
โคลนถล่มในอิตาลีตาย-สูญหายไม่ต่ำ50
เกิดเหตุโคลนถล่มในแคว้นซิซิลีของอิตาลี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายอย่างน้อย 50 ราย
(3ต.ค.) ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ทำให้เกิดน้ำและโคลนไหลบ่าเข้าท่วมในหลายหมู่บ้าน และย่านชานเมือง เมสซิน่า ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของแคว้น ซิซิลี ซึ่งเป็นเกาะทางใต้ของประเทศเมื่อวันศุกร์ กระแสน้ำและโคลนซัดอาคารบ้านเรือนหลายแห่งพังถล่ม และกวาดเอารถยนต์หลายสิบคันไปด้วย มีรายงานว่าบางจุดอย่างที่เมืองโมลิโน ทางใต้ของเมืองเมสซิน่ามีโคลนท่วมสูงถึง 7 เมตร
สำนักข่าว อันซาของอิตาลีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย สูญหายอีก 30 คน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอาคารสองหลังที่พังถล่มลงมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน ซึ่งการลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากถนนถูกตัดขาด ทางการต้องนำเฮลิคอปเตอร์มารับผู้ได้รับบาดเจ็บที่อาการสาหัส
ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำสุนัขดมกลิ่นไปค้นหาผู้ที่สูญหายตามซากปรักพังของตึกทั้งสองแห่งรวมทั้งตามชุมชนต่าง ๆ ที่ถูกตัดขาดจากโคลนถล่ม แต่การค้นหาต้องยุติลงเมื่อคืนเพราะยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและเสี่ยงที่จะเกิดโคลนถล่มซ้ำ แต่จะเริ่มทำการค้นหาอีกครั้งในเช้าวันนี้ ท่ามกลางความวิตกว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงกว่านี้ เนื่องจากยังมีพื้นที่ประสบภัยอีกหลายพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าไปไม่ถึง
รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในแคว้นซิซิลีเพื่อเปิดทางให้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางในการกู้ภัยและฟื้นฟูความเสียหาย ด้านนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในวันนี้
เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า การตัดไม้ทำลายป่า และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างไร้การควบคุมเป็นสาเหตุที่ทำให้ดินบนภูเขาโดยรอบเมืองเมสซินาถล่มลงมา
เมืองเมสซินาซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ เคยถูกคลื่นสึนามิกวาดหายไปครึ่งหนึ่ง
หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2451 คร่าชีวิตผู้คนไปราว 84,000 คน



