตนแล้วได้ย้อนกับเข้ามาประเทศไทยให้เพื่อหาเหยื่อรายต่อไป

 จากการสอบสวนขยายผล นายสุกมา ได้ให้การว่า ที่พวกตนได้เลือกเข้ามาลักทรัพย์ในประเทศไทยนั้นเนื่องจากตนได้ศึกษาข้อกฏหมายในประเทศไทยเบาที่สุดถ้าหากถูกจับได้ เพราะที่ประเทศของตนนั้นกฎหมายรุนแรงมากเรื่องการลักทรัพย์ถึงกับตัดมือ และตนเคยทำงานที่ประเทศมาเลเซีย กฎหมายเข้าถึงประหารชีวิตเลย แต่ประเทศไทยกฏหมายลงโทษไม่รุนแรง ตนจึงเลือกมาทำที่ประเทศไทยซึ่งที่ผ่านมามีชาวอินโดนีเยเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก

 และเมื่อก่อเหตุได้เงินทองมาแล้วจะแบ่งกันแล้วนำเงินกับประเทศไปใช้หนี้เสร็จแล้วกับมาทำใหม่ เจ้าหน้าที่ตำตรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ.